ทะลุมิติมาเป็นคุณหนูใหญ่กลับต้องมาเลี้ยงน้องจนได้ดีแถมต้องเลี้ยงลูกอีกต่างหาก - บทที่ 158 น่ารำคาญเสียจริง
- Home
- ทะลุมิติมาเป็นคุณหนูใหญ่กลับต้องมาเลี้ยงน้องจนได้ดีแถมต้องเลี้ยงลูกอีกต่างหาก
- บทที่ 158 น่ารำคาญเสียจริง
บทที่ 158 น่ารำคาญเสียจริง
สิบตำลึงเชียวหรือ!
ทุกคนที่เข้าร่วมต่างพากันตกตะลึง
แม้ว่าเสื้อผ้าของร้านเสื้อชิงเยว่จะไม่ใช่ราคาน้อย ๆ แต่ตั้งแต่เปิดมาก็ไม่เคยขายเสื้อผ้าราคามากเพียงนี้มาก่อน
เช่นนี้ก็ยิ่งกว่าชัดเจนแล้วว่านายหญิงหวังตั้งใจท้าทายป๋ายเสี่ยวม่าน
แม้แต่เหวยหมิ่นจือและเหอไห่หลิงที่ยืนฟังอยู่ก็ยังมีสีหน้าไม่อยากจะเชื่อ
ในตอนนี้ บรรดาช่างเย็บปักของร้านเสื้อชิงเยว่ เมื่อได้ยินว่าจะมีการประมูลชุดใหม่ล่าสุดเกิดขึ้น พวกนางก็อดไม่ได้ที่จะมาแอบดูด้วยความตื่นเต้น
ด้านหลี่ซิ่วซิ่วดึงแขนของเหวยหมิ่นจือและเหอไห่หลิงเบา ๆ แล้วกระซิบถาม “ท่านป้าทั้งสอง เกิดอันใดขึ้นเจ้าคะ?”
เหวยหมิ่นจือขยับเข้าใกล้หลี่ซิ่วซิ่วแล้วตอบเสียงเบา “นายหญิงหวังจ่ายสิบตำลึงเพื่อซื้อชุดที่หลันหลันเพิ่งจะเอามาส่งวันนี้น่ะสิ”
“อย่างไรนะเจ้าคะ… สิบ…สิบตำลึงหรือเจ้าคะ?” สาวน้อยอ้าปากค้างด้วยความตกใจ อดไม่ได้ที่จะถามอย่างตื่นเต้น “สวรรค์ เสื้อผ้าครั้งนี้สวยงามเพียงใดกัน ข้าอยากจะเห็นเสียจริง”
ระหว่างที่ว่าอย่างนั้นหลี่ซิ่วซิ่วก็ชะเง้อคอไปมองกระดาษแบบชุดในมือของเจ้าของร้านสาว
เหอไห่หลิงยิ้มอย่างแฝงความนัยแล้วเริ่มอธิบาย “ซิ่วซิ่ว เรื่องบางเรื่องก็ไม่ควรมองเพียงผิวเผิน เงินสิบตำลึงนั่นหาใช่ค่าเสื้อผ้าที่งดงามเลิศหรูไม่ เจ้าต้องรอดูว่าความจริงแล้วพวกนางจ่ายเพื่อสิ่งใดกัน”
พูดจบเหอไห่หลิงก็พยักพเยิดหน้าไปทางป๋ายเสี่ยวม่าน
ซ่งชิงหลันมองสถานการณ์โกลาหลตรงหน้าด้วยอาการสงบนิ่ง เม้มปากเก็บรอยยิ้มเบา ๆ แล้วพูดขึ้น “มีผู้ใดให้มากกว่าสิบตำลึงหรือไม่เจ้าคะ…”
นายหญิงหวังเห็นท่าทางกระวนกระวายและยุ่งเหยิงของป๋ายเสี่ยวม่านก็อดไม่ได้ที่จะหัวเราะออกมา แล้วพูดติดตลก “อันใดกันแม่นางป๋าย เจ้าไม่ชอบชุดนี้แล้วอย่างนั้นหรือ?”
“ผู้ใดว่าเล่า” ป๋ายเสี่ยวม่านทั้งเจ็บใจและเสียหน้า จึงรีบตะโกนบอกซ่งชิงหลันทันที “สิบเอ็ดตำลึง”
นายหญิงหวังรีบเพิ่มราคา “สิบสองตำลึง”
ในเวลานี้บรรดาสตรีชั้นสูงรอบ ๆ ต่างมองไปทางคู่แข่งทั้งสองด้วยความตื่นเต้น
ท่ามกลางฝูงชนมีผู้ใดบางคนเพิ่มราคาขึ้นอีก “ข้าให้สิบห้าตำลึง”
“สิบหกตำลึง!”
“ข้าสิบแปดตำลึง”
“ยี่สิบตำลึง!”
…
เมื่อราคาเพิ่มสูงขึ้นเรื่อย ๆ นายหญิงหวังก็ตะโกนอีกครั้ง “สามสิบตำลึง”
ในตอนนั้นเองที่ทั้งหมดตกอยู่ในความเงียบ
สีหน้าของป๋ายเสี่ยวม่านบิดเบี้ยว นางรู้อย่างชัดเจนแล้วว่าราคาของมันเริ่มแพงเกินไปเสียแล้ว
แต่ตลอดมานางไม่เคยยอมแพ้ไม่ว่าจะเป็นสิ่งใดก็ตาม นางต้องเอาสิ่งที่ต้องการมาให้ได้!
และในช่วงเวลานี้ก็ไม่มีข้อยกเว้น นางจะไม่ยอมแพ้เด็ดขาด
หญิงสาวจึงเสนอราคาเพิ่มอีก “สามสิบห้าตำลึง”
นายหญิงหวังก็ไม่ลดละที่จะแข่งขัน “สี่สิบตำลึง”
ในขณะนี้ไม่มีผู้ใดสู้ราคาที่พวกนางเสนอมาอีกแล้ว ทุกคนเพียงเฝ้าดูว่าระหว่างทั้งคู่จะเป็นผู้ใดกันที่ได้รับชัยชนะในครั้งนี้
ป๋ายเสี่ยวม่านกัดฟัน ในที่สุดก็ยื่นห้านิ้วออกมา “ห้า! สิบ! ตำลึง!”
“สวรรค์! ห้าสิบตำลึงเชียวหรือ” หลี่ซิ่วซิ่วดึงเหวยหมิ่นจือเข้ามาด้วยความตกใจ “ท่านป้า นี่ข้าหูฝาดไปหรือไม่เจ้าคะ?”
เหวยหมิ่นจือมีสีหน้าตกใจไม่แพ้กัน “เจ้าได้ยินไม่ผิด ข้าก็ได้ยินเช่นกัน”
นายหญิงหวังหรี่ตาลงเล็กน้อย จากนั้นก็มองไปทางป๋ายเสี่ยวม่าน “เงินถึงห้าสิบตำลึง แม่นางป๋ายเจ้าเต็มใจจะจ่ายเงินขนาดนั้นจริง ๆ ก็แสดงว่าคงจะชอบชุดนั่นมาก อย่างนั้นข้ามอบให้เจ้าก็แล้วกัน”
ป๋ายเสี่ยวม่านยกยิ้ม ดวงตาเต็มไปด้วยความอิ่มเอมใจ “ตามที่เขาว่าความสุขมักมีราคา สำหรับข้าห้าสิบตำลึงคุ้มค่ามากสำหรับความสุขที่จะได้รับ และอีกอย่างท่านไม่ได้เป็นคนมอบมันให้ข้า แต่เป็นข้าที่หาซื้อมันมาด้วยกำลังของตัวเอง”
“มีผู้ใดให้มากกว่าห้าสิบตำลึงหรือไม่เจ้าคะ” ซ่งชิงหลันถามขึ้น
ไม่มีเสียงใดตอบรับกลับมา
นางจึงหยิบไม้ขึ้นมาตีฆ้องอีกครั้ง แล้วสรุปผลการประมูล “ปิดการประมูล ชุดตามแบบนี้เป็นของแม่นางป๋าย”
จากนั้นซ่งชิงหลันก็หันไปยิ้มให้ผู้ชนะการประมูล “ต้องขอแสดงความยินดีด้วยนะเจ้าคะแม่นางป๋าย”
หลังจากการประมูลสิ้นสุดลง แขกที่มาดูความตื่นเต้นก็ค่อย ๆ ทยอยลุกขึ้น แยกย้ายกันไป
ท่าทางตื่นเต้นของพวกนางไม่ลดลงเลย ระหว่างที่เดินออกไปจากร้านเสื้อชิงเยว่ และแน่นอนว่าอีกไม่นานทั้งเมืองหลวงก็คงจะพูดเรื่องนี้กันหมด
เมื่อทุกคนออกไปเกือบจะหมดแล้ว เหอไห่หลิงก็ก้าวเข้าไปพูดกับป๋ายเสี่ยวม่าน “แม่นางป๋าย เชิญมาจัดการเรื่องค่าใช้จ่ายทางนี้เลยเจ้าค่ะ”
ป๋ายเสี่ยวม่านเดินตามเหอไห่หลิงไปแล้วขมวดคิ้วเล็กน้อย เพราะมีบางอย่างที่ไม่สามารถพูดออกมาได้
แต่มีหรือที่ผู้ดูแลร้านผู้ชำนาญเรื่องการดูแลลูกค้าอย่างเหอไห่หลิงจะไม่ทันสังเกต นางจึงได้ถามขึ้น “แม่นางป๋าย เนื่องจากตอนนี้ชุดที่ท่านประมูลได้ยังไม่ได้ตัดเย็บ ดังนั้นทางร้านจะให้แม่นางวางเงินไว้สิบตำลึงเป็นเงินมัดจำ ส่วนที่เหลือจะค่อยเก็บเพิ่มหลังจากที่ชุดเรียบร้อยแล้วเจ้าค่ะ”
ป๋ายเสี่ยวม่านถอนหายใจอย่างโล่งอก
วันนี้นางซื้อข้าวของไปตั้งมากไม่มีเงินติดตัวถึงห้าสิบตำลึง แต่เพราะตอนนั้นมุ่งแต่จะเอาชนะจนลืมเรื่องเงินไปชั่วขณะ
“ได้ นี่คือเงินมัดจำสิบตำลึง” หญิงสาววางเงินสิบตำลึงสุดท้ายที่มีอยู่ลงต่อหน้าเหอไห่หลิง แล้วพูดอย่างเย่อหยิ่ง “สี่สิบตำลึงที่เหลือ วันพรุ่งข้าจะให้คนนำมาให้ที่ร้านก็แล้วกัน”
ในตอนนั้นเองที่ซ่งชิงหลันเดินออกมาพร้อมนายหญิงหวัง
ป๋ายเสี่ยวม่านมองทั้งสองแล้วยกยิ้มอย่างมีชัยและพูดขึ้นมา “ข้ากลับก่อน อย่าลืมส่งเสื้อผ้าที่ประมูลได้ไปที่จวนท่านผู้ว่าด้วย”
หลังว่าจบ นางก็หันหลังเดินจากไป
เมื่อป๋ายเสี่ยวม่านออกไปแล้ว ซ่งชิงหลันและนายหญิงหวังก็มองหน้ากันแล้วส่ายหน้ายิ้มอย่างช่วยไม่ได้
เจ้าของร้านสาวจับมือนายหญิงหวังแล้วรีบเอ่ยขึ้น “วันนี้ต้องขอบคุณนายหญิงมากจริง ๆ เจ้าค่ะ หากไม่มีท่าน ข้าคงไม่มีทางหาเงินได้ถึงห้าสิบตำลึงเช่นนี้”
ผู้อาวุโสยิ้มตอบ “ไม่ใช่เรื่องใหญ่ แม่นางป๋ายคนนั้นน่ารำคาญเสียจริง นางคงคิดว่าตัวเองชนะแต่ความจริงเป็นเราต่างหากเล่า ฮ่า ๆ”
หลังจากนั้น ซ่งชิงหลันก็โน้มตัวเข้าไปกระซิบกับนายหญิงหวัง “เพื่อเป็นการตอบแทนคำขอบคุณ ข้าจะลดราคาสินค้าให้ท่าน หนึ่งในสิบส่วนสำหรับราคาเสื้อผ้าวันนี้เจ้าค่ะ”
นายหญิงหวังหัวเราะออกมา “ดี ๆ อย่างนั้นข้าต้องซื้อเพิ่มอีกให้คุ้มดีหรือไม่?”
ซ่งชิงหลันพยักหน้าแล้วโบกมือให้เด็กหนุ่มข้างกาย “เสี่ยวหลาน เจ้าพานายหญิงไปเลือกดูสินค้าเร็วเข้า”
หลังจากลูกค้าคนสำคัญเดินแยกไป เหวยหมิ่นจือและเหอไห่หลิงก็รีบเข้ามาถามบ้าง “หลันหลัน เรื่องวันนี้มันเป็นมาอย่างไรกันแน่”
ซ่งชิงหลันหรี่ตาลงแล้วทุกคนก็ได้เห็นประกายเจ้าเล่ห์ในดวงตาของนาง “นางไม่ได้ทำให้ข้าขุ่นเคืองอันใด แต่นางมารังแกท่านพี่ซีเหยียน”
จากนั้นซ่งชิงหลันก็เล่าวีรกรรมของป๋ายเสี่ยวม่านให้ทุกคนได้รับรู้
จากนั้นก็เป็นเหอไห่หลิงที่พยักหน้าตามอย่างครุ่นคิด แล้วพูดขึ้น “ไม่น่าแปลกใจที่แม่นางป๋ายดูหยิ่งผยองถึงเพียงนั้น ข้าคิดว่านางดูเป็นเช่นนั้นเพราะเป็นถึงลูกพี่ลูกน้องของท่านผู้ว่า แต่ปรากฏว่ามันยิ่งกว่านั้นเสียอีก”
เหวยหมิ่นจือแสดงสีหน้าลำบากใจ “การที่นางอาศัยอยู่ที่จวนท่านผู้ว่าอีกคนก็มีแต่จะทำให้ท่านหญิงทรมานใจ”
ซ่งชิงหลันสีหน้ามืดมนแล้วพูดเสียงต่ำ “ไม่ต้องห่วงเจ้าค่ะ ข้าไม่ยอมให้นางได้ในสิ่งที่ปรารถนาแน่”