ทะลุมิติมาเป็นคุณหนูใหญ่กลับต้องมาเลี้ยงน้องจนได้ดีแถมต้องเลี้ยงลูกอีกต่างหาก - บทที่ 13 เด็ก ๆ หน้าตาช่างเหมือนเขา (รีไรท์)
- Home
- ทะลุมิติมาเป็นคุณหนูใหญ่กลับต้องมาเลี้ยงน้องจนได้ดีแถมต้องเลี้ยงลูกอีกต่างหาก
- บทที่ 13 เด็ก ๆ หน้าตาช่างเหมือนเขา (รีไรท์)
บทที่ 13 เด็ก ๆ หน้าตาช่างเหมือนเขา (รีไรท์)
“โอ้ โอ้…”
เมื่ออู่ต้าหย่งได้ยินว่าซ่งชิงหลันแต่งงานแล้ว ทั้งยังมีบุตรอีกสองคน หัวใจที่กำลังร้อนรุ่มก็ราวกับถูกราดด้วยน้ำเย็นโดยพลัน
ไม่ต้องเอ่ยถึงความเย็นยะเยือก แต่ยังรวมถึงความเจ็บที่ร้าวรานไปทั้งใจอีก ชายังไม่ทันได้ดื่ม ทำเพียงหลบหน้าหลบตาออกไปพร้อมเจียนปิ่งกั่วจื่อในมือ
อากัปกริยาของเจ้าหน้าที่คนนี้ส่งผลให้หัวใจดวงน้อย ๆ ของซ่งชิงเป่ยสั่นไหวด้วยความกลัวจนน้ำตาเกือบจะไหลออกมา “ท่านพี่ขอรับ ข้าพูดอันใดผิดไปหรือไม่?”
พี่ชายคนนั้นน่าจะเป็นขุนนางใช่หรือไม่? หากเขาเกิดไปทำให้ขุนนางขุ่นเคืองเข้า ชีวิตครอบครัวของพวกเราต้องประสบกับความลำบากไปมากกว่านี้แน่
หรือที่เลวร้ายที่สุด เขาอาจจะถูกฆ่า?
ฮือ…
ซ่งชิงหลันยิ้มให้กับน้องคนสุดท้อง “ไม่เป็นอันใด เจ้าไม่ต้องกลัว ขุนนางผู้นั้นดูไม่ใช่คนเลวร้าย เขาคงกำลังคิดถึงเรื่องอื่นอยู่กระมัง”
“หากเขาโกรธจริง ๆ วันพรุ่งข้าจะไปขอโทษเขาขอรับ”
จะให้เขาทำอะไรก็ได้ ตราบใดที่จะไม่ส่งผลต่อครอบครัวของเขา
“โอ้…ชิงเป่ยน้อยของพวกเรารู้เรื่องรู้ราวทีเดียว”
สามพี่น้องขายเจียนปิ่งกั่วจือจนเกือบถึงเที่ยง แม้ว่าที่ประตูเมืองจะมีผู้คนไปมาประปราย หากแต่ยังคงมีคนมาซื้ออยู่เรื่อย ๆ
ซ่งชิงหลันนั้นไม่อยากจะหยุดมือ แต่ด้วยกังวลเกี่ยวกับลูก ๆ และท่านย่าที่บ้าน จึงตัดสินใจปิดร้าน
ร้านอาหารนี้อยู่ไม่ไกลจากบ้านของพวกเขามากนัก เพียงห่างออกไปราวสามสี่ลี้เท่านั้น
นางบอกให้ซ่งชิงซีและซ่งชิงเป่ยไปที่โรงเตี๊ยมเพื่อเรียกให้ซ่งชิงตงกลับบ้านพร้อมกัน ในขณะที่นางนำเจียนปิ่งกั่วจือไปยังร้านตีเหล็ก
แน่นอนว่านางไม่กล้าบอกน้องชายทั้งสองของนาง เพียงแต่บอกว่านางจะแยกไปซื้อของที่ตลาด
เมื่อมาถึงร้านตีเหล็ก นางพลันแอบมองอยู่ไม่ไกล
ด้วยคิดว่าเถ้าแก่หวังกุ้ยต้องกลั่นแกล้งน้องชายของนางเป็นแน่ แต่ใครกันจะคาดคิดว่าน้องชายของนางจะนั่งอยู่หน้าร้านแล้วตะโกนว่า “รับตีเหล็กขอรับ! ทั้งจอบ เสียม พลั่ว และค้อน ตีได้ทุกอย่างขอรับ!”
เขาตะโกนพร้อมเคี้ยวซาวปิ่ง*[1]ไปด้วย
ซ่งชิงหลันอดสงสัยไม่ได้ว่านางมองคนผิดไปหรือเปล่า เถ้าแก่ร้านตีเหล็กเป็นคนดีขนาดนี้เชียวหรือ?
หาก…
แม้ว่าเขาจะไม่ใช่คนเลว แต่เด็กที่ซื้อมาไม่ใช่ว่าต้องเอาไว้ใช้หรอกหรือ?
เป็นไปไม่ได้ที่ปฏิบัติต่อชิงหนานราวกับลูกของตัวเอง หากมีสิ่งใดผิดปกติไปย่อมต้องเป็นเรื่องไม่ดีแน่ นางต้องมาเฝ้าดูชิงหนานในทุกวัน
ด้วยเพราะเขาได้กินอาหารดี ๆ แล้ว เจียนปิ่งกั่วจื่อนี้นางจึงไม่ได้นำไปให้เขา ด้วยเกรงว่าเขาจะคิดถึงบ้านมากขึ้น
นางต้องรีบทำงานหนักเพื่อหาเงินมาไถ่ตัวเขากลับมาโดยเร็ว
หลังจากนั้น ซ่งชิงหลันได้ใช้เงินสิบห้าเหรียญเพื่อซื้อกระดูกหมูสองชิ้น แล้วจึงรีบกลับบ้าน
ซ่งชิงตงและคนอื่น ๆ ต่างก็มาถึงแล้วเช่นกัน
“ท่านพี่ ที่เรียกข้ากลับมาที่บ้านเพราะมีเรื่องใช่หรือไม่?”
แม้ว่าน้องทั้งสองจะบอกเขาระหว่างทางว่าร้านอาหารของพี่ใหญ่ดำเนินไปได้ด้วยดี แต่ชิงหนานก็ยังไม่วางใจ
ซ่งชิงหลันดึงแขนของเขา “ไป เข้าไปในบ้านแล้วค่อยคุยกันเถิด”
ด้านในบ้าน ท่านย่ากำลังป้อนนมแพะให้เฉินเฉินและเยว่เยว่
ยามเด็กน้อยทั้งสองเห็นซ่งชิงหลันกลับมาก็พลันเบิกบานใจขึ้นพร้อมส่งเสียง “แอ้ แอะ…” และโบกกำปั้นเล็ก ๆ ไปด้วย
“แม่มาแล้ว!”
แม้ว่าซ่งชิงหลันจะเป็นสาวโสดในชีวิตที่แล้ว แต่ยามนี้ความรักของแม่ก็หลั่งไหลเวลาที่นางมองดูลูกทั้งสอง หัวใจของนางกำลังพองโต…
นางกอดเด็กทั้งสอง ก่อนจะหอมแก้มพวกเขา
จากนั้นชิงตงจึงรับชามในมือของท่านย่ามา ก่อนจะค่อย ๆ ป้อนนมให้เฉินเฉินและเยว่เยว่ทีละช้อน
“ท่านพี่ ไม่ได้เจอกันแค่ไม่กี่วัน หลาน ๆ ของข้ากลับโตขึ้นเพียงนี้ ทั้งยังน่ารักมากขึ้นเสียด้วย”
ซ่งชิงเป่ยพูดอย่างภาคภูมิใจว่า “ถูกต้อง ดูจมูกโด่งและตาโตของเฉินเฉินกับเยว่เยว่สิ หน้าตาของพวกเขาดูเหมือนพวกเรามากเพียงใด!”
ท่านย่าซ่งยกยิ้ม “เด็กตัวน้อยของครอบครัวเราน่ารักที่สุด”
ซ่งชิงหลันยิ้มเช่นกัน หากแต่ใบหน้าของไป๋เย่หานก็พลันปรากฏขึ้นในใจของนาง
คิ้วเรียวดั่งคมดาบ ตาเป็นประกายดุจดวงดารา ผิวขาว หน้าตาหล่อเหล่า เมื่อมองดูดี ๆ แล้ว เฉินเฉินเหมือนไป๋เย่หานยิ่งนัก
หลังจากที่เฉินเฉินและเยว่เยว่ดื่มนมและเข้านอน ซ่งชิงหลันจึงหยิบถุงผ้าออกมาเปิดดูเงินที่ได้มาทั้งหมด
เมื่อเห็นเงินนั้น ซ่งชิงตงพลันรู้สึกประหลาดใจ “ท่านพี่ นี่… ได้เงินมากขนาดนี้มาจากที่ใดกันขอรับ?”
[1] ซาวปิ่ง คือ ขนมที่ทำจากแป้งแล้วใส่งา