ทะลุมิติมาเป็นคุณหนูใหญ่กลับต้องมาเลี้ยงน้องจนได้ดีแถมต้องเลี้ยงลูกอีกต่างหาก - บทที่ 146 ขอบคุณพวกท่านสำหรับความช่วยเหลือ
- Home
- ทะลุมิติมาเป็นคุณหนูใหญ่กลับต้องมาเลี้ยงน้องจนได้ดีแถมต้องเลี้ยงลูกอีกต่างหาก
- บทที่ 146 ขอบคุณพวกท่านสำหรับความช่วยเหลือ
บทที่ 146 ขอบคุณพวกท่านสำหรับความช่วยเหลือ
แต่เป็นซ่งชิงซีที่ตอบขึ้นมา “ถ้าข้าเดาไม่ผิด แมลงสาบนั่นไม่ใช่ของไป๋เย่เฮย”
ซ่งชิงหลันมองน้องชายคนที่สามด้วยความชื่นชม นางยิ้มแล้วพูดเสียงเบา “ชิงซีพูดถูกแล้ว”
“ถ้าอย่างนั้น…มันเกิดอันใดขึ้นกันแน่ขอรับ” ซ่งชิงหยวนและซ่งชิงหลินมองไปทางซ่งชิงหลันด้วยความอยากรู้อยากเห็นอย่างพร้อมเพรียง
ซ่งชิงเป่ยทนสงสัยไม่ไหวจึงถามขึ้นซ้ำ “ท่านพี่ มันเกิดเหตุอันใดขึ้นหรือขอรับ บอกข้ามาเร็วเข้า”
“ให้ข้าอธิบายเรื่องนี้เองก็ได้” จู่ ๆ หลิวกุ้ยเสียก็พูดขึ้น
นางมองไปทางฝูงชนเล็กน้อย จากนั้นก็หันพูดกับลูกชายตนเอง “ตั้งแต่พวกนั้นเข้ามาในร้าน ซ่งชิงหลัน ท่านพี่เจ้าก็ให้ข้าคอยจับตาดูพวกเขาไว้ จนเห็นว่าไป๋เย่เฮยแอบเอาแมลงสาบตายมาเพื่อใส่ร้ายเรา ข้าจึงรีบไปบอกซ่งชิงหลันได้ทัน”
ว่าจบหลิวกุ้ยเสียก็มองไปทางซ่งชิงหลัน
“โอ้ ข้าเข้าใจแล้ว” ซ่งชิงเป่ยพูดเสียงดังอย่างตื่นเต้น ก่อนจะมองไปทางซ่งชิงหลันแล้วพูดต่อ “ท่านพี่ หลังจากนั้นท่านจึงได้ใช้เวลาในการคิดวางแผนเอาคืนได้ แต่ถ้าไป๋เย่เฮยเทแมลงสาบออกมาหมด แล้วแมลงสาบที่เป็นหลักฐานมาจากที่ใดกัน”
หลิวกุ้ยเสียหัวเราะขึ้นทันที “หึ ๆ ก็ข้าเป็นคนเอามาเอง”
ก่อนถึงวันเปิดร้าน ทุกคนช่วยกันทำความสะอาดร้านและใช้ควันธูปในการฆ่าแมลงที่ซ่อนอยู่เพื่อเตรียมความพร้อม นางจึงเก็บแมลงไว้จำนวนมากตั้งใจจะเอากลับไปใช้ดองเหล้า แต่ไม่คิดว่าจะได้นำมาใช้ในแผนการนี้ด้วย
นางยังอธิบายต่ออีก “หลันหลันให้ข้าหาแมลงสาบที่ตายมา แล้วก็อาศัยช่วงชุลมุนมอบมันให้นายท่านเฉียน”
“นายท่านเฉียนมีประสบการณ์กับเรื่องทำนองนี้มามาก ไม่จำเป็นต้องบอกอันใดก็เข้าใจแผนการทั้งหมดในทันทีที่ได้รับแมลงสาบ”
“สุดท้ายก็เพียงเอาแมลงสาบออกมาในช่วงค้นตัวไป๋เย่เฮย แล้วปล่อยให้พวกนั้นใช้คำพูดมัดตัวเอง”
ซ่งชิงหลันยิ้ม “แม้ว่าเจี่ยงชุ่ยเหลียนจะไม่ฉลาดนักแต่ก็พอรู้ความอยู่บ้าง ข้ามั่นใจว่านางจะไม่ยอมให้ท่านพี่อู่ต้าหย่งเป็นคนค้นตัว จึงได้เลือกคนที่ดูไม่ได้เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้อย่างนายท่านเฉียน นางจะได้ไม่สงสัย”
ว่าจบซ่งชิงหลันก็มองไปทางพี่ชายร่วมสาบานและเมิ่งเตี๋ยหวู่ “ท่านพี่เฉียน ท่านพี่สะใภ้ ต้องขอบคุณพวกท่านสำหรับความช่วยเหลือครั้งนี้นะเจ้าคะ”
นายท่านเฉียนโบกมือตอบ “เราคนกันเองไม่จำเป็นต้องขอบคุณหรอก ข้าเห็นมามากแล้ว พวกคนเช่นนี้อยากจะจัดการเสียหน่อย ไม่อย่างนั้นคราวหน้าจะมารังควานน้องข้าได้อีก”
อู่เชียนเชียนยิ้มอย่างพอใจ “ทุกอย่างเป็นเช่นนี้แล้ว ข้าว่าคนพวกนั้นคงไม่มีหน้ามาที่ภัตตาคารอวิ๋นหลายได้อีกแล้วเจ้าค่ะ”
ดวงตาของซ่งชิงตงหรี่ลงแล้วพูดเสียงเบา “ไม่ใช่เพียงที่นี่หรอก ข้าคิดว่าพวกนั้นไม่กล้าแม้แต่จะออกจากบ้านในช่วงนี้เสียด้วยซ้ำ”
ในเมืองหลวงแห่งนี้เรื่องซุบซิบนินทากระจายรวดเร็วยิ่งกว่าไฟลามทุ่ง ไม่ครบวันเรื่องตลกของคนตระกูลไป๋คงเป็นที่รู้กันทั่วทุกครัวเรือน
พวกเขาจะกล้าออกนอกบ้านได้อย่างไร หากถูกหัวเราะเยาะโดยผู้คนภายนอกอยู่ตลอดเช่นนี้
นั่นเป็นเรื่องดีที่จะมั่นใจได้ว่าคนพวกนั้นจะหายหน้าหายตาไปนานพอสมควร
คิดเช่นนั้นแล้วซ่งชิงหลันก็รู้สึกสดชื่นขึ้นมา และพูดกับทุกคน “เอาเถิด เลิกพูดถึงคนพวกนั้นได้แล้ว มากินข้าวอร่อย ๆ กันเถิด”
นายท่านเฉียนก็เอ่ยอย่างเห็นด้วย “ใช่แล้ว วันนี้เป็นวันดีไม่ควรเกิดเหตุอันใดให้กังวลใจ ต้องมีสุราดี ๆ มาดื่มฉลองแล้ว”
ทุกคนจึงขึ้นไปยังชั้นสองเพื่อร่วมวงรับประทานอาหารค่ำด้วยกัน
ทุกคนอยู่ที่นั่น จนกระทั่งแขกทยอยกลับไปกันหมด
ตอนนี้เป็นเวลาเกือบจะยามห้าย*[1] ที่ถนนหย่งติ้งเงียบสงัด ร้านค้าต่าง ๆ ก็ปิดไปหมดแล้ว
นายท่านเฉียนอยู่ในอาการมึนเมา เขามีความสุขยิ่งกว่างานฉลองเปิดกิจการของตัวเอง
โชคดีที่เขากับภรรยามีรถม้าและผู้ดูแลมาด้วย จึงมีคนมาช่วยเหลือให้ขึ้นบนรถได้อย่างทุลักทุเล
เมิ่งเตี๋ยหวู่โบกมือลาซ่งชิงหลัน “ชิงหลัน เราต้องกลับก่อน ขอบคุณเจ้ามากที่วันนี้ต้อนรับเป็นอย่างดี”
ซ่งชิงหลันโบกมือส่งพวกเขาเช่นกัน “คราวหน้ามาเจอกันอีกบ่อย ๆ นะเจ้าคะ กลับดี ๆ นะเจ้าคะ”
อู่เชียนเชียนยืนอยู่หน้าประตูภัตตาคาร มองรถม้าคันหรูเคลื่อนตัวออกไป
จากนั้นก็พูดขึ้น “นายหญิงผู้นั้นงดงามมากจริง ๆ หากข้าเป็นบุรุษก็คงจะตกหลุมรักนางเช่นกัน”
ซ่งชิงหลันได้ยินเข้าก็อดไม่ได้ที่จะหัวเราะออกมา “ถ้าเจ้าเป็นบุรุษแล้วพี่อู่ต้าหย่งของเจ้าเล่า”
“เจ้ากำลังหมายถึงอันใดหรือ?” ทันใดนั้นอู่ต้าหย่งก็เดินออกมาจากด้านหลัง
ไม่ว่าตอนกลางวันหรือกลางคืนก็ยังคงเชื่อได้ว่า หากพูดถึงผู้ใดแล้วคนผู้นั้นจะปรากฏตัวอย่างที่เขาว่า เมื่อกล่าวถึงโจโฉ โจโฉก็มา
หญิงสาวทั้งสองมองหน้ากัน แล้วหลุดหัวเราะออกมาอย่างพร้อมเพรียง
นั่นทำให้อู่ต้าหย่งยิ่งรู้สึกไม่เข้าใจมากกว่าเดิม “มีอันใดกัน หัวเราะเพราะเหตุใด”
“อะแฮ่ม…” ซ่งชิงหลันหยุดหัวเราะก่อนจะมองไปทางอู่ต้าหย่ง แล้วพูดกับเขา “ท่านพี่อู่ต้าหย่ง รบกวนท่านไปส่งเชียนเชียนด้วยนะเจ้าคะ”
“ได้สิ” ชายหนุ่มพยักหน้าตาม จากนั้นก็ถามถึงนางบ้าง “แล้วเจ้าเล่า ให้ข้า…”
ก่อนที่เขาจะถามจบ หลิวกุ้ยเสียและครอบครัวของซ่งอวิ๋นเฟิงก็เดินออกมา
ผู้ดูแลร้านใส่กุญแจประตูอย่างแน่นหนา แล้วมองมาทางซ่งชิงหลันและทุก ๆ คน “เอาเถิด เรากลับกัน”
ซ่งชิงหลันเอ่ยถามอู่เชียนเชียนและอู่ต้าหย่ง “ยังไม่ไปกันอีกหรือเจ้าคะ?”
อู่ต้าหย่งยิ้มเขิน “เรากำลังจะไปแล้ว”
หลังจากกลับถึงบ้าน ซ่งชิงหลันก็รีบวางลูกน้อยทั้งสองลงไปที่เปล ทารกแฝดหลับไปอย่างรวดเร็ว
แม่เฒ่าซ่งเองก็ต้านทานความง่วงไม่ไหวผล็อยหลับไปเช่นกัน
ซ่งชิงหลันดับเทียนเตรียมจะเข้านอน แต่จู่ ๆ ซ่งชิงตงก็เดินเข้ามา “ท่านพี่ขอรับ”
หญิงสาวขมวดคิ้วอย่างสงสัย “มีอันใดหรือ เหตุใดยังไม่ไปนอนอีกวันพรุ่งเจ้าต้องรีบไปกังเฉิงแต่เช้าไม่ใช่หรือ?”
ซ่งชิงตงขบกรามและมีท่าทีลังเลอยู่สักพัก ก่อนจะพูดออกมา “ท่านพี่ ข้าไม่อยากไปเลย ไม่อยากไปทำการค้าอีกต่อไปแล้ว”
ซ่งชิงหลันชะงักเมื่อได้ยินแบบนั้น “เหตุใดเล่า?”
ซ่งชิงตงไม่ได้ตอบ
จากนั้นไม่นานซ่งชิงหลันก็พอจะเดาออก
นางถอนหายใจออกมาเบา ๆ แล้วถามขึ้น “เป็นเพราะข้าเปิดร้านอาหารหรือ?”
ซ่งชิงตงตอบอย่างรวดเร็ว “ท่านเพิ่งจะเปิดภัตตาคารต้องมีคนช่วยดูงาน ท่านพี่เองก็ต้องดูร้านเสื้อผ้าอีก งานพวกนี้มันมากเกินกว่าจะให้ท่านทำคนเดียว ข้าไม่อยากให้ท่านรับภาระมากเกินไป ให้ข้าอยู่ช่วยเถิดขอรับ”
ซ่งชิงหลันยิ้มออกมา “ซ่งชิงตง ได้ยินเจ้าเป็นห่วงเช่นนี้ข้าก็ดีใจมากแล้ว แต่อย่าลืมว่าเจ้าต้องทำตามความฝันของตนเองด้วย ไม่จำเป็นต้องมีชีวิตอยู่เพื่อคนอื่นเสมอไป เจ้าสามารถเลือกทำสิ่งที่ตัวเองอยากทำได้ ไม่ต้องห่วงทางนี้ข้าดูแลทุกอย่างได้และจะคอยสนับสนุนเจ้าเสมอ”
น้องชายยังมีท่าทีลำบากใจ นางจึงพูดต่อ “เจ้ามีทั้งหัวการค้า มีความคิดก้าวไกลเรื่องการซื้อขาย ถ้าเจ้ายังมุ่งไปทางนี้ต่อ เจ้าจะได้เป็นเจ้าของกิจการใหญ่โตแน่”
“แล้วภัตตาคารเล่าขอรับ”
“เจ้าไม่ต้องห่วง ตอนนี้เรามีทั้งท่านอาสะใภ้และคนอื่น ๆ ถ้าคนไม่พอก็เพียงหาคนมาเพิ่มไม่ใช่เรื่องใหญ่”
[1] ยามห้าย เวลา 21.00-22.59 น.