ทะลุมิติมาเป็นคุณหนูใหญ่กลับต้องมาเลี้ยงน้องจนได้ดีแถมต้องเลี้ยงลูกอีกต่างหาก - บทที่ 17 เจี่ยงชุ่ยเหลียนมาเพื่อสร้างปัญหา (รีไรท์)
- Home
- ทะลุมิติมาเป็นคุณหนูใหญ่กลับต้องมาเลี้ยงน้องจนได้ดีแถมต้องเลี้ยงลูกอีกต่างหาก
- บทที่ 17 เจี่ยงชุ่ยเหลียนมาเพื่อสร้างปัญหา (รีไรท์)
บทที่ 17 เจี่ยงชุ่ยเหลียนมาเพื่อสร้างปัญหา (รีไรท์)
วันต่อมา
ทันทีที่เสียงบอกยามห้าดังขึ้น ซ่งชิงหลันก็ลุกขึ้นทันที
คนโบราณนั้นนอนแต่หัวค่ำ สำหรับนางนอนเพียงเจ็ดชั่วโมงก็เพียงพอแล้ว
จากนั้นไม่นาน นางกับน้องชายทั้งสามก็พากันไปที่ร้าน โดยเริ่มจากการทำความสะอาด ทั้งหม้อและเตาต่างถูกขัดด้วยแปรง
ทันทีที่ประตูเปิดออก ผู้คนต่างหลั่งไหลเข้ามา
“เมื่อวานข้าซื้อเจียนปิ่งกั่วจือจากที่นี่ไป หากแต่เมื่อกลับถึงบ้านนั้นมันกลับเหลือเพียงคำเดียว ภรรยาของข้าก็ยืนกรานที่จะชิมมันให้ได้ ทันทีที่นางได้ลิ้มรสก็ตกหลุมรักโดยพลัน นางเลยเตะข้าออกจากเตียงเพื่อให้มาซื้อเจียนปิ่งให้นางก่อนรุ่งสาง… แม่นางซ่ง เอาให้ข้าสี่ชิ้น วันนี้ข้าจะกินให้หมด!”
“ได้เลยพี่ชาย ท่านโปรดรอประเดี๋ยว”
หน้าที่นั้นเป็นไปตามเดิม ซ่งชิงเป่ยคอยเติมไฟ ซ่งชิงซีคอยเก็บเงิน
ซ่งชิงหลันเป็นคนทำเจียนปิ่ง พร้อมกับสอนซ่งชิงตงไปด้วย
อันที่จริง นี่ไม่ได้เป็นเรื่องยากที่จะเรียกรู้ ตราบใดที่มีซอสสูตรลับเฉพาะของนาง ซ่งชิงตงก็สามารถทำอย่างชำนาญได้ภายในสามถึงห้าวัน
กิจการในเช้าวันนี้เป็นไปได้ดีเสียยิ่งกว่าเมื่อวาน คนที่สัญจรไปมามีทั้งคนรู้จักและไม่รู้จักอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยงได้
หนึ่งในนั้นคือสตรีรูปร่างท้วมซึ่งเพิ่งกลับมาจากนอกเมือง นางที่เห็นก็จำซ่งชิงหลันได้โดยพลัน
“นี่ไม่ใช่ลูกสะใภ้ของตระกูลไป๋ที่หย่าร้างกันหรอกหรือ เหตุใดเจ้าถึงมาขายอาหารเช้าอยู่ที่นี่เล่า?”
ซ่งชิงหลันเงยหน้าขึ้นมองพร้อมรอยยิ้ม “ท่านป้าพั่งเองหรอกหรือ จะไปซื้อของเข้าร้านหรือเจ้าคะ ร้านอาหารเช้าของข้าเพิ่งเปิดเมื่อวานนี้เอง แล้วยามนี้ก็มีลูกค้ามากนัก ข้ายังไม่มีเวลาคุยกับท่านป้าเลย เชิญท่านป้านั่งรอในร้านก่อนนะเจ้าคะ หากลูกค้าน้อยลงแล้วข้าจะเลี้ยงมื้อเช้าท่านป้าเองเจ้าค่ะ”
ผู้หญิงคนนี้ชื่อพั่งเอ๋อร์ เป็นเพื่อนบ้านแถวตรอกหย่งเหอที่ชอบนินทาคนอื่นเป็นที่สุด
ในอดีต ป้าพั่งเองก็กล่าวว่าซ่งชิงหลันไว้ไม่น้อย ดังนั้น ในครานี้นางจึงเลือกจะคุยกับนางสักสองสามคำอย่างผิวเผินเท่านั้น
ด้วยรู้ว่าพั่งเอ๋อร์เป็นเจ้าของร้านขายผ้า นางเองย่อมต้องรีบไปทำธุระ ไม่มีทางที่จะมีเวลามานั่งรอทานข้าวเช้าที่นี่เป็นแน่
แต่ซ่งชิงหลันประเมินพั่งเอ๋อร์ต่ำไป…
“ดูสิ ข้ายังต้องไปเปิดร้านขายผ้าอีก นี่ชิงหลัน เจ้าพอจะทำให้ป้าก่อนได้หรือไม่?”
ด้วยนางรักในการกิน อีกทั้งของสิ่งนี้ก็ส่งกลิ่นหอมจนนางต้องรีบพุ่งเข้ามา
ใครกันจะคิดว่าคนขายอาหารเช้าจะเป็นลูกสะใภ้ผู้ไร้ความสามารถของตระกูลไป๋อย่างซ่งชิงหลัน หรือนี่คือเมตตาจากสวรรค์ ด้วยรู้ว่านางนั้นทำงานอย่างหนัก จึงเมตตามอบมื้อเช้ากับนางแบบไม่เสียสักเหรียญ
ซ่งชิงหลันยังคงยิ้มอย่างอ่อนโยน “ท่านป้าพั่ง ข้าคงทำให้ท่านก่อนมิได้เจ้าค่ะ ดูด้านหลังสิเจ้าคะ มีลูกค้ารออยู่อีกไม่น้อย ทุกคนต่างก็รอเพื่อเข้าหรือออกจากเมืองเพื่อไปทำธุระของตนกันทั้งนั้น แม้ว่ากิจการของข้าจะไม่ได้ใหญ่โต แต่ก็จำเป็นต้องให้ความสำคัญกับการมาก่อนได้ก่อนนะเจ้าคะ”
ไม่ทันที่พั่งเอ๋อร์จะได้เอ่ยอะไร ลูกค้าพลันเอ่ยขึ้นเสียงเข้ม
“เจ้าเองก็ทำมาค้าขายเช่นกัน แต่กลับไม่ให้ความสำคัญกับลำดับก่อนหลัง ทั้งยังไม่ยอมต่อแถวเพื่อจะเอาของโดยไม่จ่ายเงินอีก”
“เป็นเรื่องง่ายนักหรือที่พวกพี่น้องจะออกมาขายของในเช้าตรู่ของวันที่อากาศเหน็บหนาวเช่นนี้ เจ้าช่างหน้าไม่อายที่มาขอของจากนาง”
“หากอยากจะกินโดยไม่จ่ายเงิน ก็อย่ามาทำให้คนอื่นเสียเวลาเถิด ไปให้พ้น!”
“รีบออกไป!”
…
แม้ว่าพั่งเอ๋อร์จะรู้สึกหงุดหงิด แต่นางเองมีไหวพริบเช่นกัน
เมื่อรู้ว่านางไม่ได้รับประโยชน์ใด ๆ ในตอนนี้ นางจึงทำเพียงบ่นพึมพำอย่างหงุดหงิด ก่อนจะขับเกวียนออกไป
แต่หลังจากที่นางออกมา ขณะที่กำลังผ่านแผงขายหมูของตระกูลไป๋ นางพลันเห็นเจี่ยงชุ่ยเหลียนยืนอยู่จึงเริ่มเติมเชื้อไฟ
“ไอ้หยา! พี่สะใภ้ไป๋ เจ้าไม่รู้หรอกหรือว่าตอนนี้ลูกสะใภ้ของเจ้าเปิดร้านอาหารเช้าที่แถวประตูเมือง อีกทั้งกิจการกำลังเฟื่องฟูทีเดียว แต่ตัวนางก็หยิ่งยโสและจองหองนัก แม้แต่ข้ายังไม่สามารถคุยกับนางได้เสียด้วยซ้ำ”
เจียงชุ่ยเหลียนมองนางด้วยความสับสน “ลูกสะใภ้ของข้า? ลูกสะใภ้คนใด?”
ยามนี้นางมีลูกชายเพียงคนเดียวที่ยังไม่แต่งงาน
“จะเป็นผู้ใดไปกันเล่า ก็ซ่งชิงหลันที่ถูกเจ้าไล่ตะเพิดออกไปอย่างไร ตอนนี้นางกำลังขายอาหารเช้าที่ประตูเมืองกับน้องชายสามคนของนาง”
“มีเรื่องเช่นนี้ด้วยหรือ?” เจี่ยงชุ่ยเหลียนวางมีดของนางลงพร้อมเอ่ยเสียงดัง “ข้าจะไปดูให้เห็นกับตา สตรีต่ำต้อยเช่นนั้นจะทำสิ่งใดได้!”
ยามที่ซ่งชิงหลันเคยอยู่ในบ้านของนาง ซ่งชิงหลันไม่แม้แต่กล้าที่จะหายใจเสียงดัง หรือก้าวเท้าหนัก ๆ ก็ยังไม่กล้า
แล้วคนเช่นนั้นจะทำกิจการได้อย่างไร?
นางต้องไปพิสูจน์เรื่องของสตรีคนนั้นด้วยตาของตนเอง!
Pandaa
นี่เรียกว่าคุยสองสามคำรึ เขียนบทพูดสะนึกว่าเพื่อนบ้านสนิทเสียอีก