ทะลุมิติมาเป็นคุณหนูใหญ่กลับต้องมาเลี้ยงน้องจนได้ดีแถมต้องเลี้ยงลูกอีกต่างหาก - บทที่ 160 ปมเรื่องทายาท
- Home
- ทะลุมิติมาเป็นคุณหนูใหญ่กลับต้องมาเลี้ยงน้องจนได้ดีแถมต้องเลี้ยงลูกอีกต่างหาก
- บทที่ 160 ปมเรื่องทายาท
บทที่ 160 ปมเรื่องทายาท
ซ่งชิงหลันและเหวยจือหล่างมาที่โรงน้ำชาสี่ฮุ่ย
เป็นโรงน้ำชาเดียวกับที่อู่เชียนเชียนเคยพาซ่งชิงหลันมา เพื่อรอชมเหตุการณ์น่าสนุกในภัตตาคารหยิงปิน
ทั้งคู่นั่งลงที่ห้องส่วนตัวริมระเบียงซึ่งสามารถมองเห็นถนนด้านล่างได้ และยังมองเห็นภัตตาคารอวิ๋นหลายซึ่งเต็มไปด้วยผู้คนอีกด้วย
ซ่งชิงหลันดื่มชาอย่างสบายใจ และเฝ้าดูความมั่งคั่งของร้านอาหารที่ตัวเองเป็นเจ้าของ
ชาร้อนชงใหม่ ๆ ถูกยกเข้ามา หญิงสาวรินชาให้ท่านผู้ว่าด้วยตัวเอง แล้วเริ่มเอ่ยขึ้น “ข้าได้ยินจากท่านพี่ซีเหยียนว่าท่านชอบดื่มชา ดังนั้นจึงไม่แน่ใจว่าชานี้จะถูกปากท่านหรือไม่”
เหวยจือหล่างหยิบถ้วยชาสีม่วงขึ้นมาจิบ แล้วเอ่ยรับ “รสชาติดียิ่ง”
จากนั้นก็วางถ้วยชาลงอย่างเบามือ สบตาซ่งชิงหลัน “ซีเหยียนสนิทกับเจ้าเหมือนเป็นพี่น้องกันจริง ๆ อีกทั้งยังบอกเรื่องต่าง ๆ กับเจ้าหมด ตอนนี้ข้ารู้ว่าคำพูดของแม่นางซ่งคงจะมีน้ำหนักในใจภรรยามากว่าสามีอย่างข้าเสียแล้ว”
เหวยจือหล่างยิ้ม แต่ช่างเป็นรอยยิ้มที่ดูขมขื่น
ซ่งชิงหลันประหลาดใจไม่น้อยที่รู้สึกว่าท่านผู้ว่ากำลังเป็นไข้ใจ จนทำให้ดูไม่สบายใจถึงเพียงนี้ได้
เพราะคิดว่าเขาน่าจะเป็นผู้ชายแสนเย็นชาและน่าเบื่อ
นางแสร้งทำเป็นไม่รู้เรื่องอันใด แล้วถามด้วยรอยยิ้ม “ท่านหมายถึงเรื่องใดกันเจ้าคะ?”
ชายหนุ่มไม่อยากอ้อมค้อมอีกต่อไป จึงได้เอ่ยไปตามตรง “ซีเหยียนหลบหน้าข้าตลอด เจ้าพอจะรู้สาเหตุบ้างหรือไม่?”
ซ่งชิงหลันเม้มริมฝีปากแล้วถามกลับไปแทน “แล้วท่านคิดว่าเป็นเพราะเหตุใดหรือเจ้าคะ?”
เหวยจือหล่างขมวดคิ้ว ตอบเสียงทุ้ม “ป๋ายเสี่ยวม่านอย่างนั้นหรือ?”
แน่นอนว่าคนระดับเขาเข้าใจเรื่องนี้ได้ไม่ยาก
ซ่งชิงหลันรินชาให้เขาอีกถ้วย แล้วถามต่อด้วยรอยยิ้ม “ท่านรู้ทุกอย่างอยู่แล้ว เหตุใดยังต้องมาถามข้าอีกเล่า และอีกอย่าง…”
หญิงสาวส่งสายตาลึกซึ้งไปยังขุนนางตรงหน้า “ข้าคิดว่าท่านกับแม่นางป๋ายดูสนิทสนมกันเป็นพิเศษ”
เป็นประโยคที่นางพูดและตั้งใจแสดงสีหน้าไม่พอใจออกไป
ผู้ว่าหนุ่มดูกังวลใจขึ้นมาทันที “ที่ข้าทำก็เพราะซีเหยียน”
ซ่งชิงหลันหรี่ตารอฟังคำอธิบายอย่างเงียบ ๆ
เสียงทุ้มจึงเอ่ยต่อไป “ซีเหยียนกับข้าตกลงกันก่อนหน้านี้ ว่าเราจะแต่งงานอยู่ด้วยกันสองคนสามีภรรยา ข้าจะไม่แต่งอนุคนใดเข้าบ้านอีกเป็นอันขาด ดังนั้น ไม่ว่าท่านแม่จะพยายามเพียงใด ข้าก็จะไม่มีวันรับผู้ใดเข้ามา เพียงแต่ครั้งนี้…”
ระหว่างที่เล่า เหวยจือหล่างก็ขมวดคิ้วมุ่น “เป็นซีเหยียนที่พยายามทำให้ข้ากับป๋ายเสี่ยวม่านได้สนิทกัน ข้าไม่อยากทำให้ภรรยาลำบากใจจึงได้พยายามสนิทกับนาง ข้าคิดว่าซีเหยียนอาจจะรู้สึกดีกับป๋ายเสี่ยวม่าน แต่แล้วซีเหยียนก็ห่างเหินไป นางกำลังจะหมดใจจากข้าหรือ…”
เมื่อได้ยินคำถามนั้น ซ่งชิงหลันก็ไม่รู้จะอธิบายอย่างไรเพราะหัวใจของนางก็เจ็บปวดตามพวกเขาไปด้วย
ทั้งคู่เป็นสามีภรรยาที่รักกันมากเหลือเกิน
ชัดเจนว่าหากไร้ซึ่งความรักต่อกัน พวกเขาก็ไม่มีทางเลยที่จะเจ็บปวดกับเรื่องเหล่านี้ นั่นทำให้ซ่งชิงหลันอยากจะช่วยทั้งคู่ให้เข้าใจกัน
“เฮ้อ” หญิงสาวพรูลมหายใจออกมาเบา ๆ “ท่านพี่ซีเหยียนรักท่านมาก ไม่มีทางที่นางจะหมดใจจากท่านเจ้าค่ะ เหตุผลที่นางเป็นเช่นนี้เพราะมีปมในใจ”
คนเป็นสามีถามอย่างกระวนกระวายเมื่อได้ยินเช่นนั้นเกี่ยวกับภรรยา “ปมอันใดอย่างนั้นหรือ?”
“เรื่องลูกเจ้าค่ะ” ซ่งชิงหลันตอบเสียงเบา
“ท่านพี่ซีเหยียนบอกข้าว่านายหญิงเหวยมาขอให้นางทำเรื่องเหล่านี้ ยิ่งไปกว่านั้น นายหญิงเหวยยังคาดคั้นนางเรื่องการมีบุตร สิ่งที่ข้ารู้มามันไม่ใช่เรื่องดี ข้าไม่อยากพูดให้ท่านฟังกับปากตัวเองเพราะเป็นเพียงคนนอก พี่ซีเหยียนก็ไม่มีทางจะปฏิเสธ เพราะนางเป็นห่วงท่าน ไม่อยากให้ท่านถูกกล่าวหาว่าอกตัญญูกับมารดาตนเอง และไม่อยากให้ท่านไร้ทายาทสืบตระกูล จึงต้องทำเรื่องเหล่านี้”
“โธ่… ภรรยาโง่…ข้าสนใจเรื่องทายาทที่ใดกัน”
คำพูดของเหวยจือหล่างทำให้ซ่งชิงหลันประหลาดใจ
เพราะอย่างไรเสีย ในยุคนี้ผู้คนก็ยังให้ความสำคัญกับเรื่องการมีทายาทสืบตระกูล
ไม่ใช่เรื่องง่ายเลยที่เหวยจือหล่างจะคิดได้เช่นนี้ แสดงให้เห็นว่าบุรุษผู้นี้รักภรรยาของเขามากเพียงใด
ซ่งชิงหลันเอาเมล็ดแตงโมมาขบก่อนจะเริ่มเอ่ย “อันที่จริง เรื่องทั้งหมดจะจบเพียงพวกท่านมีลูกด้วยกันเสีย”
เหวยจือหล่างยิ้มเจื่อน “แม่นางซ่งเจ้าก็พูดง่ายเพราะมีลูกอยู่ถึงสองคน จะเข้าใจความลำบากเขาพวกเราได้อย่างไร หลายปีที่ผ่านมา ข้ากับซีเหยียนทั้งไปหาหมอและกินยาหลายขนานเพื่อดูแลร่างกายให้พร้อมมีบุตร แต่ซีเหยียนก็ยังไม่ตั้งครรภ์เสียที”
“นั่นเพราะท่านยังไม่ได้เจอข้าอย่างไรเล่า”
“เจ้า?” เหวยจือหล่างมองอย่างไม่อยากจะเชื่อ
ซ่งชิงหลันยิ้ม “ว่ากันตามตรง ข้าได้เริ่มทำการฟื้นฟูร่างกายให้ท่านพี่ซีเหยียนมาพักหนึ่งแล้วเจ้าค่ะ อย่างช้าจะเห็นผลในสามเดือน เมื่อถึงตอนนั้น เพียงท่านทำการบ้านอย่างหนักจะได้รับข่าวดีแน่”
เหวยจือหล่างไม่เคยได้สนทนากับสตรีที่พูดเรื่องเหล่านี้อย่างตรงไปตรงมาเช่นนางมาก่อน จนทำให้ถึงกับต้องกระแอมขึ้นมาพร้อมกับใบหน้าที่ขึ้นสีด้วยความเขินอาย
ในใจเริ่มกังวลไม่น้อยว่าภรรยาผู้บริสุทธิ์ไร้เดียงสาของตนจะไปเรียนรู้ความโผงผางเช่นนี้จากซ่งชิงหลันบ้างหรือไม่
แต่ถึงอย่างนั้นชายหนุ่มก็ยังแสดงอาการนิ่งสงบ กลบเกลื่อนความกระวนกระวายในใจ
ท่านผู้ว่าสบตาซ่งชิงหลันอีกครั้งแล้วเอ่ย “ต้องขอบคุณแม่นางซ่งที่มาช่วยซีเหยียน หากมีข่าวดีขึ้นมาจริง ๆ ในอนาคต ข้าจะต้องหาทางตอบแทนเจ้าอย่างแน่นอน และมีอีกเรื่องที่ข้าอยากจะรบกวนแม่นางซ่ง”
“เรื่องใดเจ้าคะ”
“อย่าบอกซีเหยียนเรื่องที่ข้ามาหาเจ้าในช่วงนี้และได้โปรดช่วยดูแลซีเหยียนด้วย จะดีมากหากแม่นางช่วยอยู่เป็นเพื่อนภรรยาข้าเช่นนี้ต่อไป ส่วนเรื่องป๋ายเสี่ยวม่าน ข้าจะรีบจัดการให้เร็วที่สุด”
ซ่งชิงหลันอดไม่ได้ที่จะรู้สึกชื่นชมในตัวบุรุษผู้นี้ในใจ
เขาทั้งกล้าหาญและมีความรับผิดชอบ ดีเหลือเกินที่พี่ซีเหยียนได้คนเช่นนี้เป็นสามี
หญิงสาวพยักหน้ารับ “ท่านไม่ต้องกังวลไปเจ้าค่ะ แม้ว่าท่านจะไม่ได้ขอร้อง อย่างไรเสียข้าก็ทำเช่นนั้นอยู่แล้ว”
ว่าจบซ่งชิงหลันก็จิบชาอีกหนึ่งครั้ง
หลังจากทั้งคู่ดื่มน้ำชาจนหมดกา
ซ่งชิงหลันเห็นว่าเวลาเริ่มล่วงเลยไปพอสมควร จึงได้เอ่ยขึ้น “ในเมื่อตอนนี้ทุกอย่างกระจ่างแล้ว ข้าคงต้องขอตัวก่อนนะเจ้าคะ”
ว่าจบก็ทำท่าจะลุกขึ้นยืน
“รออีกสักครู่” เหวยจือหล่างหยุดนางไว้ก่อน
หญิงสาวขมวดคิ้วอย่างสงสัย “มีเรื่องใดอีกอย่างนั้นหรือเจ้าคะ”
“ยังมีเรื่องหนึ่งที่ข้าไม่เข้าใจ” ชายหนุ่มถามขึ้น “มีความหมายใดแฝงอยู่ในอาหารที่เจ้าสั่งมาในภัตตาคารอวิ๋นเมื่อหลายวันก่อนหรือไม่”
ท่านผู้ว่ารู้สึกถึงความผิดปกติบางอย่างตั้งแต่เริ่มพบกัน แต่คิดเพียงใดก็ไม่เข้าใจจริง ๆ ว่าซุปตะพาบน้ำ หมูอบน้ำผึ้ง พุงปลาทอด เครื่องในผัดผักกาดดอง ปลาต้มผักดอง ฮะเก๋า และต้านส่านมันคืออันใดกันแน่
ซ่งชิงหลันอดไม่ได้ที่จะหัวเราะออกมากับท่าทางจริงจังนั้นของชายหนุ่ม “ข้ามีน้องชายที่เป็นพ่อค้า เขาเดินทางไปหลายแห่งและมีสถานที่หนึ่งที่ใช้อาหารในการแทนความหมายบางอย่าง เพราะมันค่อนข้างน่าสนใจข้าจึงจดจำมันได้”
“หมายความว่าอย่างไรกัน?” เหวยจือหล่างเริ่มสนใจขึ้นมา
“ที่นั่น หมูอบน้ำผึ้งใช้แทนถึงคนไร้ค่า ตะพาบน้ำคือการด่าว่าโง่เขลา ท้องปลาใช้เรียกคนต่ำต้อยทั้งฐานะและความสามารถ เครื่องในหมายถึงคนน่ารังเกียจ ต่านส่านคือคนไร้ซึ่งความมั่นคง และฮะเก๋าใช้เรียกคนน่ารำคาญเจ้าค่ะ”
เหวยจือหล่างได้ยินดังนั้นก็อดไม่ได้ที่จะยิ้มออกมา “น่าสนใจ นี่เป็นครั้งแรกที่ข้าได้ยินเช่นนี้ น้องชายเจ้าไปเห็นเรื่องเหล่านี้จากที่ใดกัน ข้าอยากไปดูด้วย”
“อืม…ข้าก็ไม่แน่ใจนักว่าที่ใด เพราะเขาเดินทางผ่านหลายเมืองมากเจ้าค่ะ”
ซ่งชิงหลันไม่สามารถอธิบายต่อได้ เพราะนั่นเป็นเรื่องแต่งขึ้น
อันที่จริง ซ่งชิงหลันรู้เรื่องนี้ตอนเข้ามหาวิทยาลัยมีเพื่อนร่วมชั้นที่เป็นคนกวางตุ้งเล่าให้ฟังที่หอพักต่างหาก