ทะลุมิติมาเป็นคุณหนูใหญ่กลับต้องมาเลี้ยงน้องจนได้ดีแถมต้องเลี้ยงลูกอีกต่างหาก - บทที่ 118 มีเรื่องใหญ่เกิดขึ้นแล้ว
- Home
- ทะลุมิติมาเป็นคุณหนูใหญ่กลับต้องมาเลี้ยงน้องจนได้ดีแถมต้องเลี้ยงลูกอีกต่างหาก
- บทที่ 118 มีเรื่องใหญ่เกิดขึ้นแล้ว
บทที่ 118 มีเรื่องใหญ่เกิดขึ้นแล้ว
“เดิมพันหรือ เจ้าหมายถึงเดิมพันเรื่องใดกัน?” เหวยหมิ่นจือมีท่าทีสับสน
เหอไห่หลิงตกใจและถามอย่างกระวนกระวาย “หลันหลัน เจ้าก็สนใจเล่นพนันกับเขาด้วยหรือ รู้หรือไม่ว่าจะหมดเนื้อหมดตัวเอาได้”
ซ่งชิงหลันยิ้มเจื่อน ๆ แล้วพูดขึ้นว่า “ท่านป้าสะใภ้ใหญ่ ท่านป้าสะใภ้รอง ท่านไม่ต้องกังวล ข้ามิได้หลงผิดไปยุ่งกับการพนันเจ้าค่ะ เพียงแต่…”
ระหว่างที่เล่านั้น ท่าทางของเจ้าของร้านสาวก็ดูจริงจังขึ้นมาทันที นางพูดเสียงเบา “สิ่งที่ข้ากำลังจะทำต่อไปนี้ไม่ต่างอันใดกับการพนัน หากไม่สำเร็จ ความล้มเหลวครั้งนี้อาจจะไม่ใช่เรื่องเล็ก ๆ เลย ข้าอาจต้องใช้เวลากับตัวเองเสียหน่อย”
หลังจากพูดจบ ซ่งชิงหลันก็ลุกขึ้น แล้วกลับเข้าไปในห้องทำงานของตนเอง เหลือเพียงป้าสะใภ้ทั้งสองที่ยืนมองนางอย่างสงสัย
เหวยหมิ่นจือขมวดคิ้วอย่างกังวลใจ “หลันหลันกำลังจะทำอันใดกันแน่”
เหอไห่หลิงเองก็ยักไหล่ “ไม่รู้สิ ตอนนี้ข้าเองก็สับสนไม่ต่างจากท่าน”
“เหตุใดจู่ ๆ นางถึงได้สนใจเจ้าของโรงพนันเฉียนจี้มากเพียงนี้ ข้าเป็นห่วงนางจริง ๆ”
“แต่ก็เป็นไปไม่ได้ที่หลันหลันจะเล่นการพนัน”
“ใช่ ข้าคงคิดมากเกินไปเอง เอาเป็นว่าเราไปดูร้านกันเถิด”
…
ซ่งชิงหลันนั่งอยู่ในห้องเพียงคนเดียวเงียบ ๆ หลายวันหลังจากนั้น
ทุกคนในร้านต่างรู้ว่านางต้องใช้สมาธิในการออกแบบเสื้อผ้า พวกเขาจึงไม่เข้ามารบกวนหากไม่จำเป็น
ในที่สุด วันนี้ซ่งชิงหลันก็เปิดประตูออกมาจากห้องทำงาน
นางเรียกหลี่ซิ่วซิ่วที่อยู่ในห้องเย็บปักข้าง ๆ กันให้ออกมา “ซิ่วซิ่ว มานี่ที”
เมื่อซ่งชิงหลันออกจากมาจากห้อง คนแรกที่นางมองหาก็คือหลี่ซิ่วซิ่ว ทำให้ช่างคนอื่น ๆ ในร้านรู้ดีว่าหลี่ซิ่วซิ่วมีความสำคัญต่อเจ้าของร้านเพียงใด ทุกคนจึงเกรงใจในตัวเด็กสาวคนนี้ไม่มากก็น้อย
สาวน้อยวางมือจากงาน แล้วเข้าไปในห้องส่วนตัวของซ่งชิงหลัน “พี่ชิงหลัน มีอันใดหรือเจ้าคะ”
“ปิดประตูก่อน” ซ่งชิงหลันโบกมือด้วยรอยยิ้ม “มาดูนี่เร็วเข้า นี่คือแบบที่ข้าเพิ่งวาดเสร็จ เจ้ามาช่วยออกความเห็นที”
เมื่อหลี่ซิ่วซิ่วได้ยินว่ามันคือแบบชุดใหม่ที่ซ่งชิงหลันวาดอยู่หลายวัน นางก็เกิดความสนใจขึ้นมาโดยพลัน
เด็กสาวแทบรอไม่ไหวที่จะโน้มตัวเข้าไปใกล้ เมื่อได้เห็นชุดที่ถูกออกแบบไว้ ดวงตาสาวน้อยก็เป็นประกายอย่างห้ามไม่อยู่ แล้วถอนหายใจออกมาด้วยความชอบใจ “นี่คือ ชุดสำหรับนักแสดงหรือเจ้าคะ?”
“ใช่แล้ว” ซ่งชิงหลันพยักหน้าอย่างมีความสุข ที่รู้ว่าหลี่ซิ่วซิ่วสัมผัสถึงความตั้งใจของตนเองได้
ซ่งชิงหลันถามอีกครั้ง “เจ้าคิดว่าอย่างไร”
“สวยจนไร้ที่ติเลยเจ้าค่ะ” ช่างปักสาวตื่นตาตื่นใจกับภาพที่เห็นจนพูดไม่ออก “นักแสดงที่สวมชุดนี้จะต้องทำให้ผู้ชมหลงใหลได้อย่างแน่นอน โดยเฉพาะพวกหนุ่ม ๆ”
ซ่งชิงหลันลูบคางอย่างครุ่นคิด สีหน้าเต็มไปด้วยความจริงจัง
จู่ ๆ นางก็เงียบไป ทำให้หลี่ซิ่วซิ่วสงสัยขึ้นมา “พี่ชิงหลัน ท่านเป็นอันใดไปเจ้าคะ”
“ชุดนี้ มีความหมายแฝงอยู่ด้วย”
เมื่อได้ยินดังนั้น หลี่ซิ่วซิ่วจึงพิจารณาอย่างละเอียดอีกครั้ง จากนั้นก็ขมวดคิ้วแล้วพูดออกมาว่า “นี่คือผีเสื้อหรือเจ้าคะ?”
ชุดแสดงชุดนี้ ซ่งชิงหลันออกแบบมาเพื่อเมิ่งเตี๋ยหวู่โดยเฉพาะ
มันเป็นชุดสีขาวที่ออกแบบอย่างหรูหรา กระโปรงยาวดูพลิ้วไหว ส่วนชายของชุดทำให้ดูเหมือนผีเสื้อ ซึ่งสื่อความหมายตามชื่อของนายหญิงเฉียนผู้นั้น
ซ่งชิงหลันยิ้มแล้วพูดว่า “เจ้าเองก็เห็นความหมายที่ซ่อนอยู่ แสดงว่าการตัดเย็บชุดนี้ให้ถ่ายทอดความนัยลึกซึ้งออกมาคงไม่เกินความสามารถเป็นแน่ ส่วนสำคัญอยู่ที่ลวดลายผีเสื้อ หากทำออกมาได้อย่างละเอียด จะทำให้รู้สึกราวกับว่าพวกมันจะมีชีวิตขึ้นมาจริง ๆ”
“นี่มัน…” หลี่ซิ่วซิ่วขมวดคิ้วด้วยความลำบากใจ
ซ่งชิงหลันพูดออกมาตามที่นางคิดอยู่ในหัว
สาวน้อยกัดฟันแล้วตอบออกไป “พี่ชิงหลัน ข้าขอเวลาสักหน่อยนะเจ้าคะ ข้าต้องลองคิดดูว่าจะทำอย่างไรดี”
ซ่งชิงหลันจับมือนางแล้วเอ่ยขึ้น “ซิ่วซิ่ว เราเหลือเวลาอีกไม่มากแล้ว เจ้าสามารถทำให้เสร็จก่อนเทศกาลโคมไฟได้หรือไม่”
แม้จะรู้ว่านี่ไม่ใช่เรื่องง่าย แต่เมื่อทุกอย่างดำเนินมาถึงขนาดนี้แล้วจึงไม่สามารถใจเย็นอยู่ได้อีกต่อไป
หลี่ซิ่วซิ่วจับมือซ่งชิงหลัน “ข้าจะกลับไปลองคิดต่อที่ห้องตัดเย็บประเดี๋ยวนี้เลยเจ้าค่ะ”
ว่าจบร่างบางก็เดินออกไปที่ห้องตัดเย็บทันที
ไม่กี่วันถัดมา ก็ถึงคราวที่หลี่ซิ่วซิ่วจะปิดประตูอยู่ในห้องบ้าง
ซ่งชิงหลันเองก็ไม่ได้อยู่เฉย ๆ ระหว่างรอ เพราะความเคยชินกับการทำงานอยู่ตลอดเวลา นางยังมองหาทำเลเหมาะ ๆ ในการทำร้านอาหาร แต่ถึงอย่างนั้นก็พบว่าภัตตาคารหยิงปินนั้นเหมาะสมที่สุดแล้ว
เช้าตรู่วันนี้ ขณะที่ซ่งชิงหลันกำลังจะออกจากบ้าน นางก็พบว่าอู่เชียนเชียนกำลังวิ่งตรงมาหา
สาวน้อยมีท่าทางหอบเหนื่อย แล้วรีบคว้าตัวพี่สาวเอาไว้ “พี่ชิงหลัน มีเรื่องใหญ่เกิดขึ้นเจ้าค่ะ ไปกับข้าเร็วเข้า”
ท่าทางของซ่งชิงหลันเต็มไปด้วยความสับสน “มีอันใดหรือ แล้วนี่เจ้าจะพาข้าไปที่ใดกัน”
“รีบตามข้ามาเถิดเจ้าค่ะ ไปถึงแล้วท่านก็จะรู้เอง”
อู่เชียนเชียนไม่ได้เล่าอะไร เพียงดึงซ่งชิงหลันไปอย่างเร็วที่สุด
หญิงสาวถูกลากมาถึงหน้าภัตตาคารหยิงปิน
ตอนนี้ด้านหน้าของร้านเต็มไปด้วยผู้คนมากหน้าหลายตาที่ไม่ได้มาที่นี่เพื่อทานอาหาร แต่กำลังล้อมวงดูความตื่นเต้น
ซ่งชิงหลันเดาไม่ถูกว่าเกิดอะไรขึ้นที่นี่ จึงถามอีกครั้ง “ตกลงว่านี่มันเกิดอันใดขึ้นกันแน่”
“เรื่องน่าตื่นเต้นอย่างไรเจ้าคะ” สาวน้อยหันมาหัวเราะอย่างมีเลศนัย
จากนั้นอู่เชียนเชียนก็พาซ่งชิงหลันไปที่โรงน้ำชาฝั่งตรงข้าม แล้วเอ่ยขึ้น “พี่ชิงหลัน เรามาดื่มชาแล้วดูเรื่องสนุกไปด้วยกันเถิด”
คุณหนูเชียนเชียนจองที่นั่งส่วนตัวของชั้นสองเอาไว้เรียบร้อยแล้ว เป็นที่นั่งที่มองเห็นทุกอย่างได้เป็นอย่างดี ทั้งทิวทัศน์ที่สวยงาม และทุกอย่างที่เกิดขึ้นที่ภัตตาคารหยิงปินฝั่งตรงข้าม
ผู้คนจำนวนไม่น้อยมาที่โรงน้ำชาเพื่อสิ่งนี้เช่นกัน
เสียงพูดคุยจอแจค่อย ๆ ดังเข้ามาทำให้ทั้งสองพลอยได้ยินไปด้วย
“ไม่คิดเลยว่าภัตตาคารขนาดใหญ่อย่างหยิงปินจะต้องปิดตัวอย่างที่เขาว่ากัน”
“จริงหรือนี่ นี่มันร้านเก่าแก่ของเมืองเชียวนะ ข้ากินอาหารของที่นี่มาตั้งแต่ยังเด็ก แต่ตอนนี้กำลังจะปิดตำนานลงแล้ว…โอ้”
“ว่ากันว่าความมั่งคั่งมักอยู่ได้เพียงสามชั่วคน ท่าจะเป็นเรื่องจริง ขืนนายท่านเสิ่นรู้ว่าเสิ่นว่านซานหลานชายของเขาทำลายกิจการของครอบครัวที่สืบทอดกันมาตั้งแต่บรรพบุรุษเช่นนี้มีหวังคงโกรธจนลุกขึ้นมาจากหลุมก็เป็นได้!”
“แน่นอน เจ้าบอกว่าเสิ่นว่านซานเป็นคนทำลายวงศ์ตระกูล ท่าทางเขาก็ทำมาหากินได้ความอยู่นี่ แล้วเหตุใดถึงได้เป็นหนี้มากถึงเพียงนั้น”
“เพราะติดการพนันน่ะสิ”
“ข้าได้ยินมาว่าเสิ่นว่านซานติดหนี้โรงพนันเฉียนจี้ หลายพันตำลึง ไม่มีทางที่จะหามาจ่ายได้หมด จึงได้ทำลายวงศ์ตระกูลตัวเองลงในชั่วข้ามคืน หนีหนี้ออกจากเมืองไปแล้ว ดังนั้นตอนนี้โรงพนันเฉียนจี้จึงกลายเป็นเจ้าของภัตตาคารนี้ไปแล้ว”
“โธ่ น่าอายเช่นนี้เชียว”
“เฮ้อ” อู่เชียนเชียนถอนหายใจอย่างกะทันหัน
ซ่งชิงหลันอดไม่ได้ที่จะยิ้มขำแล้วเอ่ยถาม “เจ้าถอนหายใจเพราะเหตุใด”
“ข้าแค่คิดว่า เราเพิ่งจะไปกินข้าวด้วยกันที่นั่นเมื่อไม่กี่วันก่อน ไม่คิดมาก่อนว่าต่อไปจะไม่มีภัตตาคารหยิงปินอยู่อีกแล้ว”
ซ่งชิงหลันเม้มริมฝีปากก่อนที่จะยกยิ้มขึ้นมา “ไม่คิดว่าเจ้าจะมีอารมณ์อ่อนไหวเช่นนี้ด้วย”
อู่เชียนเชียนมองไปที่ซ่งชิงหลันอย่างสงสัยแล้วถามขึ้น “พี่ชิงหลัน ท่านคิดอย่างไรเกี่ยวกับเรื่องนี้หรือเจ้าคะ?”