ทะลุมิติมาเป็นคุณหนูใหญ่กลับต้องมาเลี้ยงน้องจนได้ดีแถมต้องเลี้ยงลูกอีกต่างหาก - บทที่ 148 จะย้ายไปที่ใด?
- Home
- ทะลุมิติมาเป็นคุณหนูใหญ่กลับต้องมาเลี้ยงน้องจนได้ดีแถมต้องเลี้ยงลูกอีกต่างหาก
- บทที่ 148 จะย้ายไปที่ใด?
บทที่ 148 จะย้ายไปที่ใด?
ทันทีที่ซ่งชิงซีถามออกมาทุกคนก็เงียบ
พวกเขาเอาแต่คิดเรื่องบ้านหลังใหม่จนลืมเรื่องนี้ไปเสียสนิท หากซ่งชิงซีไม่ถามขึ้นมาคงไม่ทันได้คิดถึงข้อนี้เลยแม้แต่น้อย
แม่เฒ่าซ่งขมวดคิ้ว มองไปทางซ่งชิงหลัน “นั่นสิ หลันหลัน ครอบครัวเรามีสมาชิกตั้งมากจะไปอยู่ที่ใดดี”
“เช่นนั้น…มาอยู่ที่ร้านไปก่อนดีหรือไม่ ยังมีห้องส่วนตัวหลายห้องบนชั้นสอง น่าจะมากพอให้อยู่ไปก่อนได้” หลิวกุ้ยเสียแนะนำ
“ไม่ดีขอรับ” ซ่งชิงซีออกความคิดเห็นตามตรง “ภัตตาคารถูกสร้างขึ้นมาเป็นร้านอาหารไม่เหมาะที่จะมีคนมากมายมาอาศัยอยู่ อีกอย่างมีคนเข้าออกที่นี่ทุกวันไม่สะดวกเอาเสียเลย”
“อืม…ที่ซ่งชิงซีพูดก็จริง” ซ่งชิงหลันพยักหน้าตาม “อันที่จริงข้าคิดจะพาพวกเราไปอยู่ที่โรงเตี๊ยมกันก่อน”
ดวงตาของหลิวกุ้ยเสียเบิกกว้างอย่างประหลาดใจ “โรงเตี๊ยมหรือ อย่างนั้นเจ้าก็ต้องเสียเงินจำนวนมากเลยนะ”
แม้ว่าจะเป็นเงินของซ่งชิงหลัน แต่เมื่อคิดถึงจำนวนเงินที่ต้องจ่ายก็รู้สึกเสียดายมาก
ท่านย่าเองก็จับมือซ่งชิงหลันอย่างลำบากใจ “หลันหลัน มันจะสิ้นเปลืองเกินไปหรือไม่?”
แต่ซ่งชิงหลันกลับยิ้มตอบ “ไม่เป็นไรเจ้าค่ะ ข้ารู้จักเจ้าของโรงเตี๊ยมเล็ก ๆ แห่งหนึ่ง เราไปอยู่ที่นั่นเป็นเวลานานน่าจะมีส่วนลดให้เราบ้าง ไม่ได้ใช้เงินมากอย่างที่คิด”
ทุกคนได้ยินอย่างนั้นจึงยอมตามใจนาง วันต่อมา หลี่โก่วจือก็มาที่บ้านพร้อมเครื่องมือในการวัดพื้นที่
หลี่โก่วจือใช้เวลากับงานของตนตลอดช่วงเช้า จากนั้นก็เอ่ยถามซ่งชิงหลัน “แม่นางซ่ง ที่ดินของเจ้าทั้งสวยและเรียบดีมาก ง่ายต่อการก่อสร้าง เจ้าวางแผนจะสร้างแบบใดเล่า?”
ซ่งชิงหลันบันทึกข้อมูลทั้งหมดของที่ดินลงในสมุด
มองไปที่นายช่างแล้วเอ่ยตอบ “นายช่างหลี่ ข้าวางแผนจะสร้างบ้านสองชั้นแต่จะวาดแบบก่อน จากนั้นจะไปคุยกับท่านอีกสักสองวันหลังจากนี้ เป็นอย่างไรเจ้าคะ?”
หลี่โก่วจือพยักหน้าตาม “ตกลง ๆ ข้าจะรอ ถ้าอย่างนั้นวันนี้ไม่มีอันใดแล้ว ข้าคงต้องขอตัวก่อน”
“เจ้าค่ะ ข้าไม่รบกวนท่านแล้ว”
จากนั้นซ่งชิงหลันก็เดินเข้าไปในบ้าน และพบว่าแม่เฒ่าซ่งกำลังเก็บข้าวของอยู่
หลานสาวจึงยิ้มแล้วเอ่ยติดตลก “ท่านย่า เรายังไม่ได้จะย้ายเร็ว ๆ นี้นะเจ้าคะ เหตุใดท่านถึงได้รีบเก็บของนักเล่า?”
หญิงชราตอบโดยที่ยังไม่หยุดมือ “แม้บ้านจะเล็กแค่นี้แต่มีข้าวของน้อยเสียเมื่อไรเล่า หากจะต้องเก็บให้หมดจริง ๆ ต้องใช้เวลาไม่น้อย ย่าคิดว่าจะเริ่มทยอยเก็บไปเรื่อย ๆ เมื่อถึงเวลาก็ย้ายออกได้สะดวกน่ะ”
ซ่งชิงหลันรู้สึกว่านี่คงเป็นนิสัยของคนชรา ที่มักจะชอบเตรียมตัวตั้งแต่เนิ่น ๆ
แต่ก็ถือเป็นเรื่องดี ท่านย่าจะได้ไม่เบื่อหน่ายเกินไปนัก ยามว่าง ๆ หากมีงานอันใดให้ทำที่ไม่หนักเกินไปก็ไม่เป็นไร
แม่เฒ่าซ่งรวบรวมสิ่งของต่าง ๆ แล้วหันกลับไปมองซ่งชิงหลันเพื่อถามขึ้น “นายช่างกลับไปแล้วหรือ?”
ซ่งชิงหลันพยักหน้าตอบ “กลับไปแล้วเจ้าค่ะ รอข้าวาดแบบบ้านเสร็จก่อนแล้วค่อยไปหาเขาอีกครั้ง”
แม่เฒ่าซ่งอดไม่ได้ที่จะหัวเราะ “เจ้านี่ช่างชอบเอาทุกอย่างมาทำเองคนเดียวเสียจริง”
ทันใดนั้นสองแฝดที่ตื่นขึ้นมาบนเตียงก็เริ่มพูดเจื้อยแจ้วดังมาทางนี้
หญิงสาวจึงเข้าไปหยอกล้อลูกน้อยทั้งสอง
ทันทีที่ซ่งซิงเยว่เห็นมารดาก็ยื่นมือเล็ก ๆ ออกมาด้วยท่าทางออดอ้อนอย่างน่าชัง ด้วยใบหน้าท่าทางน่าเอ็นดูของหนูน้อยทำให้นางใจอ่อนยวบ
ซ่งชิงหลันอุ้มลูกสาวขึ้นมาและทันทีที่เข้าไปอยู่ในอ้อมแขนมารดา ซ่งซิงเยว่ก็ซุกตัวเข้าหาไออุ่นจากอกแม่อย่างรวดเร็ว
ต่างจากซ่งซิงเฉินที่เมื่อโตขึ้นคงเป็นพี่ใหญ่แสนสุขุม
เด็กชายนอนเงียบ ๆ บนเตียง เพียงมองซ่งชิงหลันและน้องสาวด้วยรอยยิ้ม
ท่านทวดของเด็กทั้งสองเดินเข้ามาดู “น่าจะหิวกันแล้ว”
“เจ้าค่ะ ถึงเวลามื้อกลางวันแล้ว” ซ่งชิงหลันพยักหน้า “ท่านย่า เราไปที่ภัตตาคารอวิ๋นหลายกันเถิด”
ซ่งชิงหลันบังคับลาให้ลากเกวียนไปที่ภัตตาคาร
ทันทีที่เข้าไปในร้านอาหาร หลิวกุ้ยเสียก็เข้ามาทักทายและเข้ามาอุ้มซ่งซิงเฉินเอาไว้แล้วเอ่ย “ข้ากำลังคุยกับอาเล็กของเจ้าอยู่พอดีว่าเฉินเฉินกับเยว่เยว่น่าจะตื่นแล้ว และเจ้าก็มาพอดี เร็วเข้า อาหารพร้อมแล้ว”
ซ่งชิงหลันและทุกคนเดินไปกินข้าวด้วยกันในห้องเล็ก ๆ ที่ชั้นสอง นางกลับพบว่าที่โต๊ะไม่ได้มีชามกับตะเกียบของท่านอาเล็กและอาสะใภ้ จึงถามขึ้น “พวกท่านไม่กินข้าวด้วยกันหรือเจ้าคะ?”
หลิวกุ้ยเสียโบกมือตอบ “ตอนนี้ลูกค้าแน่นร้าน ข้ากับอาเล็กของเจ้าจะไปทำงานก่อนแล้วค่อยมาหาอันใดง่าย ๆ กินทีหลังน่ะ เจ้ากับท่านย่ากินก่อนเถิด”
ซ่งอวิ๋นเฟิงเดินมาพร้อมถาดอาหารแล้วแนะนำขึ้นมา “พ่อครัวฟางมีอาหารพิเศษให้เฉินเฉินกับเยว่เยว่ด้วยนะวันนี้”
พูดจบสองสามีภรรยาก็พากันลงไปชั้นล่าง
ซ่งชิงหลันพบว่านั่นคือชามน้ำแกง เนื้อปลาบด และไข่ตุ๋น
เด็กน้อยทั้งสองเหมือนจะได้กลิ่นหอมน่ากิน ก็เริ่มพูดอ้อแอ้ออกมาดูหิวโหยคล้ายแมวน้อยจอมตะกละ
แม่เฒ่าซ่งที่มองอยู่ข้าง ๆ ก็หัวเราะชอบใจ “เฉินเฉิน เยว่เยว่ ท่าทางจะชอบอาหารของอาจารย์ฟางมาก”
“อายุยังน้อยแต่กินเก่งเช่นนี้ โตไปต้องหากินเก่งแน่”
มารดาเริ่มป้อนอาหารให้ลูกน้อยทั้งสอง
หลังจากกินมื้อกลางวันเรียบร้อย นางก็วางลูกทั้งสองคนลงในเปลข้าง ๆ และท่านทวดก็เข้ามาเล่นกับเด็ก ๆ
ซ่งชิงหลันใช้เวลาว่างในตอนนี้เพื่อคิดเรื่องแบบบ้าน
จากนั้นหญิงสาวก็เอาพู่กันกับกระดาษออกมา และเริ่มวาดแบบที่ต้องการลงไป ไม่นานก็ได้ยินเสียงเคาะประตูดังขึ้น
นางถึงหันไปพูด “เข้ามา”
คนที่เข้ามาคือหลิวกุ้ยเสีย
ซ่งชิงหลันขมวดคิ้วอย่างสงสัยแล้วถามขึ้น “เกิดอันใดขึ้นเจ้าคะ มีอันใดหรือไม่?”
นางเดินเข้ามาเงียบ ๆ แล้วถามเสียงเบา “เฉินเฉิน เยว่เยว่ หลับอยู่หรือ?”
“ไม่เจ้าค่ะ พวกเขาเล่นอยู่ เกิดอันใดขึ้นหรือ?”
หลิวกุ้ยเสียจึงกลับมาใช้ระดับเสียงปกติในการเอ่ย “มีท่านหญิงมาหาเจ้าน่ะ”
“ท่านหญิง?” ซ่งชิงหลันขมวดคิ้วและนิ่งคิดไปชั่วขณะ
เมื่อรู้ว่าหลิวกุ้ยเสียหมายถึงหลิงซีเหยียน นางก็ถามต่ออย่างประหลาดใจ “นางอยู่ที่ใด?”
หลิวกุ้ยเสียชี้ไปที่ประตู “ข้างนอก”
“ข้าจะรีบไปประเดี๋ยวนี้” ซ่งชิงหลันว่า จากนั้นก็ลุกขึ้นยืนอย่างตื่นเต้น เดินไปที่ด้านหน้าห้อง
เมื่อเจ้าของร้านสาวไปที่หน้าห้อง ภรรยาของท่านผู้ว่าก็ตรงเข้ามา
สองสาวหัวเราะขึ้นมาพร้อมกัน
หลิงซีเหยียนยิ้มอย่างอ่อนโยนเช่นเคย ดวงตาคู่หวานของนางมีแววตื่นเต้นอย่างปิดไม่มิดและเอ่ยเสียงเบา “ชิงหลัน ไม่เจอกันเสียนาน”