ทะลุมิติมาเป็นคุณหนูใหญ่กลับต้องมาเลี้ยงน้องจนได้ดีแถมต้องเลี้ยงลูกอีกต่างหาก - บทที่ 120 ท่านอาสะใภ้ช่วยท่านพี่อย่างนั้นหรือ?
- Home
- ทะลุมิติมาเป็นคุณหนูใหญ่กลับต้องมาเลี้ยงน้องจนได้ดีแถมต้องเลี้ยงลูกอีกต่างหาก
- บทที่ 120 ท่านอาสะใภ้ช่วยท่านพี่อย่างนั้นหรือ?
บทที่ 120 ท่านอาสะใภ้ช่วยท่านพี่อย่างนั้นหรือ?
ซ่งชิงหลันรีบเรียกหลี่ซิ่วซิ่วให้เข้ามาดูทันที
เมื่อสาวน้อยเข้ามาหยิบด้ายปักพิจารณาแล้วรีบตอบ “นี่ไม่ใช่ของธรรมดาเลยนะเจ้าคะ ดูเหมือนว่า…”
“ใช่แล้ว นี่เป็นด้ายที่ผสมดิ้นโลหะลงไปด้วย ทำให้มันเกิดแสงสะท้อนออกมา” ซ่งชิงตงอธิบายอย่างกระตือรือร้น “หากใช้ดิ้นพวกนี้ปักลงไปบนผ้า เมื่อเสื้อผ้าต้องแสงก็จะดูระยิบระยับสวยงาม ข้าได้เห็นดอกโบตั๋นที่ปักด้วยดิ้นชนิดนี้ในร้านผ้าดูสง่างามมากขอรับ”
ซ่งชิงหลันก็มีท่าทีสนใจ “จริงด้วย น่าสนใจมาก”
ซ่งชิงตงหัวเราะออกมาทันที “เมื่อได้เห็นด้ายชนิดนี้ ข้าก็คิดถึงท่านกับซิ่วซิ่วทันทีว่าท่านจะต้องชอบมากแน่ คิดว่าอย่างไรขอรับ?”
ซ่งชิงตงหันไปถามพี่สาว แล้วหันสายตาไปสบกับหลี่ซิ่วซิ่วอย่างไม่ทันตั้งตัว
ในตอนนั้นพลันเกิดประกายวาบขึ้นในดวงตาของช่างปักสาว นางเอาด้ายนั้นมาถือไว้อย่างตื่นเต้น สบตาซ่งชิงหลันแล้วรีบบอก “พี่ชิงหลัน ข้ามีความคิดดี ๆ แล้วเจ้าค่ะ…”
“ข้าก็เช่นกัน” ซ่งชิงหลันดูราวกับว่าจะใจตรงกับนางอย่างทันทีทันควัน ก็ตอบอย่างตื่นเต้น
ซ่งชิงตงที่มองอยู่ยังรู้สึกได้ว่าพวกนางตื่นเต้นเพียงใด และยืนฟังทั้งคู่คุยกันอย่างตั้งอกตั้งใจ แต่กลับไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่ จึงถามด้วยความงุนงง “นี่กำลังส่งกระแสจิตอันใดกันอยู่อย่างนั้นหรือ?”
ทว่าพวกนางกลับยังจมอยู่ในความคิดจนไม่ได้สนใจคำถามนั้นของซ่งชิงตงแต่อย่างใด
ซ่งชิงหลันหยิบด้ายทั้งหมดมาถือ เลิกคิ้วมองหลี่ซิ่วซิ่วอย่างเบิกบาน “ไปลองกันเถิด เร็วเข้า”
ว่าจบทั้งสองก็เดินเข้าห้องซ่งชิงหลันอย่างรวดเร็ว
แล้วขลุกอยู่ในนั้นด้วยกันเป็นเวลานาน
จนกระทั่งถึงเวลาที่ร้านปิดในช่วงค่ำ หญิงสาวทั้งสองก็เปิดประตูออกมาด้วยท่าทางเหนื่อยล้า
เห็นดังนั้นซ่งชิงตงก็อดสงสัยไม่ได้ มองไปทางป้าทั้งสองแล้วถามเสียงแผ่วเบา “ท่านป้าสะใภ้ พวกนางเป็นอันใดหรือขอรับ ราวกับถูกปีศาจเข้าสิง”
เหวยหมิ่นจือตอบด้วยรอยยิ้มแห้ง “ไม่เหมือนถูกสิง แต่มีปีศาจติดตามมาด้วยต่างหากเล่า”
นั่นไม่ได้ทำให้ซ่งชิงตงเข้าใจอะไรมากขึ้นแม้แต่น้อย
เหอไห่หลิงที่อยู่ข้างกันจึงอธิบายอย่างรวดเร็ว “ชิงตง เจ้าคงไม่รู้ พี่สาวเจ้ากับซิ่วซิ่ว กำลังง่วนอยู่กับงานทำชุดให้นายหญิงเฉียน ภรรยาเจ้าของโรงพนันเฉียนจี้ ดูเหมือนว่าทั้งสองคนกำลังพยายามทำให้ผีเสื้อบนชุดบินได้อยู่ ดูท่าทางจะไม่ใช่เรื่องง่ายเลย”
เหวยหมิ่นจือขัดขึ้นมา “อันใดนะ ผีเสื้อปักที่บินได้หรือ? นั่นมันจะมหัศจรรย์เกินไปหรือไม่ แต่จะว่าไป ครั้งนี้หลันหลันดูแปลกไปมาก สมาชิกคนอื่น ๆ เมื่อถึงวันเกิดของนายหญิงเหล่านั้น เราก็เพียงเลือกชุดใหม่ล่าสุดของร้านส่งไปบ้าง แต่ตอนนี้หลันหลันกลับกำลังออกแบบชุดนักแสดงสำหรับเต้นรำให้นายหญิงเฉียนโดยเฉพาะ…”
ซ่งชิงตงแปลกใจเมื่อได้ยินเรื่องนี้
เขาขมวดคิ้วเข้าหากันด้วยความสงสัยใคร่รู้ “นายหญิงเฉียนผู้นั้นเป็นผู้ใดกันขอรับ เหตุใดท่านพี่ต้องใส่ใจนางเป็นพิเศษเพียงนี้”
“นางไม่ได้มีอันใดพิเศษมากไปกว่าการเป็นภรรยาเจ้าของโรงพนันเฉียนจี้ไม่ใช่หรือ” เหวยหมิ่ยจือเอ่ยออกมาเพียงเท่านั้น
และอธิบายเพิ่มกับซ่งชิงตงอย่างสงสัย “ว่าไปแล้ว ป้าก็ไม่แน่ใจเช่นกันว่าเหตุใดจู่ ๆ ช่วงนี้พี่สาวเจ้าจึงได้ดูสนใจเจ้าของโรงพนันเฉียนจี้นัก หรือว่านางอาจจะ…”
เหอไห่หลิงได้ยินว่าพี่สะใภ้กำลังจะพูดอะไรไม่เหมาะสมออกมา จึงรีบปรามเอาไว้ “นี่ ๆ พี่สะใภ้ อย่าพูดไร้สาระ เราครอบครัวเดียวกัน หลันหลันเป็นคนอย่างไรเรารู้จักดี ไม่มีทางเสียหรอก”
เหวยหมิ่นจือรู้สึกว่าตัวเองเกือบเผลอพูดเพ้อเจ้อออกไปจริง ๆ จึงแค่นยิ้มอย่างรู้สึกผิด
นางมองไปที่ซ่งชิงตงแล้วเอ่ยต่อ “ชิงตง อย่างที่ป้าสะใภ้รองของเจ้าว่า ป้าเพียงห่วงพี่สาวเจ้ามากเกินไป หวังว่าเจ้าจะไม่ถือสา…”
หลานชายพยักหน้ายิ้ม ๆ “ข้าเข้าใจขอรับ”
จากนั้นเจ้าของร้านสาวและช่างปักคู่ใจก็เดินเข้ามา ทั้งสามจึงหยุดบทสนทนาลงเพียงเท่านั้น
ซ่งชิงหลันมองทั้งสามอย่างสงสัย แล้วถามพร้อมยิ้ม “คุยเรื่องอันใดกันท่าทางเคร่งเครียด พูดถึงข้าอยู่หรือ?”
เหวยหมิ่นจือรีบโบกมือทันที “ไม่… ไม่มีอันใด… ก็แค่คุยกันเรื่อยเปื่อย”
ว่าเช่นนั้นเหวยหมิ่นจือก็หันหน้าไปทางเหอไห่หลิงที่ยังอึกอัก ตามด้วยการขยิบตาให้นาง “จริงหรือไม่?”
“โอ้… ใช่ เราคุยเล่นกันนิดหน่อย” จากนั้นป้าสะใภ้รองก็รีบคิดประเด็นอย่างรวดเร็ว “เราคุยกันว่าชุดใหม่ที่เจ้ากำลังตั้งใจออกแบบจะเป็นอย่างไร”
ซ่งชิงหลันขมวดคิ้วแล้วตอบ “มันยังไม่เรียบร้อยดีเจ้าค่ะ แต่ด้ายปักแบบใหม่ที่ชิงตงซื้อกลับมาจะช่วยได้มากเลย ตอนนี้เราได้รูปแบบที่น่าสนใจใหม่ ๆ แล้วเจ้าค่ะ”
เมื่อได้ยินเช่นนั้น หลี่ซิ่วซิ่วก็รู้สึกโทษตัวเองในใจ
นางมองไปที่ซ่งชิงหลันแล้วพูดขึ้น “พี่ชิงหลัน ต้องขอโทษด้วย ทั้งหมดเป็นเพราะข้ายังไม่เก่งพอที่จะสร้างงานใหม่ออกมาได้เสียที ก็เลย…”
“ซิ่วซิ่ว นี่ไม่ใช่ความผิดของเจ้าแม้แต่น้อย” ซ่งชิงหลันจับมือสาวน้อยอย่างนุ่มนวล แล้วเริ่มปลอบโยน “วันนี้เจ้าเหนื่อยมาทั้งวันแล้ว กลับบ้านไปพักก่อนเถิด”
ซ่งชิงตงรีบเอ่ยชวนเช่นกัน “ท่านพี่ ท่านก็กลับบ้านกับข้าเถิด ท่านย่าและน้อง ๆ น่าจะรอเรากินข้าวพร้อมกันอยู่”
ซ่งชิงหลันพยักหน้า “นั่นสินะ กลับบ้านกันเถิด”
จากนั้น ทั้งสองก็ออกจากร้านเสื้อชิงเยว่ด้วยกัน
ระหว่างทางกลับบ้าน เมื่อผ่านบ้านของท่านอาเล็ก ก็พบว่าประตูบ้านนั้นเปิดอยู่ และหลิวกุ้ยเสียก็กำลังเก็บฟืนอยู่ที่ลานบ้านตนเอง
ซ่งชิงหลันหยุดเดินชั่วครู่ หันไปกล่าวกับน้องชาย “เจ้าเข้าบ้านไปก่อน ข้ามีเรื่องต้องคุยกับท่านอาสะใภ้”
พูดจบนางก็เดินกลับไปทางบ้านของท่านอาเล็ก
ซ่งชิงตงอดไม่ได้ที่จะสงสัย เพราะรู้ว่าพี่สาวกับท่านอาสะใภ้ไม่ลงรอยกันมาตลอด แล้วจะเดินเข้าไปคุยกับนางเช่นนี้มันดูแปลกเกินไป
น้องชายคนโตจึงไม่ได้กลับบ้านตามที่พี่สาวบอก แต่หาที่ซ่อนเพื่อแอบฟังว่าเกิดอะไรขึ้น
เขาเฝ้ามองจากระยะไกล แต่ไม่ได้ยินว่าพวกนางคุยอะไรกัน เพียงเห็นว่าพี่สาวเอาเงินจำนวนมากให้หลิวกุ้ยเสีย
ฝ่ายอาสะใภ้ก็เช็ดมือกับผ้ากันเปื้อน รับเงินด้วยรอยยิ้ม กระทั่งโบกมือให้ซ่งชิงหลันราวกับเป็นการชักชวนให้กินข้าวด้วยกันเสียอีก
ซ่งชิงหลันส่ายหน้า พูดอีกสองสามคำ จากนั้นก็หันหลังออกจากบ้านข้าง ๆ
เมื่อเห็นซ่งชิงหลันเดินมาทางนี้ ซ่งชิงตงจึงรีบหลบทันที
หญิงสาวมาถึงประตูบ้านตนเอง
นางรู้ตัวอยู่แล้วว่ามีคนแอบมองอยู่ แต่ก็ไม่ได้ถือสาอะไร แล้วเอ่ยขึ้นอย่างยิ้ม ๆ “เหตุใดเจ้ายังอยู่ตรงนี้เล่า ข้าบอกให้เจ้าเข้าบ้านไปก่อน”
ซ่งชิงตงขมวดคิ้ว ลังเลอยู่ครู่หนึ่งแล้วถามขึ้น “ท่านพี่ ท่านคุยอันใดกับท่านอาสะใภ้หรือขอรับ…. ซ้ำยังเอาเงินให้นางด้วย”
ซ่งชิงหลันลากน้องชายเข้ามาใกล้แล้วค่อย ๆ อธิบายอย่างไม่รีบร้อน “ท่านอาสะใภ้ช่วยงานข้านิดหน่อย ก็เลยจ่ายเงินให้นางเป็นค่าเสียเวลา”
“ท่านอาสะใภ้ช่วยงานท่านอย่างนั้นหรือขอรับ?” ซ่งชิงตงดูสับสนยิ่งกว่าเดิมเมื่อได้ยินแบบนั้น
“อันใดก็ยังไม่ชัดเจนนัก ค่อยว่ากัน กลับบ้านก่อนเถิด”