ทะลุมิติมาเป็นคุณหนูใหญ่กลับต้องมาเลี้ยงน้องจนได้ดีแถมต้องเลี้ยงลูกอีกต่างหาก - บทที่ 150 ท่านตั้งใจจับคู่พวกเขาอย่างนั้นหรือ?
- Home
- ทะลุมิติมาเป็นคุณหนูใหญ่กลับต้องมาเลี้ยงน้องจนได้ดีแถมต้องเลี้ยงลูกอีกต่างหาก
- บทที่ 150 ท่านตั้งใจจับคู่พวกเขาอย่างนั้นหรือ?
บทที่ 150 ท่านตั้งใจจับคู่พวกเขาอย่างนั้นหรือ?
ซ่งชิงหลันขมวดคิ้วก่อนจะมองไปทางชิงจู แล้วถามขึ้น “เจ้าหมายความว่าอย่างไร”
ชิงจูไม่สนใจว่าหลิงซีเหยียนจะโกรธหรือไม่ เพราะนางต้องอดทนไม่พูดอันใดเป็นเวลานานแล้ว หากปล่อยไว้มากกว่านี้ต้องเป็นบ้าแน่ ๆ
สาวน้อยจึงพูดออกมาอย่างไม่พอใจ “จริง ๆ แล้วในวันเทศกาลโคมไฟ ท่านหญิงของข้าไม่ได้รู้สึกไม่สบาย ท่านนัดหมายกับนายท่านเอาไว้แล้วว่าจะไปงานเทศกาลด้วยกัน และนัดหมายกันที่โคมไฟเสี่ยงทายแต่เมื่อถึงเวลานัดหมายท่านหญิงกลับไม่ไปที่นั่น แต่เป็นป๋ายเสี่ยวม่านที่ออกไปแทนเจ้าค่ะ”
เล่าจบนางก็ลอบมองไปทางหลิงซีเหยียน
ผู้เป็นนายมีสีหน้าไม่สบอารมณ์แต่ก็ไม่ได้กล่าวอันใดออกมา
ซ่งชิงหลันคว้ามือนางมากุมไว้ทันที และเอ่ยถาม “ท่านพี่ซีเหยียน ท่านจงใจจับคู่พวกเขาอย่างนั้นหรือ? แล้วเหตุใดถึงทำเช่นนั้นเล่าเจ้าคะ?”
ไม่มีทางที่ภรรยาที่รักใคร่สามีอย่างสุดซึ้ง จะพยายามผลักไสสามีตนให้สตรีอื่น
ต้องมีเรื่องใดซ่อนอยู่แน่ ๆ
แต่หลิงซีเหยียนยังคงไม่ยอมเอ่ยคำใดออกมา
ซ่งชิงหลันขมวดคิ้วมุ่น สักพักก็นึกอันใดขึ้นมาได้ “เป็นเพราะแม่สามีท่านหรือเจ้าคะ? นางบังคับอันใดท่านหรือ ท่านผู้ว่าไม่ได้รู้เรื่องนี้ใช่หรือไม่ ท่านพี่ซีเหยียน ถ้าท่านไม่พูดข้าจะไปบอกท่านผู้ว่าประเดี๋ยวนี้”
เมื่อได้ยินเช่นนั้นสีหน้าของคนอายุมากกว่าแปรเปลี่ยนโดยพลัน
นางรีบคว้ามือซ่งชิงหลันเอาไว้อย่างกระวนกระวาย “ไม่…อย่าบอกจือหล่างนะ”
ซ่งชิงหลันกำลังจะพูด แต่เมื่อเห็นว่าหลิงซีเหยียนกลับมาเอ่ยปากอีกครั้งจึงได้โอกาสถามต่อ “เช่นนั้นมันเกิดอันใดขึ้น ท่านพี่ซีเหยียนได้โปรดเล่าให้ข้าฟังเถิด ข้าจะได้ช่วยเหลือท่านได้”
“คือว่า…เฮ้อ”
หลิงซีเหยียนถอนหายใจออกมา แล้วเริ่มเล่าด้วยเสียงเศร้าสร้อย “วันนั้นท่านแม่สามีมาพบข้า บอกว่าข้าแต่งงานมาหลายปีแล้วแต่ยังไม่มีลูกเสียที นางรู้สึกว่ามันเป็นเรื่องเสื่อมเสียต่อตระกูลเหวย จึงต้องการให้สามีข้ามีอนุ”
ระหว่างที่เล่าเช่นนั้นหลิงซีเหยียนก็แค่นยิ้มออกมา “ที่จริงนี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่แม่สามีพูดเรื่องเช่นนี้กับข้า สามีข้าปฏิเสธไปแล้วนับครั้งไม่ถ้วน แต่ลับหลังเขา ท่านแม่สามีก็ยังพยายามทำเช่นนี้อยู่ดี”
ซ่งชิงหลันรู้ได้ในทันทีว่าสิ่งที่หญิงชราทำเป็นเหตุผลที่หลิงซีเหยียนรู้สึกไม่สบายใจ
นางขมวดคิ้วแล้วถามขึ้นอีก “นางขอให้ท่านจับคู่ท่านผู้ว่ากับป๋ายเสี่ยวม่านหรือเจ้าคะ?”
ภรรยาท่านผู้ว่าพยักหน้า “เสี่ยวม่านเป็นญาติห่าง ๆ ของสามีข้า ระหว่างที่พวกเรากลับไปบ้านเกิดเมื่อปีที่แล้ว แม่สามีข้าก็ถูกใจลูกพี่ลูกน้องนางนี้มาก เป็นท่านแม่เองที่จงใจพานางมาที่เมืองหลวง ท่านบอกว่าให้เสี่ยวม่านมาเจอสามีข้า เพื่อทำความรู้จักกันอย่างค่อยเป็นค่อยไป แล้วเขาจะยอมรับนางมาเป็นอนุได้เอง”
ซ่งชิงหลันแสดงสีหน้าทุกข์ใจออกมา
นางบีบมือหลิงซีเหยียนแน่น “ท่านพี่ซีเหยียน เหตุใดท่านถึงได้ยอมง่ายเช่นนั้น…”
“แล้วข้าจะทำอันใดได้เล่า ถึงจะพบหมอ กินยา ดูแลร่างกายสม่ำเสมอ แต่ข้าก็ไม่ตั้งครรภ์เสียที” ภรรยาท่านผู้ว่าดูจนใจ “ยอมอยู่กันสามคนสามีภรรยา ก็ยังดีกว่าไม่มีลูกสืบสกุล ข้าไม่อยากให้สามีต้องอับอายขายหน้า”
ที่สุดแล้วเรื่องใหญ่สุดก็คือเรื่องของทายาท
ซ่งชิงหลันคิดอันใดออกจึงได้เอ่ยขึ้น “ให้ข้าลองดูให้หรือไม่เจ้าคะ?”
“แล้ว…มันจะเป็นไปได้อย่างนั้นหรือ?” หลิงซีเหยียนชะงักไปเล็กน้อย ดวงตาเต็มไปด้วยความคาดหวังแต่ก็ยังมีแววลังเล
ต่างจากชิงจูที่ดูตื่นเต้นขึ้นมาทันที “ใช่แล้ว แม่นางซ่ง ท่านมีความรู้ทางการแพทย์นี่เจ้าคะ ครั้งนั้นที่ร้านเสื้อชิงเยว่ท่านก็ช่วยท่านหญิงของข้าไว้ เหตุใดแไม่ลองดูเล่าท่านหญิง ให้แม่นางซ่งลองเถิดเจ้าค่ะ”
หลิงซีเหยียนจึงเริ่มหวั่นไหวขึ้นมา
ถึงอย่างไรเสีย ตอนนี้นางก็ไม่มีอันใดจะเสียอีกแล้ว อันใดที่ลองได้ก็อยากจะลองทำดู เผื่อว่าจะได้โอกาสดี ๆ ขึ้นมา
ท่านหญิงมองไปทางหญิงสาวทั้งสองที่นั่งอยู่ด้วยกันด้วยสายตาคาดหวัง “เอาเถิดเจ้าลองดูก็ได้”
ว่าจบนางก็ยื่นมือให้ซ่งชิงหลัน
ด้านซ่งชิงหลันก็ทาบนิ้วลงบนข้อมือบอบบางเพื่อตรวจสอบชีพจร หลังจากนั้นไม่นานก็ขมวดคิ้วเล็กน้อย
ท่าทางเช่นนั้นทำให้หลิงซีเหยียนกลืนน้ำลายลงคออย่างประหม่า แล้วถามขึ้น “ชิงหลัน เป็นอย่างไรบ้าง?”
ชิงจูเองก็ดูประหม่าไม่ต่างกัน “แม่นางซ่ง เกิดอันใดขึ้นหรือเจ้าคะ? ท่านหญิงของเรา…”
ซ่งชิงหลันปล่อยมือแล้วพูดตามตรง “ท่านพี่ซีเหยียน ร่างกายของท่านยากที่จะตั้งครรภ์ แต่ข้าก็คิดว่าหากท่านดูแลอย่างดีก็ยังพอจะเป็นไปได้เจ้าค่ะ”
“เรื่องจริงหรือ เยี่ยมมากเลยเจ้าค่ะท่านหญิง” ชิงจูปรบมืออย่างตื่นเต้นแล้วมองไปทางผู้เป็นนาย
สีหน้าของหลิงซีเหยียนเองก็ดูดีขึ้นมาก แต่ก็ยังไม่หมดความลังเล “ถึงอย่างนั้นก็เถิด สามีของข้าและข้าเคยไปพบแพทย์หลายท่านมาก คนก่อนก็พูดเช่นกัน แต่หลังจากพยายามปรับแล้วก็ไม่ได้มีผลใด ๆ เลย”
“ร่างกายของท่านไม่ได้แข็งแรงนัก หมอพวกนั้นมักจะสั่งยาแรง ซึ่งการกินยาทุกวันทำให้ร่างกายรับไม่ไหวและไม่เป็นผลดีต่อร่างกาย ข้าจะเขียนใบสั่งยาที่ไม่แรงเกินไปสำหรับร่างกายท่านให้”
ว่าจบนางก็ลุกไปที่โต๊ะ เอาพู่กันกับกระดาษออกมาเขียนใบสั่งยา
หลิงซีเหยียนก็ลุกขึ้นตามไปด้วย
ในตอนนั้นเองก็เห็นว่าซ่งชิงหลันวาดแบบบางอย่างค้างเอาไว้ มือเรียวของสตรีผู้สูงศักดิ์หยิบขึ้นมาชมด้วยความใคร่รู้ แล้วเอ่ยชื่นชมออกมา “ชิงหลัน ไม่คิดว่าเจ้าจะมีความรู้เรื่องสถาปัตยกรรมถึงเพียงนี้ สถานที่นี้คือที่ใดกัน เหตุใดข้าจึงไม่เคยเห็นมาก่อน?”
ซ่งชิงหลันอธิบาย “นี่คือบ้านที่ยังไม่ได้สร้างเจ้าค่ะ ท่านจึงไม่เคยได้เห็นมาก่อน”
“หืม…หมายความว่าอย่างไรกัน?”
“ข้ากำลังวางแผนจะสร้างบ้านหลังใหม่ให้ครอบครัว นี่คือแบบบ้านที่ข้าจะนำไปให้นายช่างสำหรับก่อสร้าง”
“ให้ตายเถิด” ท่าทางตื่นเต้นตกใจฉายออกมาจากหลิงซีเยียน “ชิงหลัน เจ้าเก่งอันใดเช่นนี้ มีอันใดที่เจ้าทำไม่ได้บ้าง”
ระหว่างที่คุยเรื่องบ้าน ซ่งชิงหลันก็เขียนใบสั่งยาเสร็จสิ้น
นางยื่นใบสั่งยาให้ชิงจูและเริ่มอธิบาย “ชิงจู เจ้าเอาใบสั่งยานี้ไป แล้วนำยาที่ได้มาต้มให้ท่านหญิงดื่มทุกสามวัน หลังจากนั้นสองเดือนข้าจะตรวจชีพจรให้อีกครั้ง ว่ายาได้ผลหรือไม่ ถ้าไม่ ข้าก็จะเปลี่ยนยาให้”
ชิงจูพับใบสั่งยาอย่างระมัดระวังแล้วเสียบลงไปในแขนเสื้อ “เจ้าค่ะ ข้าจะจัดการให้เอง”
หลิงซีเหยียนขมวดคิ้วแล้วพูดเสียงเบา “เราต้องเก็บเรื่องนี้เป็นความลับ ข้าไม่อยากให้สามีและท่านแม่สามีของข้ารู้ หากพวกเขารู้แล้วเกิดความหวังมากเกินไป วันที่ผิดหวังขึ้นมามันต้องแย่กว่าตอนนี้มากแน่”
“เอาอย่างนี้ดีหรือไม่เจ้าคะ?” ซ่งชิงหลันแนะนำ “มาต้มยาที่ร้านข้า แล้วมาดื่มที่นี่ก็ได้”
ชิงจูพยักหน้าตาม “แม่นางซ่งช่างหลักแหลมนัก นายท่านรู้ว่าท่านหญิงกับแม่นางเป็นเพื่อนสนิทกัน ดังนั้นท่านจะต้องไม่สงสัยแน่”
“แต่ชิงหลัน นี่มันจะรบกวนเจ้ามาเกินไปหรือไม่” หลิงซีเหยียนมีท่าทีเกรงใจ
ซ่งชิงหลันแสร้งทำเป็นไม่พอใจ “ท่านพี่ซีเหยียน หากท่านพูดเรื่องเกรงใจขึ้นมาอีก ข้าจะคิดว่าท่านไม่ไว้ใจข้าแล้วนะเจ้าคะ เราเป็นพี่น้องกันไม่ต้องห่วงเรื่องนั้น ข้าจะจัดการทุกอย่างให้เองเจ้าค่ะ”