ทะลุมิติมาเป็นคุณหนูใหญ่กลับต้องมาเลี้ยงน้องจนได้ดีแถมต้องเลี้ยงลูกอีกต่างหาก - บทที่ 16 ท่านอาเล็กต้องการหย่ากับภรรยา (รีไรท์)
- Home
- ทะลุมิติมาเป็นคุณหนูใหญ่กลับต้องมาเลี้ยงน้องจนได้ดีแถมต้องเลี้ยงลูกอีกต่างหาก
- บทที่ 16 ท่านอาเล็กต้องการหย่ากับภรรยา (รีไรท์)
บทที่ 16 ท่านอาเล็กต้องการหย่ากับภรรยา (รีไรท์)
นัยน์ตาของซ่งอวิ๋นเฟิงพลันแดงก่ำเมื่อเอ่ยถึงเรื่องนี้ เขาตำหนิตัวเองที่ไร้ความสามารถ ทั้งในฐานะลูกและอา
ปล่อยให้ท่านแม่รวมถึงหลาน ๆ ของตนต้องทนหิวโหยและหนาวเหน็บ เขาละอายใจทุกครั้งที่นึกถึงเรื่องนี้
หากแต่ในสายตาของหลิวกุ้ยเสีย ซ่งอวิ๋นเฟิงนั้นเป็นคนไร้ความสามารถมาโดยตลอด
ตอนนี้นางกลับถูกเขาผลัก เส้นความอดทนจึงขาดผึง ส่งเสียงกรีดร้องพร้อมลุกขึ้นทันที “ไอ้สารเลว เจ้ากล้าดีอย่างไรมาผลักข้า ฮือ…ข้าอยู่ไม่ได้แล้ว ฮือ…อยู่ไม่ได้แล้ว…”
เสียงของนางดังจนท่านย่าและซ่งชิงหลันได้ยิน
ท่านย่าซ่งพลันถอนหายใจ “เฮ้อ ครอบครัวอาเล็กเจ้า เหตุใดถึงสร้างเรื่องสร้างราวอีกแล้ว?”
“ท่านย่าเจ้าคะ ข้างนอกอากาศหนาวเย็นนัก ท่านย่าเข้าไปในบ้านเถิด ส่วนข้าจะไปดูที่บ้านอาเล็กเจ้าค่ะ”
หลังเอ่ยจบ ซ่งชิงหลานจึงตรงไปยังบ้านของซ่งอวิ๋นเฟิง
เหตุใดท่านอาสะใภ้ของนางถึงสร้างปัญหาอีกแล้ว เมื่อครู่นางได้ยินเรื่องราวทั้งหมดแล้ว
ดังนั้นนางจึงไม่อ้อมค้อม อย่างไรเสียนางก็ยังมีหลายสิ่งหลายอย่างที่ต้องทำ
จึงเอ่ยออกไปตามตรงทันที “ท่านอาสะใภ้สงสัยว่าท่านอาเล็กเป็นคนให้เงินพวกเราหรือเจ้าคะ?”
เมื่อหลิวกุ้ยเสียได้ยินเสียงนั้น นางก็ปรบมือพร้อมกระทืบเท้า และเอ่ย “ดูสิ ดูสิ สตรีน่ารังเกียจนางนี้ยอมรับแล้ว”
“หึ!” ซ่งชิงหลันเย้ยหยัน “เหตุใดข้าต้องยอมรับในเรื่องไม่จริงด้วยเล่าเจ้าคะ ข้าเพียงเอ่ยถามท่านอาสะใภ้เพื่อให้แน่ใจเท่านั้น”
“เรื่องไม่จริงอย่างนั้นหรือ เช่นนั้นเจ้าบอกมาสิว่ามื้อกลางวันของพวกเจ้าเป็นน้ำแกงกระดูกหมูใช่หรือไม่? แล้วเจ้าเอาเงินจากที่ใดมาซื้อของพวกนั้น?”
หากไม่พูดกันให้รู้เรื่องในคืนนี้ นางย่อมไม่อาจทนกับตระกูลซ่งได้อีก
ก่อนที่ซ่งชิงหลันจะเอ่ยอะไร ซ่งอวิ๋นเฟิงไม่อาจทนเห็นเช่นนั้นได้
“พวกเขาจะกินหรือซื้อสิ่งใดเกี่ยวอันใดกับเจ้า? เป็นเจ้าไม่ใช่หรือที่เป็นคนคิดเรื่องแยกบ้านตั้งแต่แรก ให้ท่านแม่ของข้าไปอยู่กับครอบครัวของพี่ใหญ่ เราสองครอบครัวไม่เกี่ยวข้องกัน เหตุใดตอนนี้เจ้าถึงมาโวยวายเล่า?”
“ไม่เป็นไรเจ้าค่ะท่านอาเล็ก” ซ่งชิงหลันกล่าว “ในเมื่อท่านอาสะใภ้อยากรู้ ข้าก็จะบอกให้ ไม่มีอันใดต้องปิดบัง ข้าได้ยืมเงินจากบ้านของท่านลุง ญาติฝั่งแม่มาเมื่อสองสามวันก่อน แล้วใช้เงินที่ยืมนั้นมาเปิดร้านอาหารเช้าตรงแถวประตูเมือง แล้ววันนี้ก็เป็นวันเปิดร้านวันแรก ซึ่งกิจการของข้าก็ไปได้ไม่เลว ข้าจึงซื้อกระดูกหมูมาสองชิ้นเพื่อนำมาบำรุงร่างกายของท่านย่าและพวกน้องชาย มีอันใดไม่เหมาะสมหรือเจ้าคะ?”
ท่านอาสะใภ้ผู้น่ารังเกียจนี่ต้องได้กลิ่นเนื้อจากมื้อกลางวันเป็นแน่ นั่นเป็นสาเหตุว่าทำไมนางจึงคิดว่าท่านอาเล็กเป็นคนนำเงินมาให้ครอบครัวของซ่งชิงหลัน จนทำให้เป็นเรื่องราวใหญ่โตอยู่ในตอนนี้
“ว้าว! พี่ชิงหลัน ท่านทำกิจการเป็นด้วยหรือขอรับ?”
ซ่งชิงหยวนกล่าวด้วยใบหน้าชื่นชม เขาใช้เวลาทั้งวันไปกับการเล่นแบบเด็ก ๆ
ความฝันที่ยิ่งใหญ่ที่สุดคือการสามารถมีกิจการเล็ก ๆ ที่สามารถทำให้เขากินดื่มได้อย่างสบายไร้กังวล
ซ่งชิงหลันรู้ว่าแม้อาสะใภ้ของนางเห็นแก่ตัวและไม่มีเหตุผล แต่ลูกพี่ลูกน้องทั้งสองของนางต่างมีจิตใจดี
นางจึงยกยิ้ม “หากเจ้าไปเล่นแถวประตูเมือง ข้าจะเลี้ยงมื้อเช้าเจ้าเอง”
“ดีเลยขอรับ!”
ทางด้านซ่งชิงหลิน ลูกชายคนสุดท้องของซ่งอวิ๋นเฟิงพลันกระโดดโลดเต้นพร้อมเอ่ย “ข้าไปด้วย ข้าไปด้วย!”
หลิวกุ้ยเสียจ้องเขม็ง “หุบปาก! ผู้ใดกล้าไป ข้าจะหักขาเสีย!”
ฮึ!
เด็กนี่เรียนการทำกิจการมาจากผู้ใดหรือ?
คอยดูเถิด อีกไม่เกินสามวันคงขาดทุนจนไม่เหลืออะไร
ซ่งชิงหลันเองไม่ได้ต้องการโต้เถียงกับนางมากนัก “ในเมื่อพูดคุยกันเข้าใจแล้ว ข้าคงต้องขอตัวก่อนนะเจ้าคะ”
“ดี ๆ มืดแล้วหลานสาว เจ้ากลับบ้านดี ๆ ล่ะ”
ซ่งอวิ๋นเฟิงเกรงว่าภรรยาของเขาจะคลั่งขึ้นมาจนทำร้ายหลานสาว เขาจึงหวังว่านางจะกลับไปโดยเร็ว
เมื่อกลับถึงบ้าน ซ่งชิงหลันเอ่ยกับท่านย่าเพียงสั้น ๆ “ในอนาคต พวกเราพยายามไม่ยุ่งเกี่ยวกับครอบครัวของท่านอาเล็กกันเถิดเจ้าค่ะ เพื่อครอบครัวของเราทั้งคู่จะได้อยู่อย่างสงบสุข”
“อืม ย่ารู้แล้ว”
ด้วยเพราะท่านย่ากังวลว่าซ่งชิงหลันจะต้องตื่นกลางดึกเพื่อไปเปิดร้านอาหารแต่เช้า ดังนั้นนางจึงให้เฉินเฉินและเยว่เยว่นอนกับนาง
เนื่องจากตอนนี้ร่างกายของนางดีขึ้นไม่น้อย