ทะลุมิติมาเป็นคุณหนูใหญ่กลับต้องมาเลี้ยงน้องจนได้ดีแถมต้องเลี้ยงลูกอีกต่างหาก - บทที่ 156 สตรีผู้มีความสามารถ
- Home
- ทะลุมิติมาเป็นคุณหนูใหญ่กลับต้องมาเลี้ยงน้องจนได้ดีแถมต้องเลี้ยงลูกอีกต่างหาก
- บทที่ 156 สตรีผู้มีความสามารถ
บทที่ 156 สตรีผู้มีความสามารถ
ภัตตาคารอวิ๋นหลายกำลังไปได้สวย และด้วยการจัดการภายในร้านโดยซ่งอวิ๋นเฟิงและหลิวกุ้ยเสียก็ทำให้ซ่งชิงหลันวางใจได้
วันนี้ซ่งชิงหลันใช้เวลาตลอดช่วงเช้ากับสองแฝด พวกเด็ก ๆ มีความสุขกันมากที่ได้เล่นกับมารดา
หลังจากที่เล่นกันจนเหนื่อยทารกน้อยทั้งสองก็ผล็อยหลับไป ซ่งชิงหลันคิดขึ้นได้ว่านางไม่ได้ไปที่ร้านเสื้อชิงเยว่มาพักหนึ่งแล้ว จึงวางแผนจะนำแบบเสื้อผ้าที่หลิงซีเหยียนช่วยให้คำแนะนำรวมทั้งแบบอื่น ๆ ที่เสร็จเรียบร้อยไปส่งที่นั่น นางจึงรีบตรงไปที่ร้านเสื้อชิงเยว่
ซ่งชิงหลันบังคับลาให้ลากเกวียนไปตามถนนเรื่อย ๆ
ก่อนจะเข้าไปด้านในร้านเสื้อชิงเยว่ก็เห็นว่ามีผู้คนจำนวนมากอยู่ที่หน้าร้าน ท่าทางคึกคัก
ทำให้เจ้าของร้านอย่างนางอดดีใจไม่ได้ที่ไว้ใจคนไม่ผิดในการให้ช่วยดูแลที่นี่
ซ่งชิงหลันไม่ได้เข้าไปด้านในด้วยประตูด้านข้างอย่างเคย แต่กลับใช้ประตูหน้าแทน
เมื่อกำลังจะไปถึงประตูร้านก็ได้ยินเสียงไม่พอใจดังมาจากด้านหลัง “โอ๊ย ชักช้าเหลือเกิน!”
ด้วยความใคร่รู้หญิงสาวจึงหันไปยังเกี้ยวหรูที่อยู่ด้านหลังตนเอง
ชายสี่คนกำลังหามเกี้ยวด้วยใบหน้าชื้นเหงื่อจากความเหน็ดเหนื่อย ราวกับว่าผ่านการเดินทางมาหลายที่
ในตอนนี้ชายคนหนึ่งที่อยู่ด้านหน้าจึงรีบตอบ “แม่นางป๋าย ใช่ว่าเราอยากจะเดินช้า แต่เพราะเกวียนด้านหน้าขวางอยู่ เราจึงเร่งตอนนี้ไม่ได้ขอรับ”
คนบนเกี้ยวกลับไม่เข้าใจและทำพูดเสียงโกรธเคือง “เพียงเกวียนยังฝ่าไปไม่ได้ พวกเจ้าก็ไร้ประโยชน์แล้ว เหอะ!”
ได้ยินเช่นนั้น ซ่งชิงหลันก็ลอบขมวดคิ้วขึ้น
สตรีบนเกี้ยวช่างน่ารำคาญเสียจริง ใช้คำพูดคำกับผู้อื่นย่ำแย่บ่งบอกอุปนิสัยได้ดี
แต่ไม่แน่ใจว่าเพราะเหตุใดจึงได้คุ้นเคยกับเจ้าของเสียงนั้นอย่างน่าประหลาด ราวกับเคยได้ยินมาจากที่ใดสักแห่ง…
ซ่งชิงหลันจอดเกวียนไว้ที่หน้าประตูร้าน
กระโดดลงจากเกวียน เกี้ยวนั่นก็หยุดเช่นกัน
มือเรียวเลิกม่านออกมา จากนั้นหญิงสาวร่างอวบดูไร้เดียงสาก็ก้าวลงมา
เมื่อเห็นว่านางเป็นผู้ใด ซ่งชิงหลันก็ใจเต้นรัว
ไม่น่าแปลกใจที่เสียงของนางช่างคุ้นเคยและน่ารำคาญอย่างน่าประหลาด เพราะว่านั่นคือป๋ายเสี่ยวม่าน สตรีจอมมารยาที่มารังแกหลิงซีเหยียน
ป๋ายเสี่ยวม่านเองก็เห็นว่าเป็นซ่งชิงหลันเช่นกัน
นางชะงักไปครู่หนึ่งเมื่อทราบว่านั่นคือเกวียนของซ่งชิงหลัน นางกระตุกมุมปากขึ้นเล็กน้อย
เริ่มพูดจาเย้ยหยัน “หึ ข้าก็หลงคิดว่าคงจะเป็นคนร่ำรวยเพราะได้เป็นถึงเจ้าของภัตตาคาร แต่ดูเหมือนว่ากิจการร้านอาหารของแม่นางซ่งจะไม่ได้ราบรื่นนัก จึงไม่มีปัญญาจ่ายค่ารถม้าเลยต้องขับเกวียนอยู่เช่นนี้ ฮ่าๆ”
ระหว่างที่พูดก็ปิดปากหัวเราะเสียงดังด้วยผ้าเช็ดหน้าอย่างดูเกินจริง
เมื่อไม่ได้อยู่ต่อหน้าเหวยจือหล่าง นางก็แสดงธาตุแท้ออกมาอย่างไม่คิดจะปิดบัง
ซ่งชิงหลันยังคงสงบนิ่ง ตอบกลับอย่างเย็นชา “เกวียนลาหรือรถม้าก็เป็นเพียงพาหนะ เหตุใดจะต้องใส่ใจกับของนอกกายเช่นนี้ด้วยเล่า”
ป๋ายเสี่ยวม่านเชิดหน้าขึ้นสูงพยักพเยิดไปทางซ่งชิงหลัน “พูดไปก็เท่านั้นคนบางคนไม่สมควรจะเสวนาด้วย พูดกับเจ้าแล้วเสียเวลา ข้าจะไปซื้อเสื้อผ้า”
เมื่อพูดถึงตรงนี้ป๋ายเสี่ยวม่านก็กะพริบตาปริบ ๆ แสร้งเป็นตกใจแล้วเอ่ยขึ้นอีก “โอ๊ะ เจ้าก็มาที่ร้านเสื้อชิงเยว่ด้วยหรือนี่ ท่าทางว่าสามีจะไม่มีปัญญาเตรียมรถม้าดี ๆ ให้ แม้จะแต่งตัวสวยอย่างไรก็ไร้ประโยชน์ หึ!”
ว่าจบป๋ายเสี่ยวม่านก็สะบัดหน้าเดินเข้าไปในร้านเสื้อชิงเยว่
ซ่งชิงหลันมองตามแผ่นหลังอีกฝ่ายไปอย่างเย็นชา
ดูเหมือนว่าอีกฝ่ายจะเข้าใจว่านางเป็นคนเช่นเดียวกันที่อาศัยเกาะสามีรวย ๆ เพื่อขยับฐานะให้สูงขึ้น
นางช่างเป็นสตรีที่แสนจะตื้นเขินทางความคิด
ทันทีที่เข้าไปในร้านก็พบว่าป๋ายเสี่ยวม่านกำลังยืนอยู่ที่หน้าตู้ เมื่อเห็นซ่งชิงหลันเดินตามเข้ามา นางก็พลันปรากฏรอยยิ้มพอใจ
ราวกับว่ากำลังรออยู่
ไม่นานหลังจากนั้นป๋ายเสี่ยวมาก็จงใจพูดกับเหอไห่หลิงด้วยเสียงดัง “ผู้ดูแลท่าทางว่าร้านเสื้อชิงเยว่ของเจ้าจะย่ำแย่หรือไม่ ผู้ใดก็สามารถเข้ามาเป็นลูกค้าที่ร้านได้อย่างนั้นหรือ น่าจะต้องแยกชั้นเสียบ้าง บางคนถึงจะดูดีที่ภายนอกแต่อาจจะไม่ได้มีเงินมากก็เป็นได้”
ป๋ายเสี่ยวม่านรู้ว่าซ่งชิงหลันสนิทกับหลิงซีเหยียน จึงได้มองนางเป็นศัตรูไปทันที
เมื่อได้พูดกระทบอีกฝ่ายออกไป จึงรู้สึกพอใจไม่น้อย
ในทางกลับกัน เหอไห่หลิงที่ได้ฟังก็ไม่เข้าใจว่านางกำลังมีปัญหาเรื่องใดอยู่
ในตอนนั้นเองที่นายหญิงหวังเดินเข้ามาในร้าน
เมื่อนางได้พบซ่งชิงหลันก็มีสีหน้าดีใจขึ้นมาทันที นางเอ่ยทักทายอย่างมีความสุข “แม่นางซ่ง ช่วงนี้ไม่เจอเจ้าที่ร้านเสื้อเลย”
“นายหญิงหวัง…”
ซ่งชิงหลันขยับเดินเข้ามายืนข้างป๋ายเสี่ยวม่าน แล้วเอ่ยตอบนายหญิงหวัง “ช่วยไม่ได้จริง ๆ เจ้าค่ะ ตอนนี้ที่ภัตตาคารอวิ๋นหลายกำลังยุ่ง มีหลายเรื่องให้จัดการจึงแทบไม่มีเวลามาดูแลที่นี่เลย”
นายหญิงหัวเราะชอบใจ มองซ่งชิงหลันอย่างชื่นชม “จริงสิ ต้องชมเจ้าจริง ๆ แม่นางซ่งที่ประสบความสำเร็จตั้งแต่ยังอายุเพียงนี้ มีทั้งร้านอาหารเช้า ร้านเสื้อผ้า ไหนจะภัตตาคารอีก แม้แต่บุรุษยังเทียบเจ้าไม่ติดเลย”
ซ่งชิงหลันโบกมืออย่างสุภาพ “ไม่ถึงขนาดนั้นเจ้าค่ะ”
ป๋ายเสี่ยวม่านที่ได้ฟังบทสนทนานั้นก็เริ่มอยู่ไม่สุข
นางมองไปทางซ่งชิงหลันแล้วเอ่ยขึ้น “เจ้า…เจ้าคือ เจ้าของร้านเสื้อชิงเยว่อย่างนั้นหรือ?”
ถึงคราวที่นายหญิงหวังจะเป็นฝ่ายประหลาดใจขึ้นมา มองไปทางป๋ายเสี่ยวม่านแล้วถามขึ้น “สาวน้อย เจ้าไม่รู้หรือว่าเสื้อผ้าในร้านเสื้อชิงเยว่ที่สวยงามเหล่านี้ออกแบบโดยแม่นางซ่ง นางเป็นสตรีที่มีความสามารถอย่างยิ่ง”
“เป็นไปได้อย่างไรกัน?” ป๋ายเสี่ยวม่านตกตะลึง
ไม่สามารถรับความจริงได้
เพราะนางชอบเสื้อผ้าของร้านเสื้อชิงเยว่มาก ทั้งสวยงามและแตกต่างจากที่อื่น ๆ ทั้งยังเคยได้ยินว่ามีเจ้าของร้านอยู่เบื้องหลังที่คอยดูแล และเป็นคนออกแบบเสื้อผ้าเหล่านี้
ป๋ายเสี่ยวม่านก็กำลังหาโอกาสที่จะไปทำความรู้จักกับเจ้าของร้านผู้นั้นอยู่ แต่กลับไม่คาดคิดว่าจะเป็นซ่งชิงหลันผู้นี้
นั่นคือปฏิกิริยาที่เจ้าของร้านสาวคาดการณ์เอาไว้แล้ว
เมื่อเห็นสีหน้าซีดเผือดด้วยความตกใจนางก็รู้สึกพอใจอย่างยิ่ง
ซ่งชิงหลันมองไปทางนายหญิงหวังแล้วตอบเรื่อย ๆ “แม่นางป๋ายเป็นเพียงสมาชิกขั้นต้นของร้านเสื้อชิงเยว่ มีเพียงท่านที่เป็นสมาชิกระดับสูงเท่านั้นที่ได้เจอข้าเจ้าค่ะ ดังนั้นก็ไม่แปลกที่นางจะไม่ทราบเรื่องนี้”