ทะลุมิติมาเป็นคุณหนูใหญ่กลับต้องมาเลี้ยงน้องจนได้ดีแถมต้องเลี้ยงลูกอีกต่างหาก - บทที่ 133 แบบนี่ เจ้าเป็นคนวาดอย่างนั้นหรือ?
- Home
- ทะลุมิติมาเป็นคุณหนูใหญ่กลับต้องมาเลี้ยงน้องจนได้ดีแถมต้องเลี้ยงลูกอีกต่างหาก
- บทที่ 133 แบบนี่ เจ้าเป็นคนวาดอย่างนั้นหรือ?
บทที่ 133 แบบนี่ เจ้าเป็นคนวาดอย่างนั้นหรือ?
ทันทีที่อู่เชียนเชียนเปิดประตูเข้าไป ซ่งชิงหลันก็เอ่ยทักทายโดยไม่ต้องเงยหน้าขึ้นมอง “เชียนเชียน เจ้ามาหาข้าหรือ?”
สาวน้อยกะพริบตาอย่างประหลาดใจ “พี่ชิงหลัน ท่านไม่แม้แต่จะเงยหน้ามามอง แต่รู้ได้อย่างไรว่าเป็นข้าเจ้าคะ”
นางยังคงก้มหน้าก้มตาแล้วเอ่ยต่อ “ข้าจำเสียงฝีเท้าของเจ้าได้”
“พี่ชิงหลัน ท่านน่ากลัวเกินไปแล้ว”
หลังจากเอ่ยเช่นนั้น สาวน้อยก็ขยับเข้ามาใกล้โต๊ะทำงาน เมื่อเห็นว่าซ่งชิงหลันยังตั้งใจวาดแบบอยู่ ก็อดไม่ได้ที่จะขมวดคิ้วเล็กน้อย “พี่ชิงหลัน เหตุใดท่านถึงได้ยุ่งอยู่ตลอดเวลาเลยเจ้าคะ”
ทุกครั้งที่นางจะเข้ามาเล่นด้วย อีกฝ่ายก็มักจะยุ่งอยู่เสมอ
ในตอนนั้นเองที่อู่เชียนเชียนเริ่มคิดว่าหรือตัวเองเกียจคร้านเกินไป?
ซ่งชิงหลันวางพู่กันลงในที่สุด “ต่อไปข้าคงจะยุ่งยิ่งกว่านี้อีก”
ระหว่างที่พูดนางก็บิดขี้เกียจ ยืดแขนไปมา
นางใช้เวลานานในการออกแบบภาพนี้ ทำให้มือและแขนตึงไม่น้อย
เมื่อเห็นว่าอู่เชียนเชียนกำลังจิบชาอย่างเบื่อหน่ายอยู่ข้าง ๆ จึงขยับเข้าไปนั่งใกล้ ๆ แล้วถามขึ้น “เจ้าซื้อบัตรกำนัลแล้วหรือ”
“เรียบร้อยแล้วเจ้าค่ะ” สาวน้อยพยักหน้า “ขอเพียงเพื่อสนับสนุนสิ่งที่ท่านอยากทำ ข้าย่อมไม่เกี่ยงอยู่แล้ว แต่พี่ชิงหลัน ท่านมีอันใดอยู่ในหัวกันแน่ ถึงสามารถคิดวิธีที่แปลกใหม่น่าสนใจเพียงนี้ขึ้นมาได้”
อู่เชียนเชียนก็ไม่แน่ใจนักว่าลูกค้าคนอื่น ๆ จะคิดเห็นอย่างไร
นางรู้เพียงว่าหากได้ยินคำว่าส่วนลด ก็รู้สึกอยากจะได้มันจนยอมซื้อบัตรกำนัลโดยไม่ลังเล
ซ่งชิงหลันตอบอย่างติดตลก “ในหัวข้าคืออาวุธสำคัญเพื่อการทำเงินน่ะสิ”
“เอาเถิด ข้าไม่รบกวนเวลาหาเงินของท่านแล้วดีกว่าเจ้าค่ะ” ว่าจบนางก็ลุกขึ้นยืน
แววตาสงสัยฉายชัดบนหน้าคนอายุมากกว่า พร้อมกับหรี่ตาลงแล้วถามขึ้น “อันใดกัน”
ปกติแล้วเมื่ออู่เชียนเชียนมาที่นี่ ก็มักจะเอาแต่เจื้อยแจ้วไม่หยุดเป็นเวลานาน แต่วันนี้ท่าทางดูเหมือนจะมีเรื่องต้องไปทำ?
สาวน้อยโบกมือไปมา “ไม่มีอันใดเจ้าค่ะ ข้าเพียงคิดว่าต้องกลับไปตั้งใจฝึกเสียหน่อยก็เท่านั้น”
ว่าจบก็เดินไปที่ประตูทันที
ไม่ทันได้ทำอันใดต่อ หลี่ซิ่วซิ่วก็เดินมาเคาะประตู
ช่างปักสาวดูตกใจเล็กน้อย “คุณหนูเชียนเชียน จะออกไปแล้วหรือเจ้าคะ?”
อู่เชียนเชียนพยักหน้า “ใช่ ข้าเห็นพวกเจ้ายุ่งกันมาก ข้าเองก็ต้องกลับไปทำอันใดเสียหน่อย”
ทันทีที่สาวน้อยออกจากร้านเสื้อชิงเยว่ นางไม่ได้กลับยังโรงฝึกจิงอู่ แต่ไปหาเพื่อนสาวที่ร่ำรวยของตน
อู่เชียนเชียนวางแผนจะออกไปชักชวนเพื่อน ๆ ให้ไปซื้อบัตรกำนัลของร้านเสื้อชิงเยว่เพื่อเพิ่มยอดขายให้ซ่งชิงหลัน
ในขณะที่หลี่ซิ่วซิ่วเดินเข้าไปในห้องทำงานของซ่งชิงหลันก็ถามขึ้น “พี่ชิงหลัน วันนี้ข้าว่าคุณหนูเชียนเชียนดูแปลกไป”
ซ่งชิงหลันยิ้มแล้วเอ่ยตอบ “นางก็ดูแปลก ๆ มาตลอด แล้วที่เจ้ามาหาข้ามีอันใดหรือ?”
หลี่ซิ่วซิ่วยื่นเสื้อตัวหนึ่งให้นางดู “พี่ชิงหลัน นี่คือชุดที่ข้าทำขึ้นตามแบบของท่านเมื่อวานนี้ แต่เพิ่มขอบตกแต่งเข้าไปที่ชายผ้า อยากให้ท่านดูว่าสามารถปรับปรุงได้หรือไม่…”
“ได้สิ ประเดี๋ยวข้าดูให้”
ซ่งชิงหลันว่าพลางคลี่ชุดนั้นออกมา
ในตอนนั้นเองก็มีกระดาษแบบแผ่นหนึ่งร่วงลงมาด้วย มันค่อย ๆ ตกลงที่โต๊ะตรงหน้านาง
ช่างปักสาวหน้าซีดตกใจ ท่าทางดูประหม่าเป็นอย่างมาก
ซ่งชิงหลันหยิบมันขึ้นมาดูอย่างสงสัย ในกระดาษมีแบบเสื้อผ้าที่ถูกวาดเอาไว้ หญิงสาวขมวดคิ้วเข้าหากัน “นี่ไม่ใช่แบบที่ข้าวาดนี่ เจ้าไปได้มาจากที่ใดกัน หรือว่า…”
เมื่อเอ่ยเช่นนั้น ซ่งชิงหลันก็หันไปทางหลี่ซิ่วซิ่ว “ซิ่วซิ่ว แบบนี่ เจ้าเป็นคนวาดอย่างนั้นหรือ?”
ใบหน้าเล็ก ๆ ของสาวน้อยขึ้นสีทันที นางรีบตอบ “ข้าเพียงลองวาดในเวลาว่างเท่านั้น ท่านอย่าหัวเราะเยาะเลยนะเจ้าคะ”
ท่าทางเขินอายของหลี่ซิ่วซิ่วทำให้นางต้องรีบเพิ่มความมั่นใจให้อย่างไม่ลังเล “เจ้าวาดได้ดีนี่ซิ่วซิ่ว”
แบบที่สาวน้อยวาด แม้จะแตกต่างออกไปเมื่อเทียบกับของซ่งชิงหลัน แต่ก็น่าสนใจไม่แพ้กัน
ดวงตาเจ้าของร้านสาวเต็มไปด้วยความประหลาดใจ “ซิ่วซิ่ว ข้าไม่คาดคิดว่านอกจากฝีมือการเย็บปักที่ยอดเยี่ยมแล้ว เจ้ายังออกแบบเสื้อผ้าได้ดีอีกด้วย”
สาวน้อยยิ้มอย่างเขินอาย “เพราะข้าได้เห็นผลงานจำนวนมากของท่าน จึงได้เริ่มลงมือวาดขึ้นมาได้บ้างเจ้าค่ะ”
“เจ้าอย่าดูถูกตัวเอง งานที่เจ้าออกแบบแตกต่างจากงานของข้าอย่างสิ้นเชิง ข้าคิดว่าชุดที่เจ้าออกแบบน่าสนใจไม่น้อย เจ้าลองตัดเย็บมันออกมาเถิด”
“จริงหรือเจ้าคะ?” หลี่ซิ่วซิ่วมองเจ้านายอย่างตื่นเต้น “เป็นไปได้จริงหรือ?”
ไม่คาดคิดมาก่อนว่าวันหนึ่งนางจะได้ทำเสื้อผ้าที่ตัวเองเป็นคนออกแบบมาก่อน
“ได้สิ” ซ่งชิงหลันจับมือนาง
จากนั้นก็ตามด้วยการเอาชุดที่ซิ่วซิ่วปรับปรุงขึ้นมาพิจารณาอย่างละเอียด “นี่เป็นการปรับเปลี่ยนที่น่าสนใจ ไม่เลวเลยทีเดียว ทำให้ชุดโดยรวมออกมาดูนุ่มนวลขึ้น ท่าทางว่าข้าจะปล่อยให้เจ้าดูแลที่นี่ได้อย่างหายห่วงแล้ว”
คำพูดนั้นทำให้หลี่ซิ่วซิ่วตกใจมาก
นางรีบคว้ามือพี่สาวไว้ทันที จากนั้นก็ถามอย่างกระวนกระวาย “พี่ชิงหลัน ท่านพูดเช่นนี้หมายความว่าอย่างไรเจ้าคะ”
ซ่งชิงหลันดึงหลี่ซิ่วซิ่วให้นั่งลงข้างกาย แล้วค่อย ๆ อธิบาย “ซิ่วซิ่ว หลังจากที่ซื้อภัตตาคารหยิงปินสำเร็จแล้ว ข้าต้องการเปิดร้านอาหารให้เร็วที่สุด เพราะฉะนั้นต่อจากนี้อาจจะไม่ได้มีเวลาให้ที่นี่มากนัก โชคดีที่ร้านเสื้อชิงเยว่ของเราไม่ได้มีอันใดให้ต้องกังวลเรื่องการจัดการ เพราะมีท่านป้าสะใภ้ทั้งสองช่วยกันทำงานอย่างดีอยู่แล้ว เรื่องเดียวที่ข้าเป็นห่วงก็คือเรื่องการออกแบบเสื้อผ้า”
กล่าวเช่นนั้นจบ ซ่งชิงหลันก็มองหลี่ซิ่ซิ่วอย่างลึกซึ้งอีกครั้ง ก่อนจะยิ้มออกมา “ข้ายังคิดไม่ตกว่าจะทำอย่างไรกับเรื่องนี้ต่อไปดี จนกระทั่งได้เห็นแบบเสื้อผ้าที่เจ้าวาด เจ้าเป็นเด็กที่มีความสามารถมากนะซิ่วซิ่ว อยากจะลองทำดูหรือไม่”
“เจ้าค่ะ” สาวน้อยพยักหน้าอย่างแข็งขัน “ขอเพียงช่วยแบ่งเบาท่านได้ พี่ชิงหลัน ข้าจะลองตั้งใจทำดู”
“ขอบคุณเจ้ามากจริง ๆ ซิ่วซิ่ว”
หนึ่งวันผ่านพ้นไป
ก่อนจะปิดร้าน เหอไห่หลิงก็เข้ามาหาซ่งชิงหลันในห้องทำงานอย่างตื่นเต้นพร้อมเล่าว่า “หลันหลัน ทายสิว่าวันนี้เราขายบัตรกำนัลได้เท่าไร?”
ซ่งชิงหลันยิ้มแล้วคาดเดาขึ้น “สักพันตำลึง”
“หนึ่งพันสองร้อยตำลึงต่างหาก” ดวงตาของป้าสะใภ้รองเป็นประกายด้วยความตื่นเต้น “เป็นครั้งแรกที่ร้านเราทำเงินได้มากถึงเพียงนี้ในหนึ่งวัน น่าตื่นเต้นมากจริง ๆ”
ซ่งชิงหลันจับมือนาง “ท่านป้าสะใภ้รอง อย่าเพิ่งตื่นเต้นไป เงินนี้ยังไม่ได้เป็นของเราทีเดียว ตอนนี้เราเพียงเรียกเก็บเงินพวกเขาล่วงหน้าสำหรับการขายสินค้าในอนาคตเท่านั้น เพราะเรามีความจำเป็นเร่งด่วน”
เหวยหมิ่นจือยังสมทบอีก “ใช่ ด้วยเงินเหล่านี้ เราต้องทำเสื้อผ้าอีกจำนวนมาก แต่ถึงอย่างไร เงินหนึ่งพันตำลึงก็เข้ามาในร้านเราแล้ว”
เหอไห่หลิงตบหน้าอกด้วยความโล่งใจ “ก่อนหน้าข้าก็กังวล เจ้าบอกว่าจะต้องจ่ายในสามวัน ถ้าเราหาเงินพันตำลึงมาไม่ทันจะเกิดอันใดขึ้น แต่นี่เพียงหนึ่งวัน เรากลับสามารถหาเงินได้จำนวนเท่านี้ก็ทำให้ข้าเบาใจได้ หลันหลัน ร้านอาหารที่กำลังจะเปิดจะต้องประสบความสำเร็จอย่างแน่นอน”
หลี่ซิ่วซิ่วที่ฟังอยู่ข้าง ๆ ก็มีความสุขเช่นกัน
ซ่งชิงหลันมองสตรีทั้งสามที่ยืนอยู่ต่อหน้านางแล้วเริ่มพูดขึ้น “เอาเถิด วันนี้ทุกคนเหนื่อยกันมากแล้ว พวกเราปิดร้าน แล้วกลับบ้านกันเถิด”