ทะลุมิติมาเป็นคุณหนูใหญ่กลับต้องมาเลี้ยงน้องจนได้ดีแถมต้องเลี้ยงลูกอีกต่างหาก - บทที่ 124 ทุกคนไปด้วยกันเถิด
- Home
- ทะลุมิติมาเป็นคุณหนูใหญ่กลับต้องมาเลี้ยงน้องจนได้ดีแถมต้องเลี้ยงลูกอีกต่างหาก
- บทที่ 124 ทุกคนไปด้วยกันเถิด
บทที่ 124 ทุกคนไปด้วยกันเถิด
เมื่อซ่งชิงหลันกลับมาถึงบ้านก็พบว่าเหล่าน้องชายกำลังยุ่งอยู่กับการทำอาหาร
นางจะเข้าไปช่วย แต่พวกเขากลับขอให้นั่งรอเฉย ๆ
ทำให้ซ่งชิงหลันได้โอกาสในการใช้เวลาเพื่อเล่นกับซ่งชิงเฉิน ซ่งชิงเยว่ และพูดคุยกับท่านย่าอย่างสบายใจ
วันนี้ต้องออกไปตั้งแผงขายโคมไฟและข้าวของต่าง ๆ พวกเขาจึงกินข้าวเย็นด้วยกันตั้งแต่ฟ้ายังไม่มืด
บนโต๊ะเต็มไปด้วยอาหารมากมาย ทั้งกระดูกหมูตุ๋นลูกชิ้นใส่ผักกาดขาว หมูทอดราดซอสเปรี้ยวหวาน หมูตุ๋นเต้าหู้ผักกาดขาว กุ้งอบน้ำมัน ถั่วแขกผัดพริกเสฉวน และมะเขือยาวทอดผัดเปรี้ยวหวาน
อาหารทั้งหมดน่ากินมาก เพียงมองก็ชวนน้ำลายสอ
คนเป็นพี่อดไม่ได้ที่จะหยอกเย้าแล้วหัวเราะออกมา “เจ้าสี่คนเหมือนเป็นพ่อครัวใหญ่กันแล้ว เก่งเสียจริง”
ซ่งชิงเป่ยยืดอกอย่างภูมิใจแล้วเริ่มขออวดอ้าง “พวกเรายังช่วยกันทำโคมไฟสำหรับงานเทศกาลด้วยนะขอรับ โคมไฟทั้งหมดทำเสร็จแล้วก็รีบกลับมาช่วยกันทำอาหารเย็นเลย”
พูดจบก็มองทุกคนอีกครั้งแล้วเอ่ยต่อ “รีบกินข้าวกันเถิดขอรับ ประเดี๋ยวต้องไปช่วยงานที่ร้านกันต่ออีก”
ท่าทางกระตือรือร้นของซ่งชิงเป่ยทำให้ทุกคนหัวเราะชอบใจ
แต่ซ่งชิงซีกลับหักหน้าน้องชายอย่างเฉยเมย
กินข้าวเย็นอย่างไม่เร่งรีบแล้วพูดขึ้น “เหตุใดจะต้องเร่งขนาดนั้น เจ้าอยากจะรีบไปเล่นเร็ว ๆ ล่ะสิ”
ซ่งชิงเป่ยมีน้ำเสียงขุ่นเคือง “พี่สี่ ท่านพูดเกินไป ข้าเพียงอยากไปช่วยทำงาน จะไปเล่นที่ใดกันเล่า”
“ข้าพูดจริง ทุกคนในบ้านต่างรู้กันหมด แค่เจ้าอ้าปากก็เห็นถึงลิ้นไก่แล้วน้องชาย ที่ไม่มีผู้ใดพูดเพราะไม่อยากขัดต่างหากเล่า”
“ท่านพี่ พี่สี่ใส่ร้ายข้า ท่านต้องช่วยข้านะขอรับ เร็วเข้า”
ซ่งชิงหลันคุ้นเคยกับการถกเถียงอย่างอบอุ่นของพี่น้องเหล่านี้เป็นอย่างดี
แม้ว่าเจ้าน้องชายคนเล็กจะร้องขอเช่นนี้ แต่ก็ยังไม่มีใครเข้าข้าง
จนสุดท้ายก็เป็นท่านย่าที่พูดเปลี่ยนเรื่องให้
หญิงชราหันไปทางหลานชายคนโตแล้วเอ่ยถามขึ้น “แล้วคืนนี้พวกเจ้าจะกลับกันเมื่อไรเล่า”
ซ่งชิงตงวางตะเกียบอย่างเรียบร้อยเมื่อกินข้าวจนอิ่ม
เขาขมวดคิ้วอย่างครุ่นคิดอยู่พักหนึ่ง จากนั้นจึงเอ่ยตอบ “ท่านย่า ข้าก็ยังบอกไม่ได้ขอรับ ต้องดูก่อนว่าสินค้าที่ซื้อมาจะขายดีหรือไม่ แต่อย่างไรก็คงกลับหลังงานเทศกาลจบ”
ซ่งชิงหลันลอบสังเกตว่ามีแววตาของความเหงาเกิดขึ้นกับแม่เฒ่าซ่ง จึงคาดเดาว่านางคงอยากจะอยู่กันพร้อมหน้าในวันเทศกาลเช่นนี้
หลานสาวคนโตเอ่ยชักชวนออกมา “ท่านย่า เราไปด้วยกันดีหรือไม่เจ้าคะ”
“ไม่เอาหรอก ข้าไม่เป็นอันใด” ท่านย่าโบกมือไปมา “เทศกาลโคมไฟเป็นงานของหนุ่ม ๆ สาว ๆ คนแก่ ๆ อย่างย่าออกไปก็อายเขากันพอดี พวกเจ้าไปกันเถิด ประเดี๋ยวย่าจะอยู่กับเฉินเฉิน เยว่เยว่”
ซ่งชิงหลันยังพยายามเกลี้ยกล่อม “ไม่มีกฎห้ามผู้สูงอายุไปร่วมงานเสียหน่อยนี่เจ้าคะ ผู้ใดก็สนุกสนานกับเทศกาลได้ ข้าจะพาเจ้าสองแฝดไปด้วย แล้วก็พาท่านกับเฉินเฉิน เยว่เยว่มาส่งที่บ้านก่อนก็ได้ จะได้ไม่ต้องนอนดึก”
ในที่สุดแม่เฒ่าซ่งก็ไม่สามารถทนกับแรงเกลี้ยกล่อมจากหลาน ๆ ของนางได้ นอกจากนี้ยังรู้สึกอยากเปิดหูเปิดตาเสียบ้าง ทุกคนจึงออกมาเทศกาลโคมไฟด้วยกัน
ถนนหย่งอันเวลานี้เต็มไปด้วยผู้คน และคึกคักไปด้วยงานฉลอง
โคมไฟสีแดงหลายรูปแบบถูกแขวนไปทั่ว ดูน่าตื่นตาตื่นใจ มีโคมไฟจำนวนมากวางขายอยู่ที่แผงลอยริมถนน ทำให้ดูสว่างไสวราวกับตอนกลางวัน
ซ่งชิงหลันและครอบครัวหาทำเลตั้งแผงขายของได้ที่หัวมุมหนึ่งของถนนหย่งอัน
แต่ไม่ได้เป็นมุมมีคนผ่านมามากนัก
ซ่งชิงเป่ยดูกังวลใจ “ไม่ค่อยมีคนผ่านมาเช่นนี้เราควรทำอย่างไรดีขอรับ”
ซ่งชิงซีคิดอย่างใจเย็น “คนส่วนใหญ่ที่มาเที่ยวเทศกาลโคมไฟมักจะไปรวมตัวกันที่ใจกลางถนนหย่งอัน ไม่ก็ริมแม่น้ำอวี้ ร้านเราอยู่ค่อนข้างไกลจากจุดนั้น เป็นเรื่องปกติที่จะมีคนผ่านมาไม่มาก”
ซ่งชิงหนานอุ้มซ่งชิงเฉิน เอาโคมไฟดวงน้อยขึ้นมาเล่นกับหลานชายพลางขยับกายเข้าไปกระซิบกับซ่งชิงตง
“พี่รอง ท่านอย่าเพิ่งกังวลไป ใจเย็นไว้ก่อน”
ด้านซ่งชิงหลันเองก็อุ้มซ่งชิงเยว่อยู่ในอ้อมแขน
นางพบว่าซ่งชิงตงดูกังวลใจ จึงตบไหล่เขาเบา ๆ “ชิงตง แม้ทำเลจะไม่ดี แต่ผู้คนก็มีขาเดินมาทางนี้ได้ ในเมื่อพวกเขาไม่ผ่านมา เราก็แค่หาสิ่งใดมาดึงดูดความสนใจจากลูกค้ากันดีกว่า”
ท่านย่าเองก็พยักหน้าแล้วพูดให้กำลังใจ “ใช่ ประเดี๋ยวก็มีลูกค้ามา เจ้าไม่ต้องกลัว”
ทันใดนั้นเอง เสียงใสดังฟังชัดสองเสียงก็ดังขึ้นแต่ไกล
“พี่ชิงหลัน พี่ชิงตง ท่านอยู่นี่เอง!”
ซ่งชิงหลันและคนอื่น ๆ หันตามเสียงนั้นก็พบว่าเป็นซ่งชิงหยวนและซ่งชิงหลิน ที่วิ่งเข้ามาอย่างตื่นเต้นพร้อมกับโคมไฟคนละดวงในมือ
นางมองลูกพี่ลูกน้องทั้งสอง เอาผ้าเช็ดหน้าออกมาซับเหงื่อพวกเขาแล้วถามขึ้น “พวกเจ้าวิ่งมาจากที่ใดกัน เหงื่อออกเยอะไปหมด”
ซ่งชิงหลินตอบพร้อมยิ้ม “พวกเรามาจากแม่น้ำอวี้ขอรับ”
ซ่งชิงเป่ยได้ยินแบบนั้นก็มีท่าทางสนอกสนใจ
เขาเดินเข้าไปหาลูกพี่ลูกน้องทั้งสอง แล้วถามอย่างตื่นเต้น “ที่นั่นเป็นอย่างไรบ้าง คึกคักดีหรือไม่?”
ซ่งชิงหลินพยักหน้า “ที่นั่นคึกคักสนุกกันมากขอรับ มีโคมไฟหลายแบบมากที่นั่น ตอนนี้ กำลังมีแข่งขันโคมไฟกันด้วยนะขอรับ ตอนแรกข้าอยากจะอยู่ดูก่อน แต่เพราะพี่ใหญ่บอกว่าพวกท่านจะตั้งร้านขายของกัน เราจึงมาที่นี่เพื่อดูว่ามีอันใดให้ช่วยหรือไม่”
เมื่อได้ยินเช่นนั้นแม่เฒ่าซ่งก็ยิ้มอย่างภูมิใจ
นางก้าวเข้าไปหาหลานชายทั้งสองแล้วชมเชย “พวกเจ้าเป็นเด็กดีมากเสียจริง คิดถึงพี่น้องด้วย”
จากนั้นซ่งชิงหยวนก็เข้ามาดูโคมไฟที่แขวนอยู่ในแผงของซ่งชิงตง มองมันอย่างตื่นเต้นแล้วเอ่ยชมออกมา “พี่ชิงตง โคมไฟของท่านสวยมาก ดีกว่าที่ข้าเห็นที่นั่นเสียอีกขอรับ”
คำพูดของซ่งชิงหยวนทำให้ซ่งชิงตงคิดอะไรบางอย่างขึ้นมาได้
เขาหันไปมองซ่งชิงหลันอย่างตื่นเต้น “ท่านพี่ข้าคิดออกแล้วขอรับ”
นางเดาออกทันทีว่าน้องชายกำลังคิดอะไรอยู่ จึงพูดด้วยรอยยิ้ม “ลองว่ามาสิ”
ซ่งชิงตงเอาโคมไฟออกมาส่งให้ซ่งชิงซี ซ่งชิงเป่ย ซ่งชิงหยวน และซ่งชิงหลินคนละดวง
จากนั้นก็เริ่มอธิบายกับน้อง ๆ “เอาโคมไฟนี้ไปที่ริมแม่น้ำอวี้ และกลางถนนหย่งอัน ไปเดินอยู่แถว ๆ นั้น หากมีคนถามว่าเจ้าซื้อโคมไฟมาจากที่ใด ก็บอกพวกเขาว่าซื้อมาจากที่นี่ เข้าใจหรือไม่?”
ซ่งชิงเป่ยตื่นเต้นมาก อยากจะทำอย่างที่พี่ชายว่าจะแย่
น้องเล็กถือโคมนั่นเอาไว้ในมือ เป่าผมที่หน้าผากขึ้นอย่างท้าทาย มองไปทางซ่งชิงตง “พี่รอง ท่านไม่ต้องห่วง ข้าจะเอาโคมไฟท่านไปแข่งขัน รับรองว่าชนะแน่ขอรับ คอยดู ข้าจะพาลูกค้ามาให้ท่านเอง”
พูดจบซ่งชิงเป่ยก็วิ่งไปทางแม่น้ำอวี้ทันที
สองพี่น้องซ่งชิงหยวนและซ่งชิงหลินก็รีบวิ่งตามไปติด ๆ แล้วตะโกนไล่หลังไป “ชิงเป่ย รอเราด้วย”
ซ่งชิงซีถือโคมไฟอย่างนิ่ง ๆ มองดูราวกับบัณฑิตหนุ่มน้อยทรงภูมิ พูดอย่างไม่รีบร้อน “พี่รอง ถ้าอย่างนั้นข้าจะไปเดินเล่นที่ใจกลางถนนหย่งอันให้เองขอรับ”