ทะลุมิติมาเป็นคุณหนูใหญ่กลับต้องมาเลี้ยงน้องจนได้ดีแถมต้องเลี้ยงลูกอีกต่างหาก - บทที่ 154 วันนี้ท่านเจริญอาหารดีมาก
- Home
- ทะลุมิติมาเป็นคุณหนูใหญ่กลับต้องมาเลี้ยงน้องจนได้ดีแถมต้องเลี้ยงลูกอีกต่างหาก
- บทที่ 154 วันนี้ท่านเจริญอาหารดีมาก
บทที่ 154 วันนี้ท่านเจริญอาหารดีมาก
ซ่งชิงหลันรีบหันไปตอบ “แน่นอนว่าต้องมีเหตุผลอยู่แล้ว อาหารเหล่านี้มีฤทธิ์อุ่นและเป็นของอ่อน สูตรเฉพาะสำหรับท่านพี่ซีเหยียนกินแล้วช่วยบำรุงร่างกายเจ้าค่ะ”
“ถ้าเช่นนั้นก็ต้องกินให้มากสินะ” ว่าจบหลิงซีเหยียนก็เริ่มคีบอาหารมาเพิ่ม
หลิงซีเหยียนเจริญอาหารมากในวันนี้ นางสามารถกินข้าวได้ทั้งชามผิดจากปกติที่กินได้เพียงครึ่งชามเท่านั้น
แม้แต่ชิงจูที่ดูอยู่ข้าง ๆ ก็ยังพูดออกมาอย่างตื่นเต้น “ท่านหญิง ท่านกินหมดชามด้วย”
หลิงซีเหยียนหน้าแดงเล็กน้อย อดไม่ได้ที่จะรู้สึกเขินอาย “ใช่ ไม่รู้ว่าเหตุใดแต่ข้ารู้สึกอยากอาหารยิ่งนัก”
สาวใช้หัวเราะอย่างไร้เดียงสา “หากท่านหญิงเจริญอาหารยิ่งขึ้น กินได้มากเหมือนทุกครั้งที่มาที่นี่ ต่อไปไม่ถึงหนึ่งเดือนนายหญิงอาวุโสจะได้เลิกบ่นว่าท่านหญิงผอมเกินไปเสียที”
ความจริงแล้วหลิงซีเหยียนไม่ได้ผอมแห้งถึงเพียงนั้น เพียงผอมกว่าคนทั่วไปเล็กน้อย สำหรับคนผู้อาวุโสมักจะมองว่าสตรีร่างอวบจะมีลูกง่ายกว่า
ซ่งชิงหลันยิ้มตอบ “ท่านพี่ซีเหยียน หากท่านมีน้ำมีนวลยิ่งกว่านี้จะดูสวยขึ้นด้วยเจ้าค่ะ”
หลิงซีเหยียนเงยหน้าขึ้นเล็กน้อยแล้วรีบพูด “เจ้าอย่าไปฟังเรื่องไร้สาระที่ชิงจูพูดเลย”
หลังจากว่าเช่นนั้นก็เอาผ้าเช็ดหน้าขึ้นมาซับริมฝีปาก เป็นสัญญาณว่าอิ่มกับอาหารมื้อนี้แล้ว
จากนั้นหลิวกุ้ยเสียก็เข้ามาในห้องพร้อมชามน้ำแกงที่ปิดฝาเอาไว้
ซ่งชิงหลันเดินไปรับมันมา “ขอบคุณท่านอาสะใภ้ที่เตรียมให้เจ้าค่ะ”
หลิวกุ้ยเสียส่ายหน้าพลางยิ้มๆ “ไม่เป็นไร เช่นนั้นข้าขอตัวไปทำงานต่อก่อน”
ว่าจบนางก็หันหลังลงไปชั้นล่าง
ซ่งชิงหลันเอาชามน้ำแกงมาวางลงตรงหน้าหลิงซีเยียน “ท่านพี่ซีเหยียน รีบดื่มตอนยังร้อน ๆ เถิดเจ้าค่ะ”
ชิงจูสูดจมูกอย่างแรงแล้วก็มีสีหน้าตกใจ “ไม่มีกลิ่นขมเลยเจ้าค่ะ”
นางเคยทำหน้าที่ต้มยาให้ท่านผู้หญิงตอนอยู่ที่จวน สาวใช้ภรรยาท่านผู้ว่าจึงประทับใจอย่างยิ่งที่เห็นว่ายาต้มนี้ต่างออกไป
หลิงซีเหยียนเองก็แปลกใจเช่นกัน
นางเปิดฝาแล้วดื่มยาด้วยความอยากรู้อยากเห็น
นางขมวดคิ้วล่วงหน้าและค่อย ๆ จิบแล้ว แต่กลับพบว่ายาไม่ขมอย่างที่กลัวสามารถดื่มต่อจนหมดได้อย่างรวดเร็ว
ชิงจูรีบส่งผลไม้หวาน ๆ ให้ท่านหญิงของนางอย่างกระวนกระวาย “ท่านหญิงเป็นอย่างไรบ้างเจ้าคะ? เอาผลไม้ช่วยหรือไม่เจ้าคะ?”
หลิงซีเหยียนส่ายหน้า “มันรสชาติดี”
ว่าจบก็มองไปทางซ่งชิงหลันด้วยความอยากรู้อยากเห็น
คนอายุน้อยกว่ายกยิ้ม “ข้าทำให้ท่านดื่มได้ง่ายขึ้นน่ะ”
ทั้งสองพูดคุยกันต่อไปครู่หนึ่ง เมื่อเห็นว่าเวลาเหลือไม่มากแล้วภรรยาท่านผู้ว่าก็ลุกขึ้นแล้วกล่าวลา
ซ่งชิงหลันเองก็ยืนขึ้นเช่นกัน “ท่านพี่ซีเหยียนให้ข้าไปส่งท่านเถิดเจ้าค่ะ”
หญิงสาวทั้งสองลงบันไดมาด้วยกัน เมื่อถึงทางเลี้ยวของบันไดก็พบว่าชายหญิงคู่หนึ่งขึ้นมาจากชั้นล่าง
ชายผู้นั้นสวมเสื้อคลุมสีฟ้าอ่อนท่าทางสง่างาม ดูราวกับหยกแกะสลัก เป็นบุรุษที่ดูถ่อมตน
ด้านสตรีที่มาด้วยกันสวมชุดกระโปรงรูปแบบใหม่ล่าสุดจากร้านเสื้อชิงเยว่ นางรูปร่างอวบอิ่มได้สัดส่วนใบหน้ากลมงาม
หลิงซีเหยียนพบชายหญิงคู่นั้นก็ตัวแข็งทื่อไป ใบหน้าสวยของนางซีดลงอย่างดูไม่ดีนัก
ซ่งชิงหลันไม่แปลกใจที่พี่สาวจะเป็นเช่นนั้น เพราะชายหญิงคู่นี้ไม่ใช่ผู้ใดอื่น นอกจากท่านผู้ว่าและป๋ายเสี่ยวม่าน
ตอนนี้ซ่งชิงหลันได้เห็นป๋ายเสี่ยวม่านกับตาตัวเอง ก็เข้าใจขึ้นมาทันทีว่าเหตุใดแม่สามีของหลิงซีเหยียนจึงชอบในตัวนาง คงเพราะรูปร่างเหมาะกับการเป็นมารดาในสายตาคนหัวโบราณกระมัง
ซ่งชิงหลันมีรอยยิ้มหวานบนใบหน้า เอ่ยทักทายท่านผู้ว่าอย่างสุภาพ
ก่อนที่ซ่งชิงหลันจะเอ่ยอันใดต่อ ป๋ายเสี่ยวม่านก็กะพริบตาปริบ ๆ แล้วก้าวเข้ามาใกล้ก่อนจะเอ่ยกับหลิงซีเหยียน “ท่านพี่ เหตุใดท่านถึงได้อยู่ที่นี่ได้เล่า?”
ระหว่างว่าแบบนั้นก็หันไปขยิบตาให้เหวยจือหล่างด้วยรอยยิ้ม “นายท่าน ไฉนท่านบอกว่าท่านพี่ไม่ชอบมาที่เช่นนี้ ดูสิ ข้าบอกแล้วว่าให้ชวนนางมาด้วย”
ป๋ายเสี่ยวม่านยังส่งสายตาไร้เดียงสาให้หลิงซีเหยียน แล้วถามต่อ “ท่านพี่เจ้าคะ ท่านกินข้าวหรือยังเจ้าคะ ถ้ายัง เรามากินด้วยกันดีหรือไม่”
ดวงตาไร้เดียงสาคู่นั้นแฝงความท้าทายเอาไว้
หากผู้ใดไม่รู้แล้วมาเห็นเข้า คงเข้าใจว่านางเป็นภรรยาของเขา
ซ่งชิงหลันหรี่ตาลงเข้าใจอาการเหล่านั้นของอีกฝ่าย สตรีนางนี้ไม่ธรรมดาเลยจริง ๆ ท่าทางราวกับกระต่ายขาวตัวน้อย แต่ความจริงแล้วภายในเป็นแมงป่องพิษ
หากสตรีผู้นี้ได้เป็นอนุของท่านผู้ว่าเข้าจริง ๆ ต่อไปชีวิตของหลิงซีเยียนจะต้องลำบากเป็นแน่
ซ่งชิงหลันอยากจะช่วยปกป้องพี่สาวคนสนิท ไม่อยากให้ผู้ใดมารังแกนางได้
เมื่อได้ยินสิ่งที่ป๋ายเสี่ยวม่านกล่าวเช่นนั้น สีหน้าของหลิงซีเหยียนก็มีแต่จะยิ่งย่ำแย่ และนางก็ขยับปากตอบเสียงเบา “ไม่…”
แต่ซ่งชิงหลันกลับคว้าแขนของนางเข้ามา “ดีเลย เราไปด้วยกันเถิด”
หลิงซีเหยียนสะดุ้งตกใจอย่างกะทันหัน รีบมองซ่งชิงหลัน “ชิงหลัน เจ้าทำอันใดน่ะ?”
ไม่มีทางที่นางจะไม่เห็นท่าทีฝืนใจนี้
แต่ซ่งชิงหลันกลับยกยิ้ม กะพริบตามองเป็นการตอบด้วยสายตาแทน ‘ไม่ต้องห่วงเจ้าค่ะ ข้ารู้ดี’
ป๋ายเสี่ยวม่านจับความรู้สึกของหลิงซีเหยียนได้ และรู้ว่านางไม่ใช่คนสู้คนจึงจงใจพูดเช่นนั้นออกมา
แต่ก็ไม่คิดว่าซ่งชิงหลันจะตอบออกมากลางคัน
ป๋ายเสี่ยวม่านพยายามอย่างที่สุดเพื่อจะรักษาสีหน้าไร้เดียงสาเอาไว้ ไม่ให้ผู้ใดจับได้
นางยิ้มให้ซ่งชิงหลันแล้วถามขึ้น “ข้าไม่รู้ว่าสตรีท่านนี้คือผู้ใด…”
“ข้าซ่งชิงหลัน เป็นน้องสาวที่สนิทกับท่านพี่ซีเหยียน” ว่าจบก็จับแขนของหลิงซีเหยียนเอาไว้ มองไปทางป๋ายเสี่ยวม่านอย่างเย็นชาแล้วพูดต่อ “โอ้ ใช่ แล้วข้าก็เป็นเจ้าของภัตตาคารอวิ๋นหลายนี้ด้วย”
ท่าทางประหลาดใจของป๋ายเสี่ยวม่านเปลี่ยนไปทันที
ซ่งชิงหลันไม่ได้สนใจสายตานาง หันไปพูดกับเหวยจือหล่างแทน “นายท่านเหวยและท่านพี่ซีเหยียนไม่ได้มาร่วมงานเปิดร้านของข้าในวันนั้น วันนี้ท่านทั้งสองได้มาที่นี่แล้ว ให้ข้าทำอาหารให้ท่านสักมื้อดีหรือไม่เจ้าคะ”
ซ่งชิงหลันไม่ได้เอ่ยปากพูดถึงป๋ายเสี่ยวม่านเลยแม้แต่น้อย ราวกับมองนางเป็นเพียงอากาศ เหวยจือหล่างเองก็ไม่ได้มีทีท่าจะปกป้องนางอีกด้วย ทำให้ป๋ายเสี่ยวม่านไม่พอใจอย่างมาก