ทะลุมิติมาเป็นคุณหนูใหญ่กลับต้องมาเลี้ยงน้องจนได้ดีแถมต้องเลี้ยงลูกอีกต่างหาก - บทที่ 153 ข้าจะจัดการให้
- Home
- ทะลุมิติมาเป็นคุณหนูใหญ่กลับต้องมาเลี้ยงน้องจนได้ดีแถมต้องเลี้ยงลูกอีกต่างหาก
- บทที่ 153 ข้าจะจัดการให้
บทที่ 153 ข้าจะจัดการให้
วันถัดมา ซ่งชิงหลันตื่นนอนแต่เช้า
น้องชายของนางก็ตื่นแต่เช้าพร้อมน้อง ๆ ที่จะไปเรียนเช่นกัน
ด้านสองสามีภรรยาซ่งอวิ๋นเฟิงและหลิวกุ้ยเสียตื่นตั้งแต่ก่อนรุ่งสาง เพราะต้องออกไปตลาดเพื่อเตรียมของสำหรับไปภัตตาคาร
ซ่งชิงหลันป้อนอาหารเช้าให้ซ่งซิงเฉินและซ่งซิงเยว่ จากนั้นก็รีบออกไป
แต่ก็พบนายท่านเฉียนอยู่หน้าบ้าน
“อรุณสวัสดิ์”
ซ่งชิงหลันหันไปตามเสียงแล้วทักทายกลับ “อรุณสวัสดิ์เจ้าค่ะท่านพี่เฉียน ท่านจะไปโรงพนันหรือเจ้าคะ?”
นายท่านเฉียนพยักหน้า “ใช่ เจ้าไปด้วยกันสิ”
ทั้งสองเริ่มพูดคุยกันระหว่างเดินไปด้วย
นายท่านเฉียนถามขึ้น “เป็นอย่างไรบ้าง เมื่อคืนหลับสบายดีหรือไม่ ขาดเหลืออันใดเพียงบอกข้ามา ไม่ต้องเกรงใจเข้าใจหรือไม่?”
ซ่งชิงหลันหัวเราะ “ท่านมีเตียงนุ่มทั้งยังกว้างขวางกว่าที่โรงเตี๊ยมตั้งมาก ข้าจะนอนไม่หลับได้อย่างไร”
ว่าจบก็มองเขาอย่างจริงจัง “ท่านพี่เฉียน แม้ว่าท่านจะไม่ชอบที่ได้ยินเช่นนี้ แต่ข้าก็อยากจะบอกว่าขอบคุณท่านมากที่ให้ที่พักอย่างดีแก่ครอบครัวเรา”
ใบหน้าของพี่ชายมืดมน แสร้งทำเป็นโกรธแล้วเอ็ดขึ้น “น้องสาวผู้นี้รู้อยู่แก่ใจว่าข้าไม่ชอบก็ยังจะพูดอีก เลิกพูดเช่นนี้ได้แล้ว เอาเถิด ข้าต้องไปก่อนแล้ว”
ทั้งคู่บังเอิญมาถึงทางแยกพอดี นายท่านเฉียนจึงไปทางซ้ายเพื่อมุ่งหน้าไปโรงพนันเฉียนจี้
ซ่งชิงหลันมองเขาเดินจากไป พร้อมทั้งจดจำความเมตตาจากพี่ชายผู้นี้อย่างตั้งใจ
เมื่อซ่งชิงหลันมาถึงยังภัตตาคารอวิ๋นหลายก็พบว่าลูกจ้างทุกคนยุ่งอยู่กับงานของตน ภายใต้การดูแลของหลิวกุ้ยเสีย ทุกอย่างดูเป็นระเบียบเรียบร้อยดี
เมื่อเห็นว่าหลานสาวมาแล้ว ผู้ดูแลร้านจึงทักขึ้น “หลันหลัน วันนี้เจ้าไม่ได้พาลูกมาด้วยอย่างนั้นหรือ?”
“เด็กน้อยทั้งสองเพิ่งจะกินอิ่มและนอนต่อเจ้าค่ะ ข้าเลยให้ท่านย่าช่วยดูแลที่บ้าน”
หลิวกุ้ยเสียยิ้มออกมา “ดีแล้ว ๆ ข้าเห็นว่านายท่านเฉียนชอบเด็กทั้งสองมากและท่านแม่ก็น่าจะไม่เบื่อถ้าอยู่ที่นั่น เอาเถิด ข้าไม่คุยต่อแล้วดีกว่า ข้าจะเข้าไปดูในครัวเสียหน่อย วันนี้งานล้นมือไปหมด”
ว่าจบอาสะใภ้ก็หันหลังจะเดินเข้าไปในครัว
“ท่านอาสะใภ้ ท่านรอประเดี๋ยว” ซ่งชิงหลันหยุดนางเอาไว้ จากนั้นก็ส่งกระดาษที่พับอย่างเรียบร้อยให้ พลางเอ่ยต่อ “ท่านช่วยไปร้านขายยาและซื้อยาตามใบสั่งนี้ แล้วต้มเตรียมเอาไว้ที เมื่อเสร็จแล้วเอาขึ้นไปให้ข้าที่ชั้นสองด้วยนะเจ้าคะ”
เพื่อช่วยรักษาความลับให้ท่านหญิง ซ่งชิงหลันจึงคิดว่ามันน่าจะปลอดภัยกว่าถ้านางจัดการเรื่องนี้ด้วยตัวเอง
หลิวกุ้ยเสียก็เข้าใจว่าเรื่องนี้สำคัญมาก
นางรีบเช็ดมือ เก็บใบสั่งยาเข้าไปในอกเสื้อ แล้วตอบอย่างจริงจัง “ได้เลย ข้าจะไปจัดการประเดี๋ยวนี้”
ซ่งชิงหลันมองจนกระทั่งอาสะใภ้ออกจากภัตตาคารไป จากนั้นก็ขึ้นไปที่ห้องทำงานชั้นสอง
หลังจากนั่งลงได้ไม่นานก็มีคนมาเคาะประตู
ซ่งชิงหลันรีบเอ่ยตอบ “เข้ามาได้”
คนที่เข้ามาคือผู้ดูแลบัญชีหลิว
เขายื่นสมุดบัญชีมาให้ที่โต๊ะแล้วเอ่ยขึ้น “แม่นางซ่ง นี่เป็นรายการบัญชีของเมื่อวานขอรับ”
ซ่งชิงหลันพยักหน้าแล้วรับคำ “เอาเถิด วางไว้ตรงนี้”
หลังจากที่ผู้ดูแลบัญชีหลิวจากไป ซ่งชิงหลันก็เริ่มอ่านรายการในสมุดบัญชีเล่มนั้น
พวกนางไม่ได้เข้ามาที่ร้านเป็นเวลาหนึ่งวันเนื่องจากเป็นวันย้ายบ้าน แต่ทุกอย่างก็ราบรื่นดี แสดงว่าตอนนี้ภัตตาคารเป็นที่เชื่อถือของลูกค้ามาก
เห็นเช่นนี้แล้วนางก็อดไม่ได้ที่จะคลี่ยิ้มอย่างมีความสุข
แต่ก็นึกขึ้นมาได้ว่าตนเองว่างเว้นจากการออกแบบเสื้อผ้าในร้านเสื้อชิงเยว่มาสักพักแล้ว หญิงสาวจึงได้เอากระดาษขึ้นมาเริ่มวาดแบบ
ซ่งชิงหลันวาดแบบเสื้อผ้าใหม่ ๆ ได้สักพักก็มีเสียงเคาะประตูดังขึ้นอีกครั้ง
นางถูกขัดจังหวะเวลาสร้างสรรค์จึงขมวดคิ้วขึ้นมาเล็กน้อย แต่ก็เอ่ยรับคนหน้าประตู “เข้ามาได้”
ประตูแง้มออกมาเล็กน้อยและมีหญิงสาวนางหนึ่งรูปร่างหน้าตาน่าชม ท่าทางอารมณ์ดียืนอยู่
ซ่งชิงหลันเมื่อเห็นว่านางเป็นผู้ใดก็รีบเอ่ยเรียก “ท่านพี่ซีเหยียน ท่านนั่นเอง เข้ามาเร็วเถิดเจ้าค่ะ”
หลิงซีเหยียนเดินเข้ามาอย่างไม่เร่งรีบ เมื่อเห็นแบบเสื้อผ้าที่วางอยู่บนโต๊ะก็เอ่ยถามอย่างเกรงใจ “ข้ามารบกวนเวลางานของเจ้าหรือไม่?”
“ไม่เจ้าค่ะ ท่านมาถูกเวลาพอดี” เจ้าของห้องว่าพลางดึงร่างบางให้นั่งลง
จากนั้นก็หยิบเอาเสื้อผ้ามาส่งให้ พร้อมเอ่ยถามความคิดเห็น “ท่านช่วยดูนี่ทีเถิดว่าเป็นอย่างไรบ้าง”
หลิงซีเหยียนหยิบมันขึ้นมาดูอย่างตั้งอกตั้งใจ ดวงตาคู่สวยแสดงความชื่นชมออกมาโดยไม่รู้ตัว นางพยักหน้าเล็กน้อยแล้วเอ่ยชม “ดี ๆ สวยงามมาก แต่ข้าคิดว่าถ้าเปลี่ยนสีของลูกไม้ที่คอเสื้อเป็นสีน้ำเงินคราม ต้องออกมาเหมาะกว่า”
ซ่งชิงหลันสำรวจดู “อืม…ใช่ นั่นเป็นสิ่งที่ข้าคิดอยู่ แต่พอท่านเข้ามาข้าก็ลืมมันไปเสียสนิท”
จากนั้นนักออกแบบสาวก็เริ่มตระหนักได้ว่า มีความคิดน่าสนใจแวบเข้ามาในหัวเมื่อครู่
จึงจุ่มพู่กันลงในสีและเติมเข้าไปทันที
ตามด้วยการพยักหน้าแล้วยิ้มขึ้น “เหมาะจริง ๆ ด้วยเจ้าค่ะ”
ว่าจบก็หันไปทางนาง “ท่านพี่ซีเหยียน ท่านกินข้าวมาหรือยังเจ้าคะ?”
หลิงซีเหยียนยิ้ม “ข้ารอจะมากินของอร่อย ๆ ที่นี่น่ะสิ”
“ได้เลย ข้าจะจัดการให้”
ว่าจบซ่งชิงหลันก็ลุกขึ้นเดินลงไปชั้นล่าง
ตอนนี้ถึงเวลาอาหารกลางวันแล้ว ชั้นล่างของภัตตาคารอวิ๋นหลายเต็มไปด้วยผู้คนทำให้ร้านดูมีชีวิตชีวาเป็นอย่างมาก
กลิ่นหอมของอาหารอบอวลไปทั่วร้าน ซ่งชิงหลันรู้สึกหิวขึ้นมาเช่นกัน
หลิวกุ้ยเสียเพิ่งรับแขกโต๊ะหนึ่งมา เมื่อเห็นซ่งชิงหลันก็หันมาถาม “หลันหลัน อยากจะสั่งอาหารอย่างนั้นหรือ?”
ซ่งชิงหลันพยักหน้า “เจ้าค่ะ”
“อย่างนั้นข้าจะบอกในครัวให้”
ซ่งชิงหลันกลับห้ามนางไว้ก่อน “ท่านอาสะใภ้ท่านไปทำงานเถิด ข้าจะไปบอกให้พวกเขาทำเองเจ้าค่ะ”
ไม่นานอาหารก็ถูกยกเข้ามาในห้อง
หลิงซีเยียนมองอาหารบนโต๊ะด้วยรอยยิ้มแล้วเอ่ยติดตลก “ไม่ใช่รายการหรูหราหรือ?”
อาหารที่ซ่งชิงหลันเตรียมมาให้หลิงซีเหยียน แม้ว่าจะดูธรรมดาแต่ก็รสชาติดีทั้งสิ้น
ซ่งชิงหลันตอบอย่างไม่เร่งรีบ “อาหารพวกนี้หน้าตาดูธรรมดาแต่รสชาติดีมาก ท่านลองดูเถิดเจ้าค่ะ”
ว่าจบนางก็คืบบวบชิ้นหนึ่งลงไปในชามข้ามของพี่สาว
หลิงซีเหยียนเริ่มชิมอาหาร และอดไม่ได้ที่จะมองอย่างประหลาดใจ “นี่มันหวานอร่อยมากจริง ๆ ชิงหลัน”
ชิงจูที่อยู่ข้าง ๆ มองไปที่อาหารบนโต๊ะก็อดไม่ได้ที่จะถามด้วยความสงสัย “แม่นางซ่ง เหตุใดท่านถึงได้เลือกรายการอาหารเหล่านี้แก่ท่านหญิงหรือเจ้าคะ?”