ทะลุมิติมาเป็นคุณหนูใหญ่กลับต้องมาเลี้ยงน้องจนได้ดีแถมต้องเลี้ยงลูกอีกต่างหาก - บทที่ 123 มีเจตนาอื่นแฝงอยู่ด้วย
- Home
- ทะลุมิติมาเป็นคุณหนูใหญ่กลับต้องมาเลี้ยงน้องจนได้ดีแถมต้องเลี้ยงลูกอีกต่างหาก
- บทที่ 123 มีเจตนาอื่นแฝงอยู่ด้วย
บทที่ 123 มีเจตนาอื่นแฝงอยู่ด้วย
ในที่สุดวันเทศกาลโคมไฟก็มาถึง
โคมไฟสีแดงถูกแขวนตลอดแนวถนนหย่งติ้งตั้งแต่เช้าตรู่ของวันนี้ ทำให้เต็มไปด้วยชีวิตชีวายิ่งกว่าที่เคยมาก
ผู้คนเดินสวนกันไปมาขวักไขว่ สีหน้าเต็มไปด้วยความสุข รื่นเริง โดยเฉพาะเหล่าสตรีที่อยู่ในวัยกำลังพร้อมออกเรือน พวกนางต่างคาดหวังจะได้พบกับบุรุษในฝันช่วงเทศกาลโคมไฟนี้
เสี่ยวฟาง ลูกจ้างหนุ่มในร้านเองก็ยังไม่แต่งงาน เพราะฐานะครอบครัวที่ยากจน แม้ว่าจะอายุสิบแปดแล้วก็ตาม
เช้าวันนี้เขามองผู้คนที่เดินผ่านไปผ่านมาตามถนนหย่งติ้งด้วยความรู้สึกอิจฉาไม่น้อย
ซ่งชิงหลันเห็นว่าอีกฝ่ายไม่ได้จดจ่อกับงานอย่างที่เคย จึงพูดอย่างติดตลก “เสี่ยวฟาง ใจเจ้าลอยออกไปที่ใดกันแล้ว”
เสี่ยวฟางละสายตากลับมาทันที แล้วเกาท้ายทอยอย่างเขินอาย “พี่ชิงหลัน ข้า ขอโทษขอรับ คือข้า…”
“ไม่เป็นอันใด วันนี้งานที่ร้านก็ไม่ได้ยุ่งนัก เจ้าไปจัดการให้เรียบร้อย คืนนี้อาจได้เจอคนถูกใจในงานเทศกาลโคมไฟก็ได้”
ใบหน้าของเสี่ยวฟางขึ้นสี ก้มหน้าลงพูดเสียงเบา “จะมีสตรีใดมาถูกใจคนอย่างข้าได้ขอรับ”
“ไม่ต้องห่วง ข้าเตรียมชุดไว้ให้เจ้าด้วย” ว่าจบซ่งชิงหลันก็ยื่นเสื้อผ้าชุดใหม่เอี่ยมให้เสี่ยวฟาง
ชายหนุ่มมองอย่างไม่เชื่อสายตา “นี่… นี่ของข้าหรือขอรับ?”
มองแค่ปราดเดียวก็รู้ว่านี่คือเสื้อผ้าชุดใหม่ล่าสุดของร้าน ราคาถึงสองตำลึง
เหอไห่หลิงเดินมาร่วมวงสนทนาด้วยรอยยิ้ม “พี่ชิงหลันมอบชุดนี้ให้เจ้า ก็ต้องเป็นของเจ้าสิ รีบไปเปลี่ยนมาให้เราดูเร็วเข้า”
“ขอรับ”
เสี่ยวฟางรับเสื้อผ้านั่นมาอย่างตื่นเต้น แล้วเข้าไปในห้องลองชุด
ไม่นานก็มีชายหนุ่มหล่อเหลาเดินออกมาจากห้องลองชุดนั้น
เหวยหมิ่นจือมองด้วยดวงตาเบิกกว้างอย่างประหลาดใจแล้วอุทานขึ้น “ไอ๊หยา นี่ใช่เสี่ยวฟางคนเดิมจริง ๆ หรือ อย่างกับคนละคน”
ชายหนุ่มในชุดใหม่ยืนอยู่ท่ามกลางสายตาคนในร้านอย่างทำตัวไม่ถูก เอ่ยอย่างเคอะเขิน “เป็นอย่างไรบ้างขอรับ… ไม่แปลกใช่หรือไม่?”
เหอไห่หลิงเข้าไปช่วยจัดสาบเสื้อให้เรียบร้อยแล้วเอ่ยชม “ไม่ใช่แค่ไม่แปลก แต่นี่มันหล่อมากต่างหาก อย่างที่เขาว่าไก่งามเพราะขน คนงามเพราะแต่ง เพียงสวมเสื้อผ้าที่เหมาะสมก็ดูสง่างามขึ้นมาทันที มองเช่นนี้แล้วเจ้าหล่อมากจริง ๆ คืนนี้ต้องมีสาว ๆ มาถูกใจเจ้าไม่น้อย”
เสี่ยวฟางยิ้มอย่างเขินอายกับคำชมแล้วหันไปทางเจ้านายสาว
ซ่งชิงหลันตบไหล่เขาแล้วพูดเสริมว่า “มั่นใจเข้าไว้ อย่าให้เสียชื่อคนจากร้านเสื้อชิงเยว่”
จากนั้นหลี่ซิ่วซิ่วก็ออกมาพร้อมกับกล่องผ้าใบหนึ่ง
ใบหน้าของนางเต็มไปด้วยความเหนื่อยล้า แต่แววตาและท่าทางกลับตื่นเต้นเป็นอย่างมาก
กล่องนั้นถูกส่งให้กับซ่งชิงหลันทันทีที่เดินมาถึง “พี่ชิงหลัน ชุดนักแสดงพร้อมแล้วเจ้าค่ะ”
“เยี่ยมมาก มันไม่ง่ายเลยสำหรับเจ้า ขอบคุณที่ยอมเหนื่อยเพื่อเรานะ” ซ่งชิงหลันรับมันมาและขอให้เหวยหมิ่นจือเอากระดาษและพู่กันมาให้นาง
เขียนอะไรบางอย่างแล้วใส่ลงไปในกล่องนั้น จากนั้นก็ส่งกล่องให้เสี่ยวฟาง “ไปคฤหาสน์นายท่านเฉียน ส่งของขวัญวันเกิดนี้ให้นายหญิงเฉียน เมื่อเรียบร้อยแล้วเจ้าก็เลิกงานวันนี้ได้เลย”
เสี่ยวฟางรับของสำคัญมาด้วยมือทั้งสองข้าง พยักหน้าอย่างแข็งขัน “ข้าจะจัดการให้อย่างดีเลยขอรับ”
หลี่ซิ่วซิ่วมองตามแผ่นหลังกว้างของเสี่ยวฟางที่จากไปอย่างเร่งรีบ พร้อมขยี้ตาคู่สวยอย่างงุนงง “ข้าไม่ได้ตาฝาดไปใช่หรือไม่ นั่นชุดที่เราเพิ่งตัดเสร็จ เหตุใดถึงไปอยู่บนตัวเสี่ยวฟางได้เล่า”
ซ่งชิงหลันหยิ้มตอบ “เจ้ามองไม่ผิด วันนี้เป็นวันเทศกาลโคมไฟ หนุ่มโสดอย่างเขาควรมีเสื้อผ้าดี ๆ มาเสริมความมั่นใจเพื่อพบรักกับสตรีที่ถูกใจสักคน”
“ว่าอย่างไรนะเจ้าคะ?” อาการง่วงงุนของหลี่ซิ่วซิ่วหายไปทันที ตามด้วยการกะพริบตาอย่างไม่อยากจะเชื่อ “พี่ชิงหลัน ท่านใจกว้างเกินไปแล้ว”
อยู่ ๆ เหอไห่หลิงก็แทรกขึ้นมา “ซิ่วซิ่ว พี่ชิงหลันของเจ้าทำเรื่องนี้เพราะมีเจตนาอื่นแฝงอยู่ด้วย”
“เจตนาใดกันเจ้าคะ?” หลี่ซิ่วซิ่วดูสงสัย
เหอไห่หลิงเดินออกมาจากโต๊ะ ดึงหลี่ซิ่วซิ่วให้นั่งลงบนเก้าอี้ จากนั้นก็เริ่มอธิบาย “เจ้านี่ไม่รู้อันใดเอาเสียเลย เหล่าพ่อค้าคหบดี หรือพวกขุนนางชั้นสูง เวลาจะมอบของขวัญให้กันสามารถเห็นถึงความใส่ใจให้เกียรติ โดยดูจากคนส่งของได้ด้วยเช่นกัน เราควรให้เด็กส่งของจากร้านแต่งกายอย่างภูมิฐาน แสดงถึงฐานะหน้าตาของร้านเราที่ร่ำรวย และยังเป็นการให้เกียรติพวกเขาอย่างมากราวกับว่านี่เป็นของขวัญแสดงความยินดีแก่เจ้านายที่เคารพนับถืออีกด้วย”
หลี่ซิ่วซิ่วพยักหน้าตาม แววตาเต็มไปด้วยความกระจ่างเมื่อได้ยินเช่นนั้น “หากเสี่ยวฟางแต่งตัวเช่นนั้นไปที่คฤหาสน์นายท่านเฉียนเพื่อส่งของขวัญ ชุดที่เรามอบให้นายหญิงเฉียนก็จะมีโอกาสมากขึ้นที่จะถูกส่งไปถึงมือนาง แทนที่จะถูกวางทิ้งไว้ในห้องเก็บของ”
“นั่นแหละ เหตุผลสำคัญ”
ซิ่วซิ่วพูดอย่างใสซื่อด้วยเสียงเบา “ข้าไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่าเพียงแค่มอบของขวัญยังต้องมีอันใดมากมายถึงเพียงนี้แฝงอยู่”
เหอไห่หลิงบีบจมูกเล็กนั้นเบา ๆ แล้วพูดพร้อมยิ้ม “เจ้าคิดว่าการเป็นผู้ดูแลมันง่ายหรืออย่างไรกัน”
เหอไห่หลิงและเหวยหมิ่นจือต้องใช้ความพยายาม ความรู้ความสามารถอย่างมากช่วยซ่งชิงหลันดูแลร้านนี้
สิ่งเหล่านี้ไม่เคยคลาดจากสายตาของซ่งชิงหลันเลยแม้แต่น้อย
เจ้าของร้านสาวมองไปทางช่างปักตัวบางที่กำลังหาวหวอด
นางเอาแต่ทำงานปักมาตลอดสองวันโดยแทบไม่ได้นอนอย่างดีนัก
นั่นทำให้นางเกิดรู้สึกเป็นห่วงขึ้นมา จึงจับมือหลี่ซิ่วซิ่วอย่างช้า ๆ “ซิ่วซิ่ว วันนี้ร้านไม่ได้ยุ่งมาก เจ้ากลับไปนอนก่อนดีกว่า ไม่อย่างนั้นคืนนี้จะเอาแรงที่ใดไปเทศกาลโคมไฟเล่า”
สาวน้อยอ้าปากแต่ไม่ทันที่จะเอ่ยสิ่งใดออกมา เหวยหมิ่นจือก็หยอกเย้าอย่างขี้เล่น “ไอ๊หยา ซิ่วซิ่วของเรา มีคนรักอยู่แล้ว ยังต้องไปหาชายหนุ่มในฝันที่งานเทศกาลอีกหรือ?”
ใบหน้าหลี่ซิ่วซิ่วขึ้นสีเลือดที่สองข้างแก้ม ดูราวกับกุ้งถูกต้มสุก
ซ่งชิงหลันรู้ดีว่านางเป็นสาวน้อยขี้อาย ถูกแกล้งมากเกินไปคงจะรับมือไม่ไหว จึงรีบบอกให้หลี่ซิ่วซิ่วรีบกลับบ้านไปพักผ่อน
จากนั้นก็หันมาเอ่ยกับป้าสะใภ้ทั้งสอง “ท่านป้าสะใภ้ใหญ่ ท่านป้าสะใภ้รอง วันนี้เป็นวันเทศกาลโคมไฟ เราปิดร้านเร็วขึ้นจะดีกว่า พวกท่านจะได้กลับไปอยู่ที่บ้านพร้อมหน้าพร้อมตาครอบครัวด้วย”
เหวยหมิ่นจือก้าวเข้ามาใกล้แล้วถามต่อ “แล้วเจ้าเล่าหลันหลัน วันนี้ไปกินมื้อเย็นที่บ้านเราหรือไม่ ท่านยายถามหาเจ้าอีกแล้ว”
“โธ่ พี่สะใภ้ เทศกาลโคมไฟเช่นนี้ หลันหลันก็คงใช้เวลากับบ้านตระกูลซ่งอย่างเคย” เหอไห่หลิงว่าด้วยรอยยิ้ม
หลานสาวพยักหน้า “เอาไว้ข้าจะหาเวลาไปเยี่ยมท่านตาท่านยายนะเจ้าคะ หลังมื้อเย็นวันนี้ ข้ากับชิงตงจะออกไปขายของ เพราะอย่างนั้นเลยต้องรีบกลับบ้านก่อน”
เหอไห่หลิงเคาะหน้าผากตัวเองแล้วพูดต่อ “จริงสิ ข้าเกือบลืมเรื่องนี้ไปเสียสนิท ถ้าอย่างนั้น คืนนี้อยากให้เราไปช่วยหรือไม่”
ซ่งชิงหลันรีบส่ายหน้า “ไม่รบกวนดีกว่าเจ้าค่ะ พวกเราจัดการกันเองได้ พวกท่านรีบกลับบ้านเถิด”
“เอาอย่างนั้นก็ได้ เรากลับกันเถิด”
จากนั้นทั้งสามจึงปิดร้านและแยกย้ายกันกลับบ้าน