ทะลุมิติมาเป็นคุณหนูใหญ่กลับต้องมาเลี้ยงน้องจนได้ดีแถมต้องเลี้ยงลูกอีกต่างหาก - บทที่ 126 กล่อมยากยิ่งกว่าเด็กเล็ก ๆ
- Home
- ทะลุมิติมาเป็นคุณหนูใหญ่กลับต้องมาเลี้ยงน้องจนได้ดีแถมต้องเลี้ยงลูกอีกต่างหาก
- บทที่ 126 กล่อมยากยิ่งกว่าเด็กเล็ก ๆ
บทที่ 126 กล่อมยากยิ่งกว่าเด็กเล็ก ๆ
แม่เฒ่าซ่งรู้สึกประหลาดใจเมื่อได้ยินหลี่ซิ่วซิ่วเล่าเช่นนั้น จึงถามขึ้น “อย่างไรกัน งานเทศกาลโคมไฟไม่สนุกหรือ ย่าจำได้ว่าสมัยสาว ๆ ย่าชอบงานนี้ที่สุดเลย”
ระหว่างที่พูดก็มีภาพความทรงจำในอดีตผุดขึ้นในหัวหญิงชรามากมาย
ซ่งชิงหลันกลับเข้าใจว่าเหตุใดหลี่ซิ่วซิ่วถึงรู้สึกว่าเทศกาลไม่สนุก แต่นางไม่ได้พูดออกมาตามตรง
เมื่อหันไปทางท่านย่าที่มีสีหน้าโหยหาในวันวานเก่า ๆ จึงอดไม่ได้ที่จะขยับเข้าไปใกล้แล้วเสนอขึ้น “ท่านย่า เราไปเดินเที่ยวในงานเทศกาลกันดีหรือไม่เจ้าคะ”
ท่านย่าเสมองไปทางอื่นทันทีแล้วโบกมือไปมา “ไม่เป็นอันใด ย่าไม่ได้อยากไปเดินเที่ยวหรอก ขอนั่งตรงนี้ดีกว่า”
“มาถึงนี่แล้วจะมามัวนั่งอยู่ได้อย่างไรกันเจ้าคะ ไปเดินดูโคมไฟกันเถิด แล้วก็ไปแม่น้ำอวี้ด้วย”
“ให้สาว ๆ ไปเที่ยวเล่นเถิด ย่าไม่ไปหรอก ย่านั่งอยู่ตรงนี้ได้ ไม่เป็นอันใด”
ซ่งชิงหลันไม่รู้จะพูดอย่างไรต่อ คนเรายิ่งอายุมากขึ้นก็ยิ่งเหมือนเด็ก และบางครั้งผู้อาวุโสก็กล่อมยากกว่าเด็กเล็ก ๆ เสียด้วยซ้ำ
ในตอนนั้นเองที่ซ่งชิงหลันคิดอะไรดี ๆ ออก จึงขยิบตาให้หลี่ซิ่วซิ่วแล้วเริ่มพูด “ซิ่วซิ่ว เมื่อครู่เจ้าไปเดินดูงานเทศกาลมาอย่างนั้นหรือ ข้าถามหน่อยสิว่าเป็นอย่างไรบ้าง?”
หลี่ซิ่วซิ่วที่อยู่กับซ่งชิงหลันมานานพอ จึงรู้ใจกันและกันเป็นอย่างดี
นางรีบเอ่ยตอบด้วยท่าทางกระตือรือร้น “คนเยอะคึกคักมากเจ้าค่ะ รอบ ๆ มีโคมไฟสวย ๆ มากมาย มีสีสันเต็มไปหมด มีทั้งเด็กทั้งคนแก่ไปดูโคมไฟ คนชราเหล่านั้นก็ดูมีความสุขมากที่ได้ออกมาดูโคมไฟกัน”
จากนั้นสาวน้อยก็หันไปพูดกับแม่เฒ่าซ่งอย่างจงใจ “แม่เฒ่าซ่ง ท่านเองก็น่าจะออกไปเดินดูด้วยเหมือนกันนะเจ้าคะ”
นั่นทำให้ท่านย่าเริ่มจะสนใจขึ้นมา
“แล้วเฉินเฉิน เยว่เยว่เล่า” นางถามพลางมองหลานน้อยทั้งสองที่หลับอยู่ในรถเข็น
ซ่งชิงหลันเองก็ไม่รู้จะทำอย่างไรเช่นกัน
หลี่ซิ่วซิ่วจึงรับอาสาขึ้นมาได้ทันเวลาพอดี “ให้ข้าดูเด็ก ๆ ให้ก่อนก็ได้นะเจ้าคะ ระหว่างที่พวกท่านไปเดินเล่นกัน”
แม่เฒ่าซ่งดูลังเล “มัน… จะดีหรือ?”
“ไม่ต้องห่วงเจ้าค่ะ ข้าเชื่อใจซิ่วซิ่ว อีกอย่าง เด็ก ๆ ก็เลี้ยงง่าย ตอนนี้ยังหลับไปแล้วด้วย หากไม่มีสิ่งใดมารบกวนก็จะหลับเช่นนี้ไปอีกนาน” ซ่งชิงหลันรีบอธิบาย
จากนั้นก็ดึงมือท่านย่าให้ยืนขึ้นแล้วเอ่ยชวนอีกครั้ง “ไปกันเถิดท่านย่า ขืนท่านมัวลังเลอยู่เช่นนี้ ประเดี๋ยวเฉินเฉิน เยว่เยว่ตื่นขึ้นมาก่อนก็จะไม่ได้ไปที่ใดกันพอดี ไปกันเร็วเข้าเจ้าค่ะ”
“แต่ชิงตงกับคนอื่น ๆ …”
“ท่านไม่ต้องห่วง พวกเขาไปกันเองได้”
ในที่สุด หลานสาวก็พาท่านย่าไปเดินเที่ยวชมเทศกาลโคมไฟได้สำเร็จ
ตอนนี้งานเฉลิมฉลองยังคงดำเนินไปเรื่อย ๆ และยังไม่จบลง โคมไฟแบบต่าง ๆ แขวนเรียงกันรอบลานขนาดใหญ่ใจกลางถนนหย่งอัน มีการแสดงระบำโคมไฟมังกรอยู่ด้วย
ชายฉกรรจ์หลายคนถือไม้เชิดมังกรอย่างพร้อมเพรียง เรียกเสียงปรบมือและเสียงฮือฮาจากผู้ชมจำนวนมากโดยรอบได้เป็นอย่างดี
แม่เฒ่าซ่งตื่นตาตื่นใจกับการแสดงและบรรยากาศตรงหน้าเหมือนได้กลับคืนสู่วัยสาวอีกครั้ง
ทั้งยังโห่ร้องไปพร้อมกับฝูงชนและปรบมือตะโกนอย่างชอบใจ “เยี่ยมไปเลย ดีมาก !”
แม้ความตื่นเต้นจะกำลังทำงานอย่างเต็มที่ แต่หญิงชราก็ยังกุมมือของหลานสาวคนโตเอาไว้แน่น พูดขึ้นด้วยรอยยิ้มกว้าง “หลันหลัน นี่มันช่างสวยงามมากจริง ๆ พวกเขาเชิดมังกรได้น่าทึ่งมาก”
เมื่อเห็นว่าท่านย่ามีความสุข ซ่งชิงหลันก็สุขใจตามไปด้วย จึงได้เอ่ยต่อ “ใช่เจ้าค่ะ สวยมากเลยท่านย่าชอบใช่หรือไม่?”
“ฮ่าฮ่า เอาไว้เฉินเฉิน เยว่เยว่ของเราโตกว่านี้ พาพวกเขามาดูด้วยกันดีกว่า”
“ได้เลย ไว้ปีหน้าเราพาพวกเขามาดูด้วยกันนะเจ้าคะ”
…
หลังจากการระบำโคมไฟมังกรจบลง เดิมทีซ่งชิงหลันอยากจะพาท่านย่าไปที่แม่น้ำอวี้เพื่อขอพร แต่เพราะคนเป็นทวดเป็นเจ้าตัวน้อยทั้งสอง จึงลากซ่งชิงหลันกลับมาที่ร้านอย่างรวดเร็ว
หญิงสาวไม่มีทางเลือกและไม่รู้จะรั้งท่านอย่างไร จึงต้องยอมกลับในที่สุด
ตอนนี้ฝูงชนเริ่มทยอยกลับบ้างแล้ว พากันเดินออกไปและมีการเบียดเสียดกันบ้างระหว่างเดินสวนทางกันไปมา
ซ่งชิงหลันจับมือท่านย่าที่อยู่ข้างกันให้ค่อย ๆ เดินสวนผู้คน แต่ทันใดนั้นเองก็มีใครคนหนึ่งมาขวางหน้านางและชนเข้าอย่างไม่ทันระวัง
ท่านย่าอุทานอย่างไม่ทันตั้งตัว “อุ๊ย!”
ซ่งชิงหลันตกใจแล้วรีบถาม “ท่านย่า เป็นอันใดหรือไม่เจ้าคะ”
ในตอนนั้นคนที่มาชนก็รีบเอ่ยขอโทษ “ข้าต้องขออภัยด้วย พอดีว่า…”
ซ่งชิงหลันกลับคุ้นเคยกับเสียงนั้น
เมื่อเงยหน้าขึ้นก็พบว่าเป็นคนคุ้นเคยอย่างที่คิดเอาไว้
“เชียนเชียน?”
“พี่ชิงหลัน”
อู่เชียนเชียนยิ้มอย่างดีใจ ไม่คาดว่าจะบังเอิญเจอคนสนิทเช่นนี้
จากนั้นสาวน้อยก็รู้สึกตัว รีบเข้าไปจับมือท่านย่า มองสำรวจอย่างเป็นห่วง “ท่านย่า เป็นอันใดหรือไม่เจ้าคะ ข้าไม่ได้ทำให้ท่านเจ็บตัวใช่หรือไม่?”
ท่าทางกังวลใจของเชียนเชียนทำให้แม่เฒ่าซ่งหัวเราะออกมา “ไม่เป็นอันใด ย่าสบายดี ถึงจะแก่แล้วแต่ก็ไม่ได้อ่อนแอถึงเพียงนั้น เจ้า… ท่าน มาเที่ยวด้วยกันอย่างนั้นหรือ?”
ไม่ว่าเปล่า ท่านย่าหันไปสบตาอู่ต้าหย่งที่ยืนอยู่ด้านหลังสาวน้อยเชียนเชียน
นั่นทำให้ซ่งชิงหลันเพิ่งตระหนักได้ว่าเจ้าหน้าที่หนุ่มเองก็อยู่ที่นี่ด้วย
อู่ต้าหย่งเห็นได้อย่างรวดเร็วว่าตนเองกำลังถูกหญิงสาวจับจ้องมา
จึงกลัวว่านางจะเข้าใจผิด จึงรีบเอ่ย “ไม่… เราไม่ได้ตั้งใจมาด้วยกัน… เพียงแต่พบกันระหว่างทางเท่านั้น”
ว่าจบอู่ต้าหย่งก็ก้มหน้าลง
อู่เชียนเชียนได้ยินเช่นนั้นก็ขุ่นเคืองใจเล็กน้อย พูดอย่างหงุดหงิด “เราเจอกันที่หน้าบ้านพี่ชิงหลันเจ้าค่ะ”
ร่องรอยของความลำบากใจฉายชัดบนใบหน้าชายหนุ่ม
แม่เฒ่าซ่งจึงเอ่ยถาม “เกิดอันใดขึ้นหรือ?”
อู่เชียนเชียนเป็นฝ่ายอธิบาย “เดิมทีข้าไปที่บ้านท่านเพื่อรอพบพี่ชิงหลัน อยากจะชวนไปงานโคมไฟด้วยกัน แต่กลับเจอพี่ต้าหย่งที่หน้าบ้าน เราเคาะประตูเรียกอยู่นานแต่ไม่มีผู้ใดตอบ บ้านก็มืดหมด ข้าเลยเดาว่าพวกท่านคงออกมากันหมดแล้ว จึงได้ลากพี่ต้าหย่งให้ออกมาด้วยกันเจ้าค่ะ”
ซ่งชิงหลันขมวดคิ้วมุ่น
นางคิดว่าการไม่ได้เจอเขาเป็นเวลานานจะทำให้อู่ต้าหย่งถอดใจ
ท่านย่าสังเกตเห็นความไม่สบายใจของหลานสาว จึงเป็นฝ่ายตอบออกมา “ชิงตงของเรามาขายของวันนี้ พวกเราก็เลยออกมาตั้งแต่หลังอาหารเย็นกัน”
สาวน้อยอู่เชียนเชียนได้ยินเรื่องนี้ก็มีท่าทีสนอกสนใจ “อ้อ พี่ชิงตงเอาของน่าสนใจกลับมาหลายอย่างเลยใช่หรือไม่เจ้าคะ?”
หญิงชราพยักหน้า “ใช่แล้ว ตอนนี้มีทั้งหนุ่ม ๆ สาว ๆ ไปดูของกันเยอะมาก ของพวกนั้นดูจะถูกใจพวกเขามาก”
“ร้านอยู่ที่ใดหรือเจ้าคะ ข้าอยากไปดูด้วย จะได้ซื้อของดี ๆ กลับบ้านบ้าง” ว่าจบสาวน้อยก็แทบรอไม่ไหว เข้าไปจูงมือท่านย่าให้ออกเดินไปด้วยกัน
แม่เฒ่าซ่งหัวเราะอย่างร่าเริง “เชียนเชียน ช้าหน่อยเถิด ย่าแก่แล้วเดินตามเจ้าไม่ทัน”
“ท่านย่า เร็วเข้าเจ้าค่ะ ประเดี๋ยวพี่ชิงตงจะขายของหมดก่อน ข้ากลัวจะไม่ทันซื้อ…”