ทะลุมิติมาเป็นคุณหนูใหญ่กลับต้องมาเลี้ยงน้องจนได้ดีแถมต้องเลี้ยงลูกอีกต่างหาก - บทที่ 115 รสชาติผิดเพี้ยน
- Home
- ทะลุมิติมาเป็นคุณหนูใหญ่กลับต้องมาเลี้ยงน้องจนได้ดีแถมต้องเลี้ยงลูกอีกต่างหาก
- บทที่ 115 รสชาติผิดเพี้ยน
บทที่ 115 รสชาติผิดเพี้ยน
“ไม่น่าแปลกใจเลยที่อาหารจะไม่อร่อยเหมือนเดิม”
ดวงตากลมโตของอู่เชียนเชียนเบิกกว้าง และพูดอย่างไม่อยากจะเชื่อ “เจ้าของร้านใหญ่ยอมให้เป็นอย่างนี้ได้อย่างไรกัน เหตุใดถึงได้จ้างคนเช่นนี้มาทำอาหาร นี่มันทำลายชื่อเสียงของร้านชัด ๆ”
“เอ่อ… คือ… ข้าน้อยเป็นแค่ลูกจ้างตัวเล็ก ๆ… จึงไม่ทราบเหตุผลนี้ขอรับ”
“อื้ม…” ซ่งชิงหลันยิ้มหยัน ยกถ้วยชาขึ้นจิบ ซึ่งมันก็เป็นชาที่อ่อนเกินไป จากนั้นนางก็พูดเบา ๆ “ข้าคิดว่า เจ้าของร้านคงไม่อยากทำร้านนี้ต่อใช่หรือไม่?”
“โอ้ แม่นางซ่ง ท่านรู้เรื่องนี้ได้อย่างไรขอรับ” เสี่ยวชุนจื่อมองนางอย่างตกใจ
ซ่งชิงหลันพูดต่ออย่างไม่รีบร้อน “ถึงร้านนี้จะดูดีเหมือนเดิม แต่กลับไม่ได้สนใจเรื่องคุณภาพของอาหาร หรือแม้แต่ชานี่ด้วยซ้ำ ร้านอาหารใหญ่เพียงนี้กลับจ้างลูกจ้างมาช่วยงานแค่สองคน ไม่สิ ตอนนี้เหลือคนเดียวแล้ว เจ้าไม่คิดว่าผู้ดูแลดูใจเย็นเกินไปอย่างนั้นหรือ”
อู่เชียนเชียนพยักหน้าตามระหว่างที่ฟัง “จริงด้วยเจ้าค่ะ มันออกจะแปลก ๆ”
ซ่งชิงหลันยิ้มแล้วพูดต่อ “เพราะอย่างนั้นก็เห็นชัดแล้วว่าเจ้าของร้านไม่ได้อยากจะทำร้านนี้ต่อ จึงวางแผนไล่คนออกไปทีละคน”
เมื่อพูดถึงตรงนี้ นางก็มองไปที่เสี่ยวชุนจื่ออย่างไม่ละสายตา
ด้านเสี่ยวชุนจื่อเองตื่นตระหนก มองไปทางซ่งชิงหลัน “แม่นาง ท่านช่าง… น่าทึ่งจริง ๆ ขอรับ ข้าน้อยเองก็ได้ยินมาแบบนั้นเช่นกัน…”
จากนั้นเสี่ยวชุนจื่อก็อธิบายด้วยเสียงแผ่วเบาอีกครั้ง “ท่านเจ้าของร้านอยากจะขายภัตตาคารนี้จริง ๆ ตั้งแต่สองสามวันที่ผ่านมาแล้ว”
ซ่งชิงหลันถามต่อ “แล้วเหตุใดถึงไม่เป็นอย่างนั้นได้เล่า?”
ภัตตาคารแห่งนี้ตั้งอยู่ในทำเลที่ยอดเยี่ยม เป็นร้านที่มีชื่อเสียงมายาวนาน ทั้งยังสามารถเป็นแหล่งทำมาหากินให้ลูกหลานต่อไปได้อีกนานตราบใดที่พวกเขาสืบทอดแล้วดูแลกิจการอย่างดี ก็จะสามารถทำเงินได้มากมายมหาศาล
เสี่ยวชุนจื่อยักไหล่ “สำหรับเรื่องนี้ ข้าน้อยไม่ทราบจริง ๆ ขอรับ”
ทันใดนั้นเอง ผู้ช่วยเจ้าของร้านก็ขึ้นมาที่ชั้นสอง แล้วตะโกนเสียงดัง “เสี่ยวชุนจื่อ! เจ้าว่างนักหรือถึงมายืนคุยอยู่ตรงนี้ มีแขกรออยู่ข้างล่าง รีบไปต้อนรับเร็วเข้า”
เสี่ยวชุนจื่อจึงรีบหันไปตอบรับอย่างรีบร้อน “ไปแล้วขอรับ ข้าน้อยจะไปประเดี๋ยวนี้”
จากนั้นก็หันมายิ้มให้กับลูกค้าสาวทั้งสองแล้วเอ่ยขอตัว “ข้าน้อยต้องไปทำงานก่อน หวังว่าท่านทั้งสองจะไม่เอาสิ่งที่ข้าเล่าไปบอกผู้ใดนะขอรับ ไม่อย่างนั้นท่านผู้ช่วยเจ้าของร้านเอาข้าตายแน่”
“ไม่ต้องห่วง ข้าเข้าใจแล้ว เจ้ารีบไปทำงานเถิด” อู่เชียนเชียนโบกมือพร้อมเอ่ยตอบไป
ซ่งชิงหลันชะโงกหน้ามองไปทางบันได ก็เห็นว่ามีลูกค้ามากมายอยู่ชั้นล่างในส่วนต้อนรับ
และยังได้ยินเสียงพวกลูกค้าคุยกันอยู่บ้าง
“ท่านป้าที่นี่อย่างไรเล่า ภัตตาคารหยิงปินที่ข้าเล่าให้ฟัง เป็นร้านอาหารเก่าแก่ที่สุดของเมืองนี้ หากมาแล้วไม่กินที่นี่ก็เหมือนมาไม่ถึง”
“จริงด้วย การตกแต่งก็ดูโอ่อ่าสมเป็นร้านชื่อดังของเมืองใต้บารมีขององค์จักรพรรดิเสียจริง”
“เข้าไปข้างในกันเร็วเข้า ประเดี๋ยวจะไม่มีที่ว่างเหลือให้นั่ง”
…
ซ่งชิงหลันละสายตากลับมาเมื่อพบว่าอู่เชียนเชียนกำลังลอบส่ายหน้ากับตัวเอง “ดูเหมือนว่าพวกเขาจะเป็นเหมือนข้า ที่ยังไม่รู้ว่าตอนนี้ภัตตาคารหยิงปินเปลี่ยนไปราวกับหน้ามือเป็นหลังมือ รสชาติผิดเพี้ยนไปหมดเช่นนี้แล้วต่อไปข้าจะไปหาอาหารอร่อย ๆ กินได้จากที่ใดอีกเล่า”
ซ่งชิงหลันสังเกตรอบ ๆ ร้านแล้วพูดกับตัวเองขึ้นมา “ก็… น่าเสียดายจริง ๆ การตกแต่งของร้านนี้ดีมาก ๆ ทำเลที่ตั้งก็ดี หากข้าได้ทำร้านนี้ คงสามารถทำอันใดได้อีกมากแน่”
ได้ยินเช่นนั้นอู่เชียนเชียนก็มีท่าทีตื่นเต้น “พี่ชิงหลัน ท่านอยากซื้อร้านนี้ต่อหรือไม่เจ้าคะ”
“พูดเป็นเล่นน่า เจ้าพูดเบา ๆ สิ!” ซ่งชิงหลันขยับตัวอย่างเงียบ ๆ “เชียนเชียน เบาเสียงลงหน่อย ข้าก็สนใจเรื่องนี้นะ… เพียงแต่ว่า…”
“เพียงแต่อันใดเจ้าคะ” นางตื่นเต้นยิ่งกว่าเดิม คว้ามือพี่สาวมาจับเอาไว้ “พี่ชิงหลัน อาหารที่ท่านทำอร่อยกว่าที่นี่มาก อีกทั้งท่านยังมีหัวการค้าอีกด้วย หากท่านซื้อที่นี่มาดูแลต่อ รับรองว่ารุ่งเรืองเป็นแน่”
ซ่งชิงหลันอดขำกับคำพูดนั้นไม่ได้ “เจ้าพูดอย่างกับเรื่องนี้จะเป็นไปได้ง่าย ๆ เหมือนเล่นขายของ ข้าไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเจ้าของร้านเป็นผู้ใด ทั้งยังไม่รู้ว่าเขาวางแผนจะขายกิจการเท่าไรด้วย”
“ท่านไม่ต้องห่วงเรื่องนี้เลยเจ้าค่ะ” สาวน้อยตบหน้าอกด้วยรอยยิ้ม แล้วเสนอตัว “พี่ชิงหลันไม่ต้องกังวล เรื่องนี้ให้เป็นหน้าที่ของข้า ข้ากับผู้ช่วยเจ้าของร้านเราสนิทกัน ดังนั้นข้าจะไปคุยกับเขาแล้วสอบถามให้เอง ไปกันเถิด”
อู่เชียนเชียนลากซ่งชิงหลันลงมาชั้นล่าง เมื่อผู้ช่วยเจ้าของร้านเห็นพวกนางก็เข้ามาถาม “คุณหนูชิงหลันและเพื่อนคุณหนู จะกลับแล้วหรือขอรับ”
จากนั้นผู้ช่วยเจ้าของร้านหันมาสบตาแล้วยิ้มแย้ม “หรือว่าคุณหนูเชียนเชียนต้องการอันใดเพิ่มหรือไม่”
….
ไม่นานอู่เชียนเชียนก็กลับมาหาซ่งชิงหลันด้วยอาการไม่กล้าสบตา ทำให้นางรู้ผลลัพธ์โดยไม่ต้องคาดเดา
ทั้งสองเดินออกมาจากภัตตาคารด้วยกัน
ซ่งชิงหลันเห็นว่าสาวน้อยยังดูโกรธเคืองอยู่ จึงอดไม่ได้ที่จะยิ้มแล้วถามขึ้น “เจ้าไม่ได้ข้อมูลมาเลยสินะ”
“ใช่เจ้าค่ะ” อู่เชียนเชียนพยักหน้าแล้วพูดอย่างอารมณ์เสีย “เขาบอกว่าเจ้าของร้านใหญ่ไม่ได้อยู่ในเมือง ข้ายังไม่ได้รายละเอียดอันใดมาเลยด้วยซ้ำ”
ซ่งชิงหลันยิ้มที่มุมปากแล้วพูดต่อ “เขาเอาแต่บ่ายเบี่ยงไม่ยอมให้เจ้าได้เจอเจ้าของร้านใหญ่ใช่หรือไม่”
อู่เชียนเชียนพยักหน้าแล้วถามขึ้น “เช่นนี้พวกเราควรทำอย่างไรดีเจ้าคะ?”
นางต้องการช่วยให้ซ่งชิงหลันได้ซื้อกิจการร้านนี้
ซ่งชิงหลันเพียงหัวเราะแล้วตอบ “จะทำอันใดได้ ข้าจะกลับไปที่ร้านเสื้อชิงเยว่ ส่วนเจ้าก็กลับไปที่โรงฝึกอย่างไรเล่า”
“อ้าว… เหตุใดเล่าเจ้าคะ” อู่เชียนเชียนกะพริบตาปริบ ๆ แล้วถามอย่างสงสัย “เรื่องร้านอาหารวันนี้จะลืมมันไปอย่างนั้นหรือเจ้าคะ?”
นางจึงโบกมือให้น้องสาว “ปล่อยมันไปเถิด จะทำการค้าต้องอาศัยโชคชะตาด้วย กิจการใด ๆ ก็ตามไม่ใช่เรื่องง่าย ต้องวางแผนอย่างรอบคอบก่อนจึงจะตัดสินใจ”
อู่เชียนเชียนเม้มริมฝีปาก “เข้าใจแล้วเจ้าค่ะ พี่ชิงหลัน แต่ถ้าท่านอยากได้ความช่วยเหลืออันใดจากข้า บอกมาได้เลยไม่ต้องเกรงใจนะเจ้าคะ”
“เข้าใจแล้ว ๆ รีบกลับกันดีกว่า”
ถึงอย่างนั้น สิ่งที่เกิดขึ้นในวันนี้ ก็ทำให้การเป็นเจ้าของร้านอาหารเข้ามาอยู่ในแผนการของซ่งชิงหลันด้วย
และนางจะเริ่มทำตามแผนในอีกไม่นานนี้แน่