ทะลุมิติมาเป็นคุณหนูใหญ่กลับต้องมาเลี้ยงน้องจนได้ดีแถมต้องเลี้ยงลูกอีกต่างหาก - บทที่ 122 เพราะร้านอาหาร
- Home
- ทะลุมิติมาเป็นคุณหนูใหญ่กลับต้องมาเลี้ยงน้องจนได้ดีแถมต้องเลี้ยงลูกอีกต่างหาก
- บทที่ 122 เพราะร้านอาหาร
บทที่ 122 เพราะร้านอาหาร
ซ่งชิงตงยิ้มเขินอาย ก้มหน้าลงเล็กน้อย “ไม่เคยมีอันใดพ้นสายตาท่านไปได้จริง ๆ”
“นั่นเป็นเพราะเจ้าเก็บความลับไม่เก่งต่างหากเล่า ทุกอย่างแสดงออกมาบนสีหน้าเสมอ” ระหว่างที่อธิบาย ซ่งชิงหลันก็จุดเทียนเพิ่ม เพื่อให้ห้องสว่างขึ้น
น้องชายคนโตเม้มริมฝีปาก ลังเลอยู่ครู่หนึ่งแล้วถามขึ้นในที่สุด “ท่านพี่ เกิดอันใดขึ้นระหว่างท่านกับเจ้าของโรงพนันเฉียนจี้หรือไม่ขอรับ?”
ซ่งชิงหลันเลิกคิ้วขึ้น เอามือกอดอกแล้วตอบอย่างยิ้ม ๆ “ว่าแล้วเชียวว่าเจ้าต้องถามเรื่องนี้ ท่านป้าสะใภ้เล่าเรื่องทั้งหมดให้เจ้าฟังแล้วสินะ”
ซ่งชิงตงดูประหม่าขึ้นมา
และเริ่มพึมพำเสียงเบา “ท่านอย่าถือสาพวกป้า ๆ เลยขอรับ ท่านทั้งสองก็เป็นห่วงท่านพี่ไม่ต่างกัน พวกนางกลัวว่า…”
“พวกนางกลัวว่าข้าจะติดหนี้พนันอย่างนั้นหรือ?”
น้องชายพยักหน้า
เมื่อได้ยิน ก็มีรอยยิ้มขี้เล่นปรากฏขึ้นบนใบหน้าของซ่งชิงหลัน ก่อนถามกลับไปเพียงสั้น ๆ “แล้วเจ้าเล่า คิดอย่างไร?”
ซ่งชิงตงส่ายหน้า
เขาขมวดคิ้วเล็กน้อยแล้วเอ่ยต่อ “ข้ารู้อยู่แก่ใจ ว่าท่านพี่ไม่ใช่คนเช่นนั้น แต่ก็อดสงสัยไม่ได้ ว่าท่านไปยุ่งเกี่ยวกับเขาได้อย่างไร”
นางจึงไขความกระจ่างให้ด้วยคำพูดสั้น ๆ “เพราะร้านอาหาร”
“ร้านอาหารหรือขอรับ” คำตอบนั้นเรียกความสงสัยจากซ่งชิงตงทันที จากนั้นความคิดของเขาก็เริ่มปะติดปะต่อกันจนเกิดข้อสันนิษฐานหนึ่งเข้ามา แต่ก็ยังไม่แน่ใจนัก
จึงได้เอ่ยถามอย่างลังเล “เกี่ยวกับภัตตาคารหยิงปินหรือ?”
ระหว่างที่ขึ้นจากเรือวันนี้ ซ่งชิงตงได้ยินเรื่องราวของภัตตาคารแห่งนี้มาไม่น้อยจากผู้คนแถวนั้น เพราะมันเป็นประเด็นที่เป็นหัวข้อสนทนาใหญ่ประจำวันนี้
เจ้าของโรงพนันเฉียนจี้ยึดภัตตาคารหยิงปินที่เคยเป็นของเสิ่นว่านซานไปแล้ว แต่ถึงอย่างนั้นเด็กหนุ่มก็ยังไม่แน่ใจว่าเรื่องราวทั้งหมดมันเป็นอย่างไรกันแน่
ซ่งชิงหลันมองน้องชายอย่างชื่นชม นางตบไหล่เขาเบา ๆ แล้วยิ้มกว้าง “อย่างนี้สิน้องชายข้า เจ้าหลักแหลมมากที่เดาแผนการของข้าได้”
“ว่าแต่ท่านพี่ ท่านอยากจะได้ภัตตาคารนั่นหรือขอรับ”
ซ่งชิงหลันพยักหน้า “ใช่ ที่นั่นตั้งอยู่บนทำเลทอง การตกแต่งภายในดีมาก หากซื้อร้านนั้นมาได้ ก็เริ่มทำร้านใหม่ได้ทันที ทั้งประหยัดเวลาและเงินทุน”
“แต่… มันจะซื้อมาได้ง่าย ๆ หรือขอรับ?”
ซ่งชิงตงยังได้ยินจากชาวบ้านอีกว่านายท่านเฉียนผู้นั้นเป็นคนใจคอยากจะคาดเดา และยังสามารถสังหารผู้คนได้อย่างไร้ความปรานี ไม่มีใครกล้ามีเรื่องกับเขา
พอคิดแบบนั้นแล้วก็อดกังวลขึ้นมาไม่ได้
ซ่งชิงหลันรู้ทันทีว่าน้องชายกำลังคิดอะไรอยู่ จึงพูดอย่างมั่นอกมั่นใจ “เจ้าไม่ต้องห่วง ข้ามีแผนทุกอย่างแล้ว เรื่องที่ว่าเราจะซื้อภัตตาคารหยิงปินได้หรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับว่านายหญิงเฉียนจะถูกใจชุดที่ข้าออกแบบให้มากเพียงใด?”
นั่นทำให้ซ่งชิงตงเชื่อมโยงทุกอย่างเข้าด้วยกันได้ในทันที
ซ่งชิงหลันและหลี่ซิ่วซิ่วกำลังง่วนอยู่กับชุดนักแสดงลายผีเสื้อตัวนั้น ก็เพื่อสร้างความสนิทสนมกับนายหญิงเฉียน จะได้เป็นช่องทางในการติดต่อกับเจ้าของโรงพนันเฉียนจี้
และความสำเร็จของแผนการนี้ก็ขึ้นอยู่กับความสวยงามสมจริงของลวดลายผีเสื้อบนชุดที่ออกแบบมานั่นเอง
วันต่อมา
ซ่งชิงหลันเข้ามาที่ร้านเสื้อชิงเยว่ตั้งแต่เช้าตรู่
นางเปิดประตูร้านเข้าไปข้างในก่อนที่ป้าสะใภ้ทั้งสองจะมาถึงเสียอีก แต่อยู่ ๆ ก็ได้ยินเสียงว่ามีใครบางคนอยู่ในร้านด้วยเช่นกัน ทำให้หญิงสาวตกใจอย่างมาก “นั่นผู้ใด!”
“พี่ชิงหลัน ข้าเองเจ้าค่ะ”
ซ่งชิงหลันเรียกขวัญกลับมาได้เมื่อพบว่าคนตรงหน้าคือหลี่ซิ่วซิ่ว
“ซิ่วซิ่ว เหตุใดเจ้ามาถึงเร็วนักเล่า”
หลี่ซิ่วซิ่วปิดปากหาวหวอดแล้วตอบออกไป “ข้าไม่ได้มาเร็วเจ้าค่ะ เมื่อคืนข้านอนค้างที่นี่”
คำตอบนั้นทำให้ซ่งชิงหลันสังเกตเห็นรอยคล้ำใต้ดวงตาและอาการง่วงงุนของสาวน้อยได้ในทันที ท่าทางราวกับว่านางอดหลับอดนอนมาตลอดคืน
เจ้าของร้านสาวรู้สึกเป็นห่วงขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้ “เด็กโง่ เหตุใดเจ้าถึง…”
แต่สาวน้อยกลับเอ่ยขัดอย่างมีความสุข “เมื่อคืนข้ากลับบ้านแล้วคิดเกี่ยวกับการปักเย็บลายผีเสื้อ จากนั้นก็คิดอันใดได้ขึ้นมา เลยรีบกลับมาที่ร้านเพื่อลองดู แล้วก็ทำต่อตลอดทั้งคืน พี่ชิงหลันท่านต้องมาดูนี่เจ้าค่ะ”
ว่าจบก็จับมือซ่งชิงหลัน ลากเข้าไปในห้องตัดเย็บอย่างอดใจรอไม่ไหว
ท่าทางตื่นเต้นนั้นทำให้ซ่งชิงหลันรู้สึกได้ว่าทุกอย่างกำลังจะคลี่คลายแล้ว นางจึงตื่นเต้นตามไปด้วย
จากนั้นหลี่ซิ่วซิ่วก็เอาผ้าปักผืนหนึ่งส่งให้ซ่งชิงหลัน
หญิงสาวได้พบว่ามันคือผ้าที่ปักลายผีเสื้อเอาไว้ เป็นผีเสื้อที่สวยงามราวกับมีชีวิตจริง ๆ
นางยกผ้าผืนนั้นขึ้นมารับแสงที่ส่องเข้ามาทางหน้าต่าง ก็พบว่าลวดลายนั้นดูสง่างามขึ้นมากและให้ความรู้สึกที่แตกต่างออกไปในทันทีที่มอง
ที่น่าสนใจก็คือ เมื่อมองอีกมุม ก็ทำให้เกิดภาพอีกแบบ
ระหว่างที่ผ้าพลิ้วไหว ก็ทำให้ดูราวกับว่าผีเสื้อตัวนั้นกำลังขยับปีกด้วยการสะท้อนแสงของดิ้นโลหะระยิบระยับ
ซ่งชิงหลันมองมันด้วยความชื่นชม “ผีเสื้อนี่ บินได้จริง ๆ ด้วย”
หลี่ซิ่วซิ่วเองก็หัวเราะออกมาอย่างชอบใจ “ท่านคิดว่าเป็นอย่างไรเจ้าคะ?”
“นี่มันเยี่ยมมากจริง ๆ” ซ่งชิงหลันรีบจับมือหลี่ซิ่วซิ่ว “ซิ่วซิ่ว เจ้าน่าทึ่งมาก”
สาวน้อยยิ้มอย่างเขินอาย “ความจริงแล้ว เมื่อคืนตอนที่ข้ากลับไปที่บ้าน ได้ฟังแม่เล่าว่าเคยมีเพื่อนคนหนึ่งที่บ้านเกิดเป็นช่างปัก นางปักดอกโบตั๋นที่ดูต่างกันซ้อนไปบนดอกไม้ดอกเดียวเพื่อให้มันดูมีมิติขึ้นมา”
ซ่งชิงหลันมองผีเสื้อบนผ้าอีกครั้งแล้วพูดขึ้น “แสดงว่าเจ้าทำตามวิธีนั้น มันจึงดูเหมือนผีเสื้อขยับได้ แต่ความจริงแล้วเกิดจากการปักภาพซ้อนกันลงไปนี่เอง”
“ใช่แล้วเจ้าค่ะ” หลี่ซิ่วซิ่วพยักหน้า “ต้องขอบคุณพี่ชิงตงด้วย หากงานนี้ปักด้วยด้ายทึบแสงทั่วไป คงไม่มีทางเห็นผีเสื้อขยับปีกได้ชัดเจนเท่าดิ้นแบบสะท้อนแสงที่ได้มาเป็นแน่ ตอนนี้มันดูสง่างามขึ้นมากเมื่อสวมใส่เจ้าค่ะ”
ซ่งชิงหลันขยับผ้าปักในมือไปมาแล้วออกความเห็น “หากปักลายนี้ลงบนชุดนักแสดง ระหว่างที่นางร่ายรำ เสื้อผ้าก็จะพลิ้วไหวไปพร้อมกับท่วงท่าของนักแสดง ผีเสื้อก็จะยิ่งมีชีวิตชีวายิ่งกว่าเดิม”
ดูเหมือนว่านางจะสามารถจินตนาการภาพยามเมิ่งเตี๋ยอู่สวมเสื้อผ้าที่ตัดเย็บเสร็จแล้ว ร่ายรำอย่างงดงามท่ามกลางแสงที่สาดส่องได้อย่างชัดเจนในหัวตอนนี้
ทว่า นางก็เกิดความกังวลใจอีกเรื่องขึ้นมาเสียก่อน “ซิ่วซิ่ว เราเหลือเวลาเพียงสองวันก่อนงานเทศกาลโคมไฟจะมาถึง เจ้าสามารถปักผีเสื้อเหล่านี้ลงไปบนชุดของนายหญิงเฉียนทันหรือไม่”
หลี่ซิ่วซิ่วพยักหน้าอย่างหนักแน่นแล้วรับคำ “พี่ชิงหลันไม่ต้องกังวลเจ้าค่ะ ทุกอย่างจะเรียบร้อยก่อนงานเทศกาลแน่”
“ขอบคุณเจ้ามากจริง ๆ ซิ่วซิ่ว”
ซ่งชิงหลันไม่รู้ว่าจะต้องเอ่ยคำพูดใดออกมา จึงจะสามารถแสดงความรู้สึกขอบคุณใจในตอนนี้ได้หมด
นางทำเอาช่างปักสาวเขินอายจนหน้าขึ้นสี “ข้ารู้ว่าชุดของนายหญิงเฉียนนี้สำคัญต่อท่านมาก เพียงได้ช่วยทำชุดนี้ให้พี่ชิงหลันพอใจ ข้าก็มีความสุขมากแล้วเจ้าค่ะ”
ซ่งชิงหลันพยักหน้ายิ้ม ๆ น้องสาวผู้นี้ช่วยเหลือนางอย่างไร้ข้อกังขาใดจริง ๆ ทั้งที่แม้แต่ท่านป้าสะใภ้ทั้งสองเองก็ยังรู้สึกสงสัยในตัวนาง
แต่หลี่ซิ่วซิ่วกลับอดหลับอดนอนทำงานอย่างหนักโดยไม่ได้ถามแม้แต่คำเดียว
นั่นทำให้ซ่งชิงหลันรู้ได้ว่าหลี่ซิ่วซิ่วเป็นสาวน้อยที่ใสซื่อบริสุทธิ์มากเสียจริง