ทะลุมิติมาเป็นคุณหนูใหญ่กลับต้องมาเลี้ยงน้องจนได้ดีแถมต้องเลี้ยงลูกอีกต่างหาก - บทที่ 147 สร้างบ้านใหม่
- Home
- ทะลุมิติมาเป็นคุณหนูใหญ่กลับต้องมาเลี้ยงน้องจนได้ดีแถมต้องเลี้ยงลูกอีกต่างหาก
- บทที่ 147 สร้างบ้านใหม่
บทที่ 147 สร้างบ้านใหม่
หลังจากได้รับการเกลี้ยกล่อมจากซ่งชิงหลัน เช้าวันต่อมาซ่งชิงตงก็ยอมเดินทางไปที่กังเฉิงในที่สุด
ส่วนภัตตาคารอวิ๋นหลายยังคงมีแขกมาทานอาหารอย่างคับคั่งทุกวัน ไม่ต่างจากวันเปิดร้าน
นอกจากเรื่องฝีมือของพ่อครัวฟางซึ่งเป็นที่ยอมรับมานานแล้ว รายการอาหารใหม่ ที่พวกนางช่วยกันพัฒนาระหว่างซ่งชิงหลันกับพ่อครัวฟาง ก็ทำให้ภัตตาคารยิ่งเป็นที่สนใจของผู้คนในเมืองมากขึ้นไปอีก
ทั้งเนื้อตุ๋นหม้อร้อน เป็ดแปดสมบัติ หมูอบน้ำผึ้ง ไก่ฉีกตุ๋น และยังมีห่านอบน้ำจิ้มบ๊วยสูตรลับเฉพาะที่รสชาติกลมกล่อมตราตึงใจ จนต้องอยากมากินอีก
ซ่งชิงหลันวางแผนให้ภัตตาคารอวิ๋นหลายเป็นร้านที่คิดค้นอาหารจานใหม่ ๆ ขึ้นมาอยู่เรื่อย ๆ เพื่อให้แขกที่มารู้สึกไม่จำเจและยังช่วยเพิ่มยอดขายให้ร้านมากขึ้นไปอีก
ด้านพ่อครัวฟางเองก็สนับสนุนความคิดนี้ของนางเป็นอย่างมาก
เขาทำงานครัวมาหลายสิบปีที่ผ่านมาทำอาหารซ้ำ ๆ เดิม ๆ จนรู้สึกเบื่อหน่าย แต่การมาทำงานกับซ่งชิงหลัน ฟางโย่วลี่เหมือนได้กลับไปสัมผัสถึงความมุ่งมั่นสร้างสรรค์ในวัยหนุ่มอีกครั้งระหว่างที่คิดค้นสูตรใหม่ ๆ กับนาง
ยิ่งได้พูดคุยกับซ่งชิงหลันมากเพียงใด เขาก็ยิ่งพบว่าสตรีนางนี้ช่างน่าสนใจ
นางเป็นคนมีความรู้มากมาย มีแนวคิดแปลกใหม่และยังมีฝีมือ ซ้ำยังมองการณ์ไกลเสมอ ช่างแตกต่างจากสตรีคนอื่น ๆ ที่เคยได้รู้จัก
เมื่อได้ทำงานในบรรยากาศเช่นนี้ ฟางจื่ออี้ก็พบว่าตนเองสนใจงานครัวเพิ่มขึ้นอย่างมาก และยิ่งไปกว่านั้นทักษะการปรุงอาหารของเขาก็ดูเหมือนจะพัฒนาขึ้นอย่างก้าวกระโดด อีกทั้งอาหารที่ชายหนุ่มทำมีรสชาติดีขึ้นเรื่อย ๆ
ฟางโย่วลี่รู้สึกชื่นชมในตัวซ่งชิงหลันเสมอ “ชิงหลัน ต้องขอบคุณเจ้ามากจริง ๆ ที่ทำให้ข้ารู้สึกประสบความสำเร็จในอาชีพพ่อครัวอย่างมาก”
ซ่งชิงหลันใช้ห้องเล็ก ๆ บนชั้นสองเป็นห้องส่วนตัวในร้านอาหาร
ในทุกวัน นางจะจัดการบัญชีต่าง ๆ ที่นี่และยังใช้ออกแบบเสื้อผ้าสำหรับร้านเสื้อชิงเยว่อีกด้วย
ด้านแม่เฒ่าซ่งเองก็พาซ่งซิงเฉินและซ่งซิงเยว่มาที่นี่ด้วย เพื่อจะได้ไม่ต้องเอาแต่เบื่อที่อยู่บ้านทั้งวัน
จากนั้นในช่วงเย็นครอบครัวจะรวมตัวกันทานข้าวที่ภัตตาคาร แล้วกลับไปนอนที่บ้านพร้อมกัน
ระหว่างมื้อเย็นวันนี้
หลิวกุ้ยเสียกำลังกินมื้อเย็นอย่างเอร็ดอร่อย นางยัดอาหารเข้าปากไม่หยุดท่าทางเช่นนั้นทำให้ซ่งอวิ๋นเฟิงรู้สึกเป็นกังวล
เขาจึงเอ็ดขึ้นเสียงเบาระหว่างที่มองภรรยา “เจ้าค่อย ๆ กินก็ได้ ไม่มีผู้ใดแย่งหรอก เหตุใดจึงต้องรีบกินนัก ประเดี๋ยวก็สำลัก”
หลิวกุ้ยเสียยกยิ้ม “ฮ่า ๆ ข้าคงติดเป็นนิสัยเสียแล้ว ช่วงนี้ข้ายุ่งมากต้องรีบกิน รีบทำงาน อีกอย่างความอยากอาหารก็ยังเพิ่มขึ้นอีกด้วย”
ซ่งชิงหลันกำลังป้อนข้าวตุ๋นให้ซ่งซิงเฉินกับซ่งซิงเยว่ แล้วเช็ดปากเด็กน้อยหลังเสร็จสิ้นมื้อเย็น จากนั้นก็หันมามองอาทั้งสองแล้วเริ่มเอ่ยอย่างจริงจัง “ท่านอาทั้งสองเจ้าคะ ข้ามีเรื่องต้องคุยกับท่าน”
เมื่อเห็นท่าทีจริงจังเช่นนั้นของซ่งชิงหลัน ซ่งอวิ๋นเฟิงก็รีบวางตะเกียบในมือลง
เริ่มถามอย่างเป็นห่วง “เกิดอันใดขึ้นหรือไม่หลันหลัน บอกพวกเรามาได้เลย”
“ข้าวางแผนจะสร้างบ้านใหม่สำหรับครอบครัวเราสักสองหลัง คิดว่าต่อไปน้อง ๆ จะเริ่มโตขึ้น การให้พวกเขานอนห้องเดียวกันเช่นนี้อาจจะไม่สะดวกนัก ข้าคิดจะสร้างบ้านที่ใหญ่ขึ้นทุกคนจะมีห้องของตนเอง จึงอยากปรึกษาพวกท่านว่าเราสร้างบ้านพร้อมกันดีหรือไม่”
“เอ่อ…คือว่า”
ซ่งอวิ๋นเฟิงดูกังวลใจแล้วหันไปมองภรรยา
หลิวกุ้ยเสียขมวดคิ้วขึ้นมาเล็กน้อย วางตะเกียบลงแล้วเอ่ยตอบ “หลันหลัน เรื่องทำบ้านใหม่ก็ดีอยู่ แค่ข้ากับอาเล็กของเจ้าไม่มีเงินมากเพียงนั้น เจ้าอยากจะทำก็ทำไปเถิดไม่ต้องถามพวกเราก็ได้”
นางตอบแบบนั้นทั้งที่ความจริงนางก็คิดอยากจะมีบ้านที่ดีกว่านี้มานานแล้ว
เพื่อนบ้านในละแวกเดียวกันก็มีบ้านหลังใหม่อยู่สบาย ๆ กันทั้งนั้น ส่วนบ้านตระกูลซ่งยังเป็นเพียงบ้านดินหลังเล็ก ๆ ให้ว่าตามตรงทั้งสองก็รู้สึกอิจฉาพวกเขามาก
ซ่งชิงหลันกลับหัวเราะออกมาแล้วเอ่ยต่อ “พวกท่านไม่ต้องกังวลเรื่องเงินเจ้าค่ะ ข้าจ่ายเอง ท่านเพียงตอบมาว่าเห็นด้วยหรือไม่”
“ว่าอย่างไรนะ นี่เจ้า…” ดวงตาของซ่งอวิ๋นเฟิงเต็มไปด้วยความตกใจ มองหลานสาวอย่างไม่อยากจะเชื่อ “หลันหลัน การสร้างบ้านเป็นเรื่องใหญ่ไม่ใช่ซื้อผักซื้อปลา ทั้งต้องใช้เงินจำนวนมาก อีกอย่างอาจะเอาเปรียบเจ้าได้อย่างไรกัน”
“ท่านเอาเปรียบอย่างไรกันเจ้าคะท่านอาเล็ก ข้าไม่ชอบเลยที่ท่านมักจะพูดเช่นนี้” ซ่งชิงหลันแสร้งทำเป็นไม่พอใจ
ซ่งอวิ๋นเฟิงรีบตอบอย่างกระวนกระวาย “ไม่ หลันหลัน อาไม่ได้หมายความเช่นนั้น”
“ท่านอาทั้งสอง เราครอบครัวเดียวกันเรื่องบางเรื่องไม่ต้องคิดถึงความเท่าเทียมมากเกินไปก็ได้ เรื่องสำคัญคือการอยู่อย่างไรให้กลมเกลียว เรื่องเงินไม่ต้องห่วง ตอนนี้ภัตตาคารของเราทำเงินได้มหาศาลสามารถสร้างบ้านได้สบาย ๆ”
“ข้ามีความคิดเห็น” หลิวกุ้ยเสียเอ่ยขึ้นต่อ
ซ่งชิงหลันรับคำ “ท่านอาสะใภ้ ท่านอยากเสนออันใด บอกมาได้เลยเจ้าค่ะ”
หลิวกุ้ยเสียยิ้มอย่างเขินอาย “หลันหลัน หากเจ้าอยากจะสร้างบ้านใหม่จริง ๆ ก็ไม่ต้องลำบากสร้างบ้านสองหลังหรอก เรารวมที่ดินเข้าด้วยกันสร้างบ้านหลังเดียว อยู่รวมกันเป็นบ้านใหญ่จะดีเสียกว่า”
เมื่อได้ยินเช่นนั้น คนที่มีความสุขที่สุดคือแม่เฒ่าซ่ง
นางรีบพยักหน้าแล้วพูดด้วยรอยยิ้มกว้าง “เยี่ยมเลย นั่นแหละดีที่สุด”
ก่อนหน้านี้พวกเขาอยู่ด้วยกันเป็นครอบครัวใหญ่ แต่หลิวกุ้ยเสียเป็นฝ่ายที่ยืนกรานอยากจะแยกบ้านจึงได้มีกำแพงกั้นระหว่างบ้านสองหลังขึ้นมา จากบ้านเดียวจึงกลายเป็นสอง
ตอนนี้กลายเป็นหลิวกุ้ยเสียเองที่เสนอให้ทุบกำแพงนั้นเพื่อกลับมาเป็นบ้านเดียวกันอีกครั้ง ทุกคนต้องมีความสุขกันอย่างแน่นอน
อันที่จริงซ่งชิงหลันก็มีความคิดเช่นนี้อยู่แล้ว แต่ก็ยังกังวลว่าอาสะใภ้จะเห็นด้วยหรือไม่ จึงได้เริ่มถามเรื่องบ้านนำมาก่อน
นางไม่คาดคิดว่าอีกฝ่ายจะเสนอเรื่องนี้ขึ้นมาเอง
หลานสาวมองอาสะใภ้อย่างลึกซึ้งแล้วพูดเสียงแผ่วเบา “ท่านอาสะใภ้ ขอบคุณท่านมากเจ้าค่ะ”
“ขอบคุณสำหรับอันใดเล่า ข้าต่างหากที่ต้องเป็นฝ่ายขอบคุณเจ้า”
ระหว่างที่พูดเช่นนั้น สตรีวัยกลางคนก็ดวงตาแดงก่ำขึ้นมาอย่างห้ามไม่อยู่ “ข้าเคยทำเรื่องแย่ ๆ เอาไว้มาก ขอบคุณเจ้าเหลือเกินที่ยกโทษให้…”
“ท่านอาสะใภ้ เราตกลงกันแล้วว่าจะไม่พูดเรื่องเก่า ๆ กันอีกไม่ใช่หรือเจ้าคะ?”
“เอาเถิด ๆ ไม่พูดถึงมันแล้วก็ได้ หลันหลันแล้วเจ้าวางแผนจะสร้างบ้านเมื่อไร?”
ซ่งชิงหลันขมวดคิ้วครุ่นคิดเรื่องนี้ จากนั้นก็มองซ่งชิงเป่ย “ชิงเป่ย วันพรุ่งเจ้าช่วยไปบอกหลี่ต้าหนิวให้ข้าที ว่าต้องการให้พ่อของเขามาที่บ้านเราเพื่อวัดพื้นที่ จากนั้นรอข้าออกแบบให้เรียบร้อย เสร็จเมื่อไรจะได้มาคุยกันเรื่องก่อสร้างอีกครั้ง”
“ขอรับ วันพรุ่งข้าจะไปบอกให้เอง” น้องชายตอบรับอย่างมีความสุข
เด็กชายตื่นเต้นมากเมื่อคิดว่ากำลังจะได้มีบ้านใหม่ หลังใหญ่ที่ไม่ต้องนอนเบียดกับพี่ชายอีกต่อไป อีกทั้งยังไม่ต้องทนฟังเสียงกัดฟันแล้วด้วย
ซ่งชิงซีเองก็อยากจะมีห้องส่วนตัวที่สงบเงียบเพียงพอสำหรับอ่านตำรา
ไม่ต้องทนฟังพี่รองกัดฟัน และน้องเล็กที่ชอบนอนกรนอีกต่อไป
แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็อดคิดถึงปัญหาใหญ่ที่อาจเกิดขึ้นไม่ได้
ซ่งชิงซีมองซ่งชิงหลันแล้วถามอย่างจริงจัง “ท่านพี่ แล้วระหว่างสร้างบ้านใหม่ พวกเราจะไปอยู่ที่ใดกันขอรับ?”