ทะลุมิติมาเป็นคุณหนูใหญ่กลับต้องมาเลี้ยงน้องจนได้ดีแถมต้องเลี้ยงลูกอีกต่างหาก - บทที่ 138 ข้าคิดว่าน่าสนใจดี
- Home
- ทะลุมิติมาเป็นคุณหนูใหญ่กลับต้องมาเลี้ยงน้องจนได้ดีแถมต้องเลี้ยงลูกอีกต่างหาก
- บทที่ 138 ข้าคิดว่าน่าสนใจดี
บทที่ 138 ข้าคิดว่าน่าสนใจดี
อู่เชียนเชียนเข้าใจสถานการณ์ได้อย่างรวดเร็วและรีบเข้าไปเสนอ “พี่ฟาง พี่สะใภ้ฟาง ท่านวางใจเรื่องนี้ได้ พี่ชิงหลันเก่งมากในเรื่องการทำอาหาร ข้ายังไปกินข้าวบ้านนางเป็นประจำเลย”
ฟางจื่ออี้และภรรยามองหน้ากันไปมา แล้วยิ้มอย่างเขินอาย ช่างน่าอายจริง ๆ
“ไม่เป็นไรเจ้าค่ะ นี่ไม่ใช่เรื่องใหญ่อันใด” ซ่งชิงหลันว่าพลางก้มลงเล็กน้อย มองไปที่เด็กชายด้านหลังฟางจื่ออี้ แล้วถามด้วยรอยยิ้ม “เจ้าหนู ไหนบอกมาซิว่าเจ้าอยากกินสิ่งใด”
เด็กน้อยเดินไปมาอยู่ครู่หนึ่ง แล้วพูดออกมาอย่างตื่นเต้น “ข้าอยากกินไข่ตุ๋นกับเนื้อสับ เอาไข่แบบเนียนนุ่มเหมือนที่ท่านปู่ทำให้กินนะขอรับ”
เมื่อเห็นท่าทางน่าเอ็นดูของเด็กน้อย หญิงสาวอย่างซ่งชิงหลันก็ใจอ่อนยวบทันที
นางยื่นมือไปแตะจมูกเล็ก ๆ ของเขาด้วยรอยยิ้มเอ็นดู หนูน้อยคนนี้ช่างพูดเสียจริง รู้ด้วยว่าไข่ตุ๋นต้องเป็นแบบไหนจึงจะอร่อย “ได้เลย เจ้ารอก่อนนะ”
หลังจากพูดจบ ซ่งชิงหลันก็ยืนขึ้นอีกครั้ง มองไปทางฟางจื่ออี้แล้วถามกับเจ้าของบ้าน “ห้องครัวอยู่ที่ใดหรือเจ้าคะ?”
ภรรยาของฟางจื่ออี้รีบตอบ “ทางนี้เลย”
นางว่าพลางนำทางซ่งชิงหลันไป
ทันทีที่ซ่งชิงหลันเข้าไปในห้องครัว นางก็เริ่มมองสำรวจอย่างรวดเร็ว แล้วก็พบว่าครัวของบ้านฟางนั้นมีเครื่องครัวทุกอย่างครบครันไปหมด
หญิงสาวจุดเตาและตอกไข่สามฟอง
แบ่งส่วนหนึ่งลงไปอีกชาม เติมเกลือแล้วตีให้เข้ากัน จากนั้นใส่ไข่ลงไปในน้ำต้มสุก คนให้เข้ากัน ครอบฝาปิด ใส่ลงไปในซึ้งเพื่อนึ่งให้สุก
ใช้เวลาระหว่างที่กำลังรอให้ไข่สุกด้วยการไปสับหมูสามชั้นรวมกับเนื้อ แล้วนำไปผัดกับเครื่องปรุงออกมาเป็นเนื้อผัดซีอิ๊วสำหรับราดบนไข่ตุ๋น
ทั้งสองส่วนเสร็จพร้อม ๆ กัน ก็นำมาประกอบเป็นไข่ตุ๋นเนื้อสับตามที่หนูน้อยอยากกิน
“เจ้าลองชิมดูเถิด ว่านี่ใช้รสชาติแบบที่เจ้าชอบหรือไม่” ซ่งชิงหลันเดินออกจากครัว พร้อมกับไข่ตุ๋นแล้วพูดกับเด็กชาย
ฟางต้าจิง ลูกชายของฟางจื่ออี้มองไปยังไข่ตุ๋นราดด้วยเนื้อสับผัดที่อยู่บนโต๊ะก็เบิกตากว้างอย่างประหลาดใจ น้ำลายแทบจะไหลออกจากปาก “ว้าว… กลิ่นหอมมากขอรับ ทั้งยังน่าอร่อยมากอีกด้วย”
ฟางจื่ออี้และภรรยาเองก็ไม่สามารถอดใจได้
คนเป็นพ่อเดินเข้ามาตักไข่ตุ๋นเนื้อสับยื่นไปที่หน้าลูกชาย “เจ้าลองกินดูเถิด”
ฟางต้าจิงอ้าปากให้พ่อป้อนอาหารอย่างอดใจไม่ไหว เด็กน้อยกินเข้าไปคำใหญ่
จากนั้นซ่งชิงหลันก็มองเด็กน้อยด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความคาดหวัง
“อร่อยมากเลยขอรับ” เด็กชายพยักหน้าครั้งแล้วครั้งเล่า ตามด้วยการยกนิ้วให้แม่ครัวจำเป็นอย่างชื่นชม แล้วพูดพร้อมยิ้ม “อร่อยมากจริง ๆ รสชาติเหมือนที่ท่านปู่ทำให้กินเลยขอรับ”
ฟางต้าจิงคว้าช้อนจากมือบิดา แล้วตักไข่ตุ๋นกินด้วยตัวเอง
ไม่นานนักไข่ตุ๋นเนื้อสับก็หมด เด็กน้อยได้กินอาหารจนอิ่มหนำสมใจ
อู่เชียนเชียนมองอย่างตกใจ
นางดึงแขนเสื้อซ่งชิงหลันแล้วพูดเสียงเบา “พี่ชิงหลัน ท่านเก่งยิ่งนัก ทำให้ทุกคนกินอย่างเอร็ดอร่อยเช่นนี้ อย่าบอกนะว่าตอนที่ข้าไปกินอาหารบ้านท่านครั้งแรก ข้าก็มีอาการเช่นนี้เช่นกันหรือ?”
ซ่งชิงหลันได้ยินเช่นนั้นก็ไม่สามารถกลั้นขำเอาไว้ได้ หลุดหัวเราะออกมาอย่างเสียงดัง มองไปทางอู่เชียนเชียนแล้วเอ่ยหยอกล้อ “เจ้าก็เป็นเช่นนี้”
สาวน้อยได้ยินแบบนั้นก็ตบหน้าผากตัวเองแล้วร้องคร่ำครวญ “ให้ตายเถิด น่าอายเช่นนี้”
หลังจากที่ฟางจื่ออี้กินจนอิ่มก็มองมาทางซ่งชิงหลันด้วยความตกใจ แล้วพูดขึ้น “แม่นางซ่ง ไข่ตุ๋นเนื้อสับที่เจ้าทำเหมือนของพ่อข้ามากจริง ๆ ไม่รู้ว่าจะขอบคุณเจ้าอย่างไรดี เจ้าอยากได้พิราบย่างกลับบ้านไปกินสักตัวหรือไม่?”
ว่าจบฟางจื่ออี้ ก็รีบลุกขึ้น ห่อพิราบย่างแล้วส่งให้ซ่งชิงหลัน
หญิงสาวไม่ปฏิเสธ รับพิราบย่างมาด้วยรอยยิ้ม “ถ้าอย่างนั้นพวกเราต้องขอตัวกลับก่อนนะเจ้าคะ”
ทั้งสองเดินไปที่ประตู แต่ก็มีเสียงของฟางโย่วลี่ดังขึ้นมาเสียก่อน “ช้าก่อน”
ซ่งชิงหลันชะงักไปครู่หนึ่ง จากนั้นจึงหันกลับไปอย่างช้า ๆ
มองไปที่ฟางโย่วลี่ที่อยู่ด้านหลัง แล้วคลี่ยิ้มจาง ๆ “มีอันใดหรือเจ้าคะอาจารย์ฟาง”
“อะแฮ่ม…” ฟางโย่วลี่กระแอมขึ้นสองครั้ง แล้วเดินตรงเข้ามาหาซ่งชิงหลัน แล้วถามต่อ เจ้าวางแผนจะใส่ไข่ตุ๋นเนื้อสับลงไปในรายการอาหารของร้านเจ้าหรือไม่
เจ้าของร้านสาวเลิกคิ้วขึ้นแล้วตอบกลับด้วยรอยยิ้ม “ตามแต่พ่อครัวฟางต้องการเลยเจ้าค่ะ”
อู่เชียนเชียนที่ฟังทั้งสองพูดคุยกันก็นิ่งอึ้งไป รู้สึกว่านี่เป็นบทสนทนาที่แฝงไปด้วยความหมายอะไรบางอย่าง
ฟางโย่วลี่เงียบไปครู่หนึ่ง แล้วพยักหน้าตอบ “ข้าคิดว่าน่าสนใจดี”
ซ่งชิงหลันยิ้มกว้าง “ทุกอย่างขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของท่าน แล้วท่านวางแผนจะกลับไปเมืองหลวงเมื่อไรหรือเจ้าคะ”
“ก็…ในสองสามวัน เราต้องเก็บของที่นี่ก่อน แต่ข้ามีข้อแม้หนึ่งข้อ”
“โปรดบอกข้ามาได้เลยเจ้าค่ะ”
“เจ้าต้องมาช่วยข้าเตรียมคิดรายการอาหารใหม่ ๆ เปิดร้านใหม่ก็ควรจะมีอาหารใหม่ ๆ ออกมาขายบ้าง”
ซ่งชิงหลันพยักหน้าเห็นด้วย “เจ้าค่ะ ข้าจะกลับไปรอท่านที่เมืองหลวง”
พูดจบซ่งชิงหลันและอู่เชียนเชียนก็กลับบ้านไปด้วยกัน
อู่เชียนเชียนนั่งอยู่บนเกวียนอย่างเหม่อลอย ผ่านไปครู่หนึ่งก็จับแขนซ่งชิงหลันก่อนถามด้วยความสงสัย “พี่ชิงหลัน เกิดอันใดขึ้นหรือเจ้าคะ ตอนแรกอาจารย์ฟางไม่อยากมากับเรา แต่เหตุใดเขาถึงได้เปลี่ยนใจอย่างกะทันหัน ท่านทำอันใดให้เขาเกิดพอใจขึ้นมาอย่างนั้นหรือเจ้าคะ?”
ซ่งชิงหลันยิ้มอย่างมีเลศนัยแล้วตอบ “ก็ทำไข่ตุ๋นกับเนื้อสับอย่างไรเล่า”
ที่ลานบ้านตระกูลฟาง
ฟางจื่ออี้เริ่มสงสัยขึ้นมาไม่ต่างกัน ลูกชายมองไปทางบิดาของตนอย่างไม่เข้าใจ “ท่านพ่อ เหตุใดท่านถึงได้เปลี่ยนใจอย่างกะทันหันเล่า?”
ฟางโย่วลี่นั่งลงบนม้าหินอ่อนด้วยสายตาชื่นชม “สตรีผู้นี้ฉลาดหลักแหลม นางจงใจเก็บไข่ตุ๋นไว้ให้ข้าหนึ่งชามในครัว อีกทั้งนางยังมีทักษะการทำอาหารที่ยอดเยี่ยม ร้านที่นางกำลังจะเปิดก็จะกลับมามีชื่อเสียงอีกครั้งเพราะนางแน่”
เมื่อซ่งชิงหลันและพี่น้องคนอื่น ๆ กลับมาถึงบ้าน ซ่งชิงตงและหลิวกุ้ยเสียแทบรอไม่ไหวที่เข้ามาถามไถ่
“ท่านพี่ เป็นอย่างไรบ้างขอรับ พ่อครัวฟางจะกลับมาหรือไม่?”
หลิวกุ้ยเสียเห็นว่าสีหน้าของนางไม่ดีนัก จึงยิ้มจาง ๆ แล้วเอ่ยปลอบใจ “หลันหลัน เจ้าอย่าเพิ่งท้อใจไป พ่อครัวฟางคนนี้เป็นคนที่คาดเดายากนัก ไม่แปลกที่เขาจะไม่ยอมมา เราสามารถหาพ่อครัวใหม่ได้อยู่แล้ว อีกทั้งเรายังมีคนครัวมีฝีมืออีกมากในเมืองหลวงแห่งนี้”
“ฮ่า ๆ ไม่เป็นไรเจ้าค่ะ เราทำสำเร็จแล้ว พ่อครัวฟางตกลงจะกลับมาทำงานที่ร้านเรา” เมื่อเห็นท่าทางกังวลใจของพวกเขา อู่เชียนเชียนก็อดไม่ได้ที่จะระเบิดหัวเราะแล้วพูดความจริงออกมา
ซ่งชิงตงจึงยิ้มออกมาอย่างมีความสุขเช่นกัน
เขาจับมือท่านพี่แล้วถามว่า “ท่านทำได้จริง ๆ หรือขอรับ?”
ให้ข้าเป็นคนเล่า ข้าอยากเล่า ก่อนที่ซ่งชิงหลันจะได้เริ่มเอ่ยปาก อู่เชียนเชียนแทบรอไม่ไหวที่จะเข้าไปใกล้ แล้วเริ่มอธิบาย ตั้งแต่ที่ซ่งชิงหลันทำไข่ตุ๋นเนื้อสับที่บ้านพ่อครัวฟาง พวกเขาจึงยอมรับในฝีมือของพี่ชิงหลัน และยอมกลับมาทำงานอีกครั้ง
หลิวกุ้ยเสียได้ยินเช่นนั้นก็พูดขึ้นมาทันที “ไม่น่าแปลกใจเลย ตอนที่พ่อครัวฟางทำงานที่ร้าน เขาก็ชอบผู้ช่วยที่เป็นคนมีฝีมือเป็นพิเศษ แน่นอนว่าคนที่มีความสามารถอย่างชิงหลันต้องเข้าตาคนอย่างเขา”
“หากไม่มีอันใดผิดพลาด เพียงรอให้พ่อครัวฟางกลับมาถึงเมืองหลวง ร้านอาหารก็จะพร้อมเปิดทำการแล้ว”