ทะลุมิติมาเป็นคุณหนูใหญ่กลับต้องมาเลี้ยงน้องจนได้ดีแถมต้องเลี้ยงลูกอีกต่างหาก - บทที่ 155 บ้าไปแล้ว
- Home
- ทะลุมิติมาเป็นคุณหนูใหญ่กลับต้องมาเลี้ยงน้องจนได้ดีแถมต้องเลี้ยงลูกอีกต่างหาก
- บทที่ 155 บ้าไปแล้ว
บทที่ 155 บ้าไปแล้ว
ใบหน้าของเหวยจือหล่างยังคงนิ่งเฉย สงวนท่าทีสุขุมดังเช่นเคยจากนั้นก็ใช้โอกาสนี้พยักหน้าตามซ่งชิงหลัน แล้วรับคำอย่างเห็นด้วย “อย่างไรก็มาถึงร้านของแม่นางซ่งแล้ว เอาตามที่แม่นางเห็นว่าดีก็แล้วกัน”
ซ่งชิงหลันไม่เข้าใจความคิดของเหวยจือหล่างในครั้งแรก เพราะกลัวว่าเขาจะขาดสามัญสำนึกไม่ยอมให้ความร่วมมือในแผนการนี้เสียแล้ว
แต่เมื่อได้ยินคำตอบเช่นนั้น เจ้าของร้านสาวก็ถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอก
จากนั้นก็คลี่ยิ้มให้แขกแล้วเอ่ยเชิญ “ถ้าอย่างนั้นเชิญทางนี้เจ้าค่ะ”
ท่านผู้ว่าก้าวตามไปก่อน
ซ่งชิงหลันรีบจูงมือหลิงซีเหยียนไปด้วยกันเหลือเพียงป๋ายเสี่ยวม่านที่รั้งท้าย นางจึงได้แต่ขบเขี้ยวเคี้ยวฟันอยู่อย่างลับ ๆ และรู้สึกหงุดหงิดกับตนเอง เดิมทีตั้งใจจะข่มหลิงซีเหยียนแต่ไม่คาดคิดว่าจะกลายเป็นตนเองที่ถูกข่มเสียแล้วในตอนนี้
นางจ้องไปยังแผ่นหลังบางของแม่นางซ่งอย่างแค้นเคือง พร้อมกับสาปส่งอยู่ในใจ ‘เป็นเพียงเจ้าของร้านอาหารสูงส่งมาจากที่ใดกัน ท่าทางว่าจะใช้รูปร่างหน้าตาจับเศรษฐีสักคนถึงได้มายังจุดนี้ มีสิ่งใดน่าภูมิใจถึงเพียงนั้น’
ป๋ายเสี่ยวม่านเป็นสตรีที่มั่นใจในรูปร่างหน้าตาของตนเองเป็นอย่างยิ่ง แต่เมื่อได้พบกับซ่งชิงหลันในวันนี้ก็รู้สึกอิจฉาขึ้นมาอย่างอดไม่ได้
แต่ก็มีเพียงความขุ่นเคืองในใจเท่านั้นที่ทำได้ ท้ายที่สุดก็ต้องก้าวเท้าตามคนเหล่านั้นไปอย่างไม่อาจปฏิเสธ
ทั้งสี่นั่งลงที่โต๊ะอาหาร เหวยจือหล่างนั่งข้างหลิงซีเหยียน ป๋ายเสี่ยวม่านจึงรีบตรงเข้าไปนั่งขนาบอีกข้างของชายหนุ่ม ส่วนซ่งชิงหลันก็นั่งลงข้างหลิงซีเหยียน
หวงเสี่ยวโต้วพนักงานของร้านเข้ามารินชาให้แขกคนสำคัญพร้อมกับรายการอาหาร เพื่อให้ทุกคนได้เลือกรับประทาน
ด้านป๋ายเสี่ยวม่านจึงรีบถามโดยพลัน “เสี่ยวเออร์ ร้านนี้มีอาหารใดขึ้นชื่อบ้าง ช่วยแนะนำเราทีเถิด”
หวงเสี่ยวโต้วยิ้มอย่างสุภาพแล้วชำเลืองมองไปทางซ่งชิงหลัน เห็นว่าเจ้าของร้านอยู่ในอาการสงบนิ่งจึงได้เริ่มเอ่ย “แม่นาง ที่ร้านเรามีอาหารจานเด็ดมากมายขอรับ ทุกจานล้วนรสชาติยอดเยี่ยม ส่วนรายการที่แขกมักจะชอบสั่งก็คือ พิราบย่าง เป็ดแปดสมบัติ แล้วก็….”
“ดี เช่นนั้นเอามาทั้งสองจาน” ไม่ทันที่หวงเสี่ยวโต้วจะแนะนำจบ ป๋ายเสี่ยวม่านก็ขัดขึ้นมาอย่างทันควัน
จากนั้นก็มองไปทางเหวยจือหล่างด้วยรอยยิ้ม “นายท่าน ท่านทำงานหนักมากทุกวันต้องกินเนื้อให้เยอะขึ้น ข้าสั่งสองจานนี้ให้ท่านเป็นพิเศษ ท่านคิดอย่างไรเจ้าคะ แล้วอยากกินสิ่งใดเพิ่มอีกหรือไม่”
ว่าจบหญิงสาวก็มองเขาด้วยแววตาคาดหวัง
ความนัยที่แฝงอยู่ก็คือเมื่อนางสั่งให้เขาแล้วก็ต้องการจะให้เขาสั่งอาหารให้นางบ้าง
ซ่งชิงหลันเข้าใจถึงเจตนานี้ของป๋ายเสี่ยวม่านเป็นอย่างดี
เพราะฉะนั้น ก่อนที่เหวยจือหล่างจะได้ตอบออกไปนางก็ชิงพูดขึ้นมา “ข้าสั่งเอง ข้ารู้จักทุกรายการของร้านนี้อยู่แล้ว”
ว่าจบ ซ่งชิงหลันก็หันไปทางพนักงานแล้วเริ่มสั่งอาหาร “แกงเอาเป็นแกงตะพาบ จานหลักเอาเป็นหมูอบน้ำผึ้ง พุงปลาทอดราดน้ำจิ้ม เครื่องในผัดผักกาดดอง ปลาต้มผักกาดดองหม้อไฟ ติ่มซำเอาเป็นฮะเก๋ากับต้านส่าน*[1] อืม…เท่านี้แหละ”
เมื่อสั่งอาหารเรียบร้อย ซ่งชิงหลันก็หันไปทางท่านผู้ว่า “นายท่านเหวย เท่านี้พอหรือไม่เจ้าคะ”
ชายหนุ่มรับคำเสียงเบา “ดีเลย”
เนื่องจากเจ้าของร้านเป็นคนสั่งอาหารทั้งหมดเอง หวงเสี่ยวโต้วจึงไม่ได้เอ่ยสิ่งใด นอกจากรับคำแล้วรีบไปสั่งอาหารกับพ่อครัว
เมื่อฟางโย่วลี่มองไปทางรายการอาหารก็อดไม่ได้ที่จะขมวดคิ้วเล็กน้อย จากนั้นก็ถามขึ้นมา “เสี่ยวโต้ว เจ้าแน่ใจนะว่านี่คือรายการที่ชิงหลันสั่ง”
หวงเสี่ยวโต้วก็มีท่าทางงงงวยไม่ต่างกันแล้วกะพริบตาปริบ ๆ ก่อนจะย้ำอย่างมั่นใจ “ขอรับ ข้าฟังมาไม่ผิดและทวนซ้ำกับแม่นางซ่งแล้วด้วย”
“บ้าไปแล้วหรือ นางกำลังทำสิ่งใดอยู่” ฟางโย่วลี่พึมพำออกมาอย่างไม่เข้าใจ
ทั่วไปแล้วการสั่งอาหารควรจะเลือกที่มีความหลากหลาย ว่ากันตามตรง ไม่มีทางที่ซ่งชิงหลันจะไม่รู้เรื่องพื้นฐานเช่นนี้
แม้จะยังไม่เข้าใจ แต่พ่อครัวใหญ่ก็ทำอาหารตามรายการนั้น
พ่อครัวฟางรู้เพียงว่าซ่งชิงหลันช่างเป็นคนที่ยากจะเข้าใจเหลือเกิน
ไม่นานนัก เสี่ยวเออร์ก็เอาหารมาส่งให้ที่โต๊ะ
ป๋ายเสี่ยวม่านมองอาหารหลายจานบนโต๊ะก็อดไม่ได้ที่จะกลืนน้ำลาย แล้วเอ่ยขึ้น “โอ้ อาหารเหล่านี้หอมน่ากินมาก พิราบย่างจานนี้ต้องอร่อยมากแน่”
ระหว่างนั้น นางก็หักขานกพิราบส่งไปที่ชามของลูกพี่ลูกน้อง
เมื่อเห็นเช่นนั้น หลิงซีเหยียนก็ปรามขึ้นมาทันที “อย่าเลย สามีข้ากินนกพิราบไม่ได้”
นางยังจำได้ว่ามีครั้งหนึ่งที่ได้นกพิราบมา จึงได้ปรุงเป็นแกงนกพิราบให้สามีด้วยตัวเอง เหวยจือหล่างจึงมีความสุขมากกินแกงนั้นคนเดียวจนหมดหม้อ ทั้งน้ำแกงและเนื้อ
แต่หลังจากนั้นเพียงหนึ่งชั่วยาม ระหว่างที่กำลังจะเข้านอนร่างกายของท่านผู้ว่าก็เต็มไปด้วยผื่นแดง ริมฝีปากซีดขาวและมีอาการวิงเวียนจนทำให้หลิงซีเหยียนตกใจแทบแย่
ตั้งแต่วันนั้นที่คฤหาสน์จึงไม่ได้นำนกพิราบมาปรุงอาหารอีก
เมื่อได้ยินเช่นนั้น เหวยจือหล่างก็หันไปมองภรรยาด้วยแววตาแสนอ่อนโยนทันที
แต่ถึงกระนั้น หลิงซีเหยียนกลับหลบสายตาไม่ยอมมองหน้าสามี
ป๋ายเสี่ยวม่านเห็นเช่นนั้นก็รู้สึกรำคาญใจ จากนั้นนึกขึ้นมาได้ว่าแม่เฒ่าเหวยเคยบอกนางแล้วว่าเหวยจือหล่างกินนกพิราบไม่ได้ แต่เป็นนางที่กลับลืมเรื่องนี้ไปเสียเอง
ให้ตายเถิด ทั้งหมดเป็นเพราะหลิงซีเหยียนและตัวน่ารำคาญอย่างซ่งชิงหลันด้วย
สองคนนี้เข้ามาขัดขวางช่วงเวลาสร้างความสนิทสนมของนางกับลูกพี่ลูกน้องเสียสิ้น
ป๋ายเสี่ยวม่านยังไม่ยอมแพ้ มอบรอยยิ้มไร้เดียงสาให้ชายหนุ่มแล้วคีบท้องปลาทอดขึ้นมาจะส่งให้เหวยจือหล่างอีก
ครั้งนี้กลับเป็นเจ้าของชามข้าวเองที่ปฏิเสธออกมาด้วยเสียงเรียบ “ไม่จำเป็น ข้าคีบเองได้เจ้ารีบกินเสียเถิด อาหารเหล่านี้น่าจะเหมาะกับเจ้า”
เมื่อได้ยินดังนั้น ป๋ายเสี่ยวม่านก็ยิ้มกริ่มอย่างมีความสุขและเริ่มกินอาหาร
ทางด้านซ่งชิงหลันก็มองอย่างเงียบ ๆ โดยไม่ได้เอ่ยอันใดออกมา
หลิงซีเหยียนเห็นว่าน้องคนสนิทยิ้มที่มุมปาก ก็ได้แต่รู้สึกสงสัยอย่างไม่อาจถามออกมาตอนนี้ได้
มื้ออาหารจบลงในที่สุด ทั้งสามต่างกินอาหารไปไม่มากนักแต่ป๋ายเสี่ยวม่านกินอาหารมื้อนี้ไปมากที่สุด
เหวยจือหล่างจิบชาเพื่อความชุ่มคอ มองไปทางหลิงซีเหยียนแล้วเอ่ยถามเสียงเบาขึ้น “ภรรยา เจ้าจะกลับจวนเราเลยหรือไม่?”
“เจ้าค่ะ” หลิงซีเหยียนรับคำเสียงเบาแล้วพยักหน้า
ชายหนุ่มจึงรีบเสนอ “ถ้าเช่นนั้น นั่งรถม้ากลับไปพร้อมข้าเถิด”
เมื่อป๋ายเสี่ยวม่านได้ยินเช่นนั้นก็เกิดความกังวลและรีบเอ่ยถามทันที “พี่ชาย แล้วข้าเล่าเจ้าคะ”
เหวยจือหล่างสีหน้าเรียบนิ่งมองไปทางซ่งชิงหลัน “รบกวนแม่นางซ่งช่วยเรียกเกี้ยว ไปส่งลูกพี่ลูกน้องข้าที่จวนทีจะได้หรือไม่?”
“ไม่ใช่เรื่องใหญ่เลยเจ้าค่ะ ข้าจัดการให้เอง” เจ้าของร้านสาวรับคำแล้วเดินลงไปชั้นล่าง
ไม่ว่าจะรู้สึกโมโหเพียงใด แต่ป๋ายเสี่ยวม่านก็ต้องทำเป็นเต็มใจนั่งเกี้ยวนั่นกลับไป
ส่วนเหวยจือหล่างก็พาหลิงซีเหยียนขึ้นไปบนรถม้าด้วยกัน
ด้านชิงจูอาศัยจังหวะนี้เข้าไปถามซ่งชิงหลันอย่างสงสัยด้วยเสียงเบาทันที “แม่นางซ่ง อาหารพวกนั้นมันคืออันใดเจ้าคะ?”
ซ่งชิงหลันยิ้มอย่างทีเลศนัยแล้วเอ่ยตอบ “ก็แสดงให้เห็นถึงความโง่เขลาของนางอย่างไรเล่า”
*[1] ต้านส่าน ของว่างแบบจีน ทำจากแป้งผสมไข่นำมาทอดให้กรอบ ทิ้งให้เย็นแล้วราดด้วยน้ำตาลเคี่ยว