ทะลุมิติมาเป็นคุณหนูใหญ่กลับต้องมาเลี้ยงน้องจนได้ดีแถมต้องเลี้ยงลูกอีกต่างหาก - บทที่ 119 มีอันใดหรือ?
- Home
- ทะลุมิติมาเป็นคุณหนูใหญ่กลับต้องมาเลี้ยงน้องจนได้ดีแถมต้องเลี้ยงลูกอีกต่างหาก
- บทที่ 119 มีอันใดหรือ?
บทที่ 119 มีอันใดหรือ?
ซ่งชิงหลันจิบชาแล้วพูดเสียงเบา “หากไม่มีเงินจ่ายหนี้ก็ต้องถูกยึดทรัพย์สิน จะให้คิดอย่างไรได้อีก”
อู่เชียนเชียนขมวดคิ้วแล้วพูดเสียงเบา “แต่ความจริงข้าคิดว่าเรื่องนี้มันแปลก ๆ นะเจ้าคะ”
“มีอันใดหรือ?” ซ่งชิงหลันถาม
อู่เชียนเชียนมองไปรอบ ๆ เพราะกลัวว่าคนอื่นจะได้ยิน
จากนั้นก็ย้ายที่มานั่งข้างซ่งชิงหลัน
เมื่อเห็นท่าทางแบบนั้น นางก็อดหัวเราะออกมาไม่ได้ “มีเรื่องอันใดกัน ท่าทางลับ ๆ ล่อ ๆ”
“พี่ชิงหลัน คืออย่างนี้เจ้าค่ะ….” ระหว่างที่เล่าก็ขยับเข้ามากระซิบใกล้ ๆ หูซ่งชิงหลัน “หลังจากที่เราไปกินข้าวด้วยกันที่ภัตตาคารหยิงปินวันนั้น พอกลับมาแล้วข้าก็ให้คนไปช่วยสืบเรื่องทั้งหมด จนรู้มาว่าเสิ่นว่านซานกำลังจะขายร้านอย่างลับ ๆ รู้หรือไม่ว่าเขาจะขายร้านเท่าไร”
ซ่งชิงหลันมองภัตตาคารและสถานการณ์ของร้านในช่วงนี้ และยังพอมีความรู้เรื่องกิจการต่าง ๆ อยู่บ้าง
เมื่อได้ยินคำถามของอู่เชียนเชียนก็ครุ่นคิดในใจอยู่อย่างเงียบ ๆ
“หากเป็นทำเลนี้ และผังร้านประมาณนี้ ข้าคิดว่าน่าจะสักห้าพันตำลึงได้”
ดวงตาของสาวน้อยเบิกตากว้างทันที นางเอ่ยด้วยความตื่นเต้น “พี่ชิงหลัน ท่านไม่ธรรมดาเลยจริง ๆ ท่านสามารถคาดเดาทุกอย่างได้ทั้งหมด ราคาเดิมที่เสิ่นว่านซานเสนอคือห้าพันตำลึงจริง ๆ และมีคนมาติดต่อขอซื้อ ทั้งสองฝ่ายเกือบจะเจรจากันสำเร็จแล้ว แต่อยู่ ๆ เรื่องเสิ่นว่านซานเป็นหนี้พนัน ต้องการเงินเร่งด่วนมากก็ถูกแพร่งพรายออกมา ทำให้ร้านถูกกดราคาเหลือเพียงพันตำลึงเท่านั้น”
ซ่งชิงหลันยิ้มเล็กน้อยด้วยท่าทางทรงภูมิแล้วพูดเสียงแผ่วเบา “และเพราะเงินเพียงพันตำลึงน้อยเกินไป เสิ่นว่านซานจึงไม่เต็มใจจะขายสินะ”
“ใช่แล้ว พี่ชิงหลัน เป็นอย่างที่ท่านว่า เพราะเช่นนี้ ทำให้ทั้งสองฝ่ายตกลงราคากันไม่ได้จนทำให้การซื้อขายหยุดชะงักจนเกิดเรื่องอย่างที่เห็น”
ขณะที่พูดแบบนั้นอู่เชียนเชียนก็เหมือนฉุกคิดบางอย่างขึ้นมาได้ เจ้าของดวงตากลมโตจึงจ้องไปทางซ่งชิงหลัน
พบว่าพี่สาวข้างกายไม่ได้มีท่าทีอย่างที่ตนเองคิดเอาไว้ก็ผิดหวังขึ้นมาเล็กน้อย
แล้วเอ่ยถามพร้อมขมวดคิ้ว “พี่ชิงหลัน เหตุใดท่านถึงไม่แปลกใจเรื่องนี้เลยเล่า อย่างกับว่าท่านรู้เรื่องอยู่นานแล้ว”
ซ่งชิงหลันยิ้มตอบ หรี่ตาลงเล็กน้อย มองไปยังภัตตาคารหยิงปินที่เต็มไปด้วยผู้คนแล้วเอ่ยเบา ๆ “ร้านนี้ดีมากจริง ๆ ข้าชอบที่นี่มาก”
อู่เชียนเชียนถามขึ้น “พี่ชิงหลัน ท่านยังต้องการร้านนี้อยู่อย่างนั้นหรือเจ้าคะ?”
“ใช่ ข้าสำรวจมาจนทั่วในช่วงสองสามวันมานี้ แต่ก็ยังคิดว่าที่นี่มีทำเลดีที่สุด”
“เฮ้อ” อู่เชียนเชียนถอนหายใจแรง ๆ “หากมันยังเป็นของเสิ่นว่านซาน ทุกอย่างคงจะง่ายกว่านี้ แต่ตอนนี้กลายเป็นของเจ้าของโรงพนันเฉียนจี้ คงจะยากสำหรับการเจรจาซื้อขาย ข้าได้ยินว่าเขาเป็นคนแปลก ค่อนข้างเจ้าอารมณ์แม้จะเป็นเรื่องการค้า นอกจากนี้ คนที่ทำบ่อนพนันเช่นนั้นคงไม่ง่ายเลยที่จะเข้าถึงตัวได้”
ซ่งชิงหลันยกชาขึ้นจิบอีกครั้ง พูดด้วยรอยยิ้ม “บางทีนายท่านเฉียนคนนั้นอาจจะอยากคุยการค้ากับข้าก็ได้นะ”
หลังกล่าวเช่นนั้น หญิงสาวก็มองกาน้ำชาบนโต๊ะ “ชานี่ดีจริง ๆ ได้ดื่มแล้วรู้สึกสดชื่นมาก อ้อใช่ เชียนเชียน ข้าคงต้องขอตัวก่อน”
อู่เชียนเชียนตกใจแล้วรีบคว้าแขนเสื้อคนเป็นพี่เอาไว้ “พี่ชิงหลัน ท่านจะไปแล้วหรือเจ้าคะ?”
ซ่งชิงหลันยักไหล่ตอบด้วยรอยยิ้ม “เรื่องน่าตื่นเต้นจบลงแล้ว เหตุใดจึงต้องอยู่ต่อเล่า”
สาวน้อยเม้มปากมองไปยังฝูงชนแน่นขนัดด้านล่างแล้วเอ่ยพึมพำ “อันใดกัน ยังไม่ทันจบเสียหน่อย… พี่ชิงหลัน…”
แต่เมื่อหันกลับมาอีกครั้งซ่งชิงหลันก็จากไปแล้ว
เจ้าของร้านสาวกลับมาที่ร้านเสื้อชิงเยว่
นางวางแผนจะไปดูว่าหลี่ซิ่วซิ่วทำชุดลายผีเสื้อคืบหน้าไปมากเพียงใดแล้ว เพราะวันเทศกาลโคมไฟก็ใกล้เข้ามาทุกที
ทันทีที่ซ่งชิงหลันก้าวเท้าเข้ามาในร้าน เหอไห่หลิงก็รีบเข้ามาทักทาย
ป้าสะใภ้คว้ามือซ่งชิงหลันด้วยท่าทางตื่นเต้น “หลันหลัน เมื่อเช้าเจ้าไปที่ใดมา ข้าตามหาจนทั่ว”
หลานสาวกะพริบตาปริบ ๆ ด้วยความงุนงง “เชียนเชียนพาข้าไปที่ภัตตาคารหยิงปินเพื่อดูเรื่องน่าสนุกเจ้าค่ะ มีอันใดเกิดขึ้นหรือไม่เจ้าคะ”
“มีเรื่องดีน่ะสิ” เหอไห่หลิงหัวเราะทันที “ชิงตงกลับมาแล้ว”
“จริงหรือเจ้าคะ?!” ดวงตาของคนเป็นพี่เป็นประกายทันทีเมื่อได้ยินเรื่องน้องชาย ท่าทางดูมีความสุขอย่างห้ามไม่ได้ “เขาอยู่ที่ใดเจ้าคะ ในห้องทำงานข้าหรือ?”
เหอไห่หลิงหยุดซ่งชิงหลันที่กำลังจะเข้าไปหลังร้าน “ชิงตงอยู่ที่ท่าเรือ ครั้งนี้เขาได้สินค้ากลับมาจำนวนมาก เขาให้คนที่ท่าเรือมาช่วยส่งข่าว ป้าไม่รู้ว่าเจ้าออกไปที่ใด เลยให้เสี่ยวฟางคนของร้านเราไปช่วยก่อน”
“เช่นนั้นข้าจะรีบไปดูเจ้าค่ะ” ระหว่างที่พูดซ่งชิงหลันก็ดึงชายกระโปรงขึ้นเตรียมจะออกจากร้าน
แต่มีเด็กหนุ่มใบหน้าหล่อเหลาที่คุ้นเคยปรากฏตัวต่อหน้าเสียก่อน
นั่นก็คือซ่งชิงตง
ระหว่างที่ซ่งชิงหลันชะงักค้าง น้องชายคนโตก็หัวเราะชอบใจแล้วเอ่ยเรียก “ท่านพี่ ข้ากลับมาแล้วขอรับ”
“เหตุใดคราวนี้เจ้ากลับมาไวนัก ข้าคิดว่าอย่างเร็วเจ้าน่าจะกลับมาสักวันมะรืน”
เมื่อเทศกาลโคมไฟใกล้เข้ามา ซ่งชิงหลันรู้ดีว่าน้องชายคงกลับมาบ้านในไม่ช้า แต่ไม่คาดว่าจะเร็วเพียงนี้
ซ่งชิงตงอธิบายด้วยรอยยิ้ม “ไปอวี๋เฉิงครั้งนี้ทุกอย่างราบรื่นไปหมด ข้าซื้อของจำนวนมากกลับมา ท่านอยากไปดูหรือไม่ขอรับ”
ซ่งชิงหลันรีบพยักหน้า “เอาสิ ไปกันเถิด”
ซ่งชิงหลันขอให้คนงานช่วยกันขนของเข้าไปทางประตูด้านข้างของร้านเสื้อ เพราะต้องใช้ห้องเก็บของในร้านสำหรับเก็บสินค้าเป็นการชั่วคราว
ซ่งชิงตงตรวจสอบข้าวของและบัญชีต่าง ๆ ทีละรายการอย่างรอบคอบ เมื่อเห็นว่าไม่มีอะไรตกหล่นก็ให้คนงานกลับไป
หญิงสาวมองสินค้าที่น้องชายซื้อกลับมา มีเครื่องใช้น่าสนใจหลายชิ้น อย่างเครื่องลายคราม เครื่องประดับ งานฝีมือต่าง ๆ ชา และสินค้าอีกมากที่น่าจะได้รับความสนใจจากลูกค้า ทั้งยังเป็นสินค้าที่ไม่เคยเห็นในเมืองนี้
“ท่านพี่ ท่านคิดว่าอย่างไรขอรับ”
ซ่งชิงหลันพยักหน้าแล้วพูดขึ้น “ไม่เลวเลย ชิงตง เจ้ามีหัวการค้าไม่น้อย เจ้าสามารถตัดสินใจสิ่งต่าง ๆ อย่างรอบคอบได้ด้วยตัวเองแล้ว ต่อไปวางแผนไว้อย่างไร?”
“ข้าคิดว่าจะตั้งร้านในงานเทศกาลโคมไฟ ข้าซื้อโคมไฟรูปแบบแปลกใหม่จากอวี๋เฉิงมาด้วย จะได้ใช้มันเป็นตัวเรียกลูกค้าให้มาดูของในร้านขอรับ”
น้องชายเอาโคมไฟเหล่านั้นออกมาให้พี่สาวดูอย่างกระฉับกระเฉง
“อ้อ ท่านพี่ ข้าไปเจอของล้ำค่ามาด้วยขอรับ” จู่ ๆ เขาก็นึกอะไรบางอย่างได้ จึงไปค้นหาของในหีบออกมา
ไม่นานซ่งชิงตงก็เอากล่องผ้าหลายกล่องออกมามอบให้ซ่งชิงหลัน “ท่านพี่ลองเปิดดูสิขอรับ”
“อันใดกัน?” หญิงสาวรีบเปิดออกด้วยความสงสัย
ตอนนั้นจึงได้เห็นว่าภายในกล่องมีดิ้นสำหรับปักผ้าและด้ายสวยงามมากมายหลายมัดด้านใน นั่นคือของล้ำค่าที่ซ่งชิงตงหมายถึง