ทะลุมิติมาเป็นคุณหนูใหญ่กลับต้องมาเลี้ยงน้องจนได้ดีแถมต้องเลี้ยงลูกอีกต่างหาก - บทที่ 165 เพื่อนที่ท่านตามหาคือชิงตงใช่หรือไม่?
- Home
- ทะลุมิติมาเป็นคุณหนูใหญ่กลับต้องมาเลี้ยงน้องจนได้ดีแถมต้องเลี้ยงลูกอีกต่างหาก
- บทที่ 165 เพื่อนที่ท่านตามหาคือชิงตงใช่หรือไม่?
บทที่ 165 เพื่อนที่ท่านตามหาคือชิงตงใช่หรือไม่?
“ภัตตาคารอวิ๋นหลาย?!” ซ่งชิงหลันกับอู่เชียนเชียนพูดออกมาเป็นเสียงเดียว ขณะมองฉูซื่อโม่วด้วยความตกใจ
ชายหนุ่มทำตัวไม่ถูกเล็กน้อย
เขาเกาศีรษะก่อนบอก “แม่นางทั้งสองไม่รู้จักภัตตาคารอวิ๋นหลายหรือ เพื่อนข้าบอกว่าภัตตาคารแห่งนี้โด่งดังในเมืองหลวงยิ่งนัก”
อู่เชียนเชียนพลันลั่นขำออกมาและตอบ “รู้จักสิ! รู้จักดีเสียด้วย! ท่านถามถูกคนแล้ว ท่านรู้หรือไม่ว่าพี่ชิงหลันเป็นผู้ใด”
ว่าจบก็ชี้ไปทางซ่งชิงหลันที่อยู่ข้าง ๆ จากนั้นจึงเอ่ยขึ้น “นางเป็นเจ้าของภัตตาคารอวิ๋นหลายน่ะสิ!”
“หา?” เขามองหน้านางอย่างไม่อยากเชื่อก่อนจะถามออกมา “ท่าน…ท่านเป็น…เป็นพี่สาวของพี่ชิงตง ซ่งชิงหลันอย่างนั้นหรือขอรับ?”
หญิงสาวพยักหน้าพร้อมรอยยิ้มและกล่าว “ใช่แล้ว เพื่อนที่ท่านกำลังตามหาเมื่อครู่คือซ่งชิงตงเองหรือ?”
“ใช่ขอรับ!” ฉูซื่อโม่วพยักหน้าขึงขัง “เดิมทีพี่ชิงตงไปซื้อสินค้าที่หลี่โจว เขารู้ว่าข้าชอบอาหารเลยบอกว่าพี่สาวเปิดภัตตาคารอวิ๋นหลายอยู่ อีกทั้งอาหารที่นั่นก็อร่อยมาก”
อู่เชียนเชียนว่าสำทับ “ใช่แล้ว อาหารที่ภัตตาคารอวิ๋นหลายอร่อยมาก มีหลากหลายและทุกอย่างอร่อยมาก กินได้สามวันสามคืนเลยทีเดียว”
เขามองหน้าซ่งชิงหลันอีกครั้งและพูดเสียงเบา “พี่ชิงตงบอกว่าพี่ชิงหลันทำอาหารอร่อยและมีลูกเล็กสองคน ข้าเลยคิดว่าท่าน…”
“ฮ่า ๆ…” อู่เชียนเชียนอดขำไม่ได้ก่อนเอ่ย “ฉู่รั่วรั่ว คงคิดว่าพี่ชิงหลันเป็นหญิงชราใช่หรือไม่”
เขาหน้าแดงทันทีขณะรีบบอก “เปล่า ๆ ข้าเพียงนึกไม่ถึงว่าแม่นางชิงหลันจะยังสาวยังสวยเพียงนี้ต่างหาก”
“ฮ่า ๆ… ท่านทำข้าขำกลิ้งเลย ฉู่รั่วรั่ว ท่านตลกจัง…”
อู่เชียนเชียนตลกกับท่าทีร้อนรนและคำแก้ตัวของอีกฝ่าย หัวเราะเอนหน้าเอนหลังจนแทบหายใจไม่ทัน
ซ่งชิงหลันยิ้มอย่างเหนื่อยใจ คว้ามือนางมาและกระซิบบอก “เอาเถิด เชียนเชียน เลิกขำได้แล้ว เจ้าทำเขาอายจนตัวม้วนแล้ว”
เจ้าตัวพยายามคุมตัวเอง “ก็ได้ ๆ ข้าจะไม่ขำอีก จะไม่ขำอีกแล้ว ฮ่า ๆ…”
ซ่งชิงหลันไม่รู้จะทำอย่างไรกับนาง ได้แต่หันไปบอกกับฉูซื่อโม่ว “เชียนเชียนไม่สนใจอันใด ฉูซื่อโม่วเจ้าอย่าถือสานางเลย”
เขาส่งยิ้มอบอุ่น “ข้าไม่ถือสา คุณหนูอู่เป็นคนร่าเริงก็ดีแล้ว”
ประโยคนี้ทำให้อู่เชียนเชียนหยุดหัวเราะโดยพลัน
นางนึกถึงที่อู่ต้าหย่งเคยพูดว่านางเป็นคนไม่คิดมากและเล่นสนุกไปวัน ๆ ซึ่งเป็นสิ่งที่สตรีมักเป็นกัน
อาจเพราะเหตุนี้ เขาถึงเอาแต่ผลักไสนาง
เมื่อคิดได้เช่นนี้นางก็อดทำหน้าเศร้าไม่ได้
สายตาของเด็กสาวเผลอเหลือบมองไปทางประตูเมือง โชคดีที่อู่ต้าหย่งไม่ได้ประจำการวันนี้ ไม่อย่างนั้นถ้าเขาเห็นนางหัวเราะเช่นเมื่อครู่คงไม่ชอบใจนัก
ส่วนซ่งชิงหลัน นางจะไม่รู้ทันความคิดเล็กคิดน้อยของนางได้อย่างไร
นางชำเลืองมองก่อนจงใจว่าหยอกเย้า “เหตุใดเจ้าถึงไม่หัวเราะต่อเล่า ขำพอแล้วหรือ?”
อู่เชียนเชียนเม้มปากพลางก้มหน้าและพึมพำเสียงแผ่ว “ท่านบอกว่าจะไปภัตตาคารอวิ๋นหลายไม่ใช่หรือ รีบไปกันเถิดเจ้าค่ะ”
ว่าจบนางก็เดินนำทางไป
ฉูซื่อโม่วชะงัก มองหน้าซ่งชิงหลันก่อนถาม “คุณหนูอู่เป็นอันใดไปหรือขอรับ ข้าพูดอันใดที่ทำให้นางไม่พอใจหรือไม่?”
หญิงสาวยิ้มตอบ “ไม่เกี่ยวกับเจ้า ไปกันเถิด ไปภัตตาคารอวิ๋นหลายกัน”
เมื่อทั้งสามมาถึงภัตตาคารอวิ๋นหลาย ก็บังเอิญเจอกับซ่งชิงตงที่รีบเดินออกมาจากประตู
ซ่งชิงหลันรีบถาม “ชิงตง นี่เจ้ารีบขนาดนี้จะไปที่ใด”
“ท่านพี่ ข้าจะไปหาเพื่อนที่…”
ระหว่างพูดเขาก็เห็นฉูซื่อโม่วยืนอยู่ข้างพี่สาวจึงเอ่ยถามเสียงสั่น “ซื่อโม่ว! เหตุใดถึง…”
ฉูซื่อโม่วก้าวมาข้างหน้าทันที “พี่ชิงตง! ไม่ได้เจอกันเสียนานขอรับ!”
“ข้าไปรับเจ้าที่ท่าเรือ แต่นึกไม่ถึงว่าคนที่นั่นจะบอกว่าเรือจากหลี่โจวมาถึงแล้ว จึงคิดว่าเจ้าจะมาที่ภัตตาคารอวิ๋นหลาย แต่รออยู่นานก็ไม่เห็นเสียที เลยว่าจะออกไปแจ้งผู้ตรวจการ”
ฉูซื่อโม่วอธิบาย “ตอนข้ามาถึงเมืองหลวงก็รู้สึกหิวเล็กน้อยขอรับ จนเกิดเรื่องขึ้น โชคดีที่คุณหนูอู่กับแม่นางชิงหลันบังเอิญมาพบเข้า ไม่อย่างนั้นข้าอาจไม่ได้มาพบท่านในวันนี้”
“หา? เกิดเหตุใดขึ้น” ซ่งชิงตงตกใจเมื่อได้ยินเช่นนั้น
ซ่งชิงหลันรีบบอก “เราเข้าไปนั่งคุยกันด้านในดีหรือไม่?”
“ใช่ ๆ…” ซ่งชิงตงพยักหน้ารัวและนำทางฉูซื่อโม่วเข้าไปในร้าน
ทั้งสี่นั่งอยู่ในห้องส่วนตัวที่ชั้นสอง
ซ่งชิงหลันสั่งให้พ่อครัวเตรียมอาหารและเครื่องดื่มยกขึ้นมาให้
ระหว่างนี้ฉูซื่อโม่วเล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นโดยละเอียดให้น้องชายนางฟัง
ซ่งชิงตงยกถ้วยชาขึ้น ก่อนบอกพร้อมรอยยิ้ม “เจ้านี่นะ ยังเหมือนเดิมเลย เห็นของกินทีไรเป็นไม่สนใจสิ่งใดทั้งนั้น”
อู่เชียนเชียนอดบ่นไม่ได้ “ใช่หรือไม่เล่า เป็นครั้งแรกที่ข้าพบคนที่จริงจังกับเรื่องกินถึงเพียงนี้”
ซ่งชิงตงยิ้มล้อ “ว่าไปแล้วเจ้าก็จริงจังเรื่องกินเช่นกันนี่ เชียนเชียน ทุกครั้งที่เจ้ามากินข้าวเย็นที่บ้านเราก็จะเลือกอาหารที่ทำยากที่สุดตลอด คิดในแง่นี้เจ้ากับซื่อโม่วก็ดูสมน้ำสมเนื้อกันดี”
“ไม่มีทาง!” อู่เชียนเชียนรีบบอกปัด “เขาอ่อนแอถึงเพียงนี้ แค่มองก็ดูออกแล้วไม่ใช่หรือว่า เขากับข้าเข้ากันไม่ได้”
“นี่…เจ้าจะตัดสินคนจากภายนอกไม่ได้” ซ่งชิงตงส่ายหน้าใส่นาง และเอ่ยให้ชวนสงสัย “เจ้ารู้หรือไม่ว่าซื่อโม่วเป็นผู้ใด”
นางเม้มปาก “เขาบอกข้าหมดแล้ว เขามาจากหลี่โจวอย่าไรเล่า”
เขาเม้มปากอมยิ้ม “พ่อของซื่อโม่วคือฉูอี้เฟิง เป็นจิตรกรผู้เลื่องชื่อเชียวนะ”
“ฉูอี้เฟิง?” นางนิ่วหน้าครุ่นคิดครู่หนึ่ง “ชื่อคุ้นหูเหมือนเคยได้ยินจากที่ใดสักที่”
ไม่นานซ่งชิงหลันได้ยินก็เบิกตากว้างทันที นางมองหน้าซ่งชิงตงก่อนเอ่ย “เจ้าหมายถึงฉูอี้เฟิงที่รู้จักในชื่อ ‘นักวาดวิปลาส’ ผู้นั้นน่ะหรือ ที่แค่วาดภาพเดียวก็ขายได้เป็นร้อยตำลึงแล้ว”
ซ่งชิงตงพยักหน้า “ใช่แล้ว ผู้นั้นนั่นแหละขอรับ”
“อ๋อ ข้าจำได้แล้ว!” อู่เชียนเชียนพลันโพล่งขึ้นและหันไปพูดกับฉูซื่อโม่ว “พ่อข้าเคยอยากซื้อภาพของฉูอี้เฟิงแต่หาซื้อไม่ได้ เห็นเขาพูดเรื่องนี้มานานแล้ว ที่แท้ฉูอี้เฟิงก็คือพ่อของท่าน!”