ทะลุมิติมาเป็นคุณหนูใหญ่กลับต้องมาเลี้ยงน้องจนได้ดีแถมต้องเลี้ยงลูกอีกต่างหาก - บทที่ 167 น่าจะดีถ้าไปพบเขาเสียหน่อย
- Home
- ทะลุมิติมาเป็นคุณหนูใหญ่กลับต้องมาเลี้ยงน้องจนได้ดีแถมต้องเลี้ยงลูกอีกต่างหาก
- บทที่ 167 น่าจะดีถ้าไปพบเขาเสียหน่อย
บทที่ 167 น่าจะดีถ้าไปพบเขาเสียหน่อย
เสียงของฉูซื่อโม่วเต็มไปด้วยความสุข ทำให้ซ่งชิงตงงงงวยเล็กน้อย
เขาหันหน้าไปทางประตูและเห็นฉูซื่อโม่วกำลังมองภาพที่แขวนอยู่ด้วยความสนใจ
ซ่งชิงตงเห็นว่าภาพนั้นเป็นภาพวาดหญิงชรา ใบหน้าของนางเหี่ยวย่น ดวงตาสะท้อนความอ่อนแรง ร่างกายมอมเเมมให้ความรู้สึกมืดมนยามได้มอง
ภาพวาดส่วนใหญ่ที่ขายดีจะเป็นภาพสาวงามมากกว่าภาพหญิงชราเช่นนี้
เจ้าของเดินตามและอธิบายขึ้น “โอ้ ภาพนี้แขวนอยู่มุมห้อง ข้าถึงได้ลืมเก็บมันลงมา”
ฉูซื่อโม่วถามอย่างรวดเร็ว “นี่เป็นงานของจิตรกรท่านใดหรือขอรับ?”
เจ้าของร้านยิ้มแล้วตอบ “นี่ไม่ใช่งานของจิตรกร แต่เป็นงานของบัณฑิตยากจนผู้หนึ่งที่ขายงานอยู่ข้างถนน ข้าเห็นเขาแล้วรู้สึกสงสาร จึงได้ซื้อมันมาในราคาร้อยตำลึง แล้วก็แขวนไว้ที่นี่ไม่เคยย้ายไปที่ใดเลย หากพวกท่านชอบข้าก็ยินดียกให้”
“ขอบคุณท่านมากขอรับ” ฉูซื่อโม่วกล่าวขอบคุณทันที
และในที่สุดซ่งชิงตงก็ตัดสินใจเลือกเช่าร้านนี้
ระหว่างทางกลับ ซ่งชิงตงเห็นเพื่อนประคองภาพวาดไว้ในอ้อมแขนราวกับอุ้มเด็กทารก ก็อดไม่ได้ที่จะเอ่ยหยอกล้อขึ้นมา “เจ้าชอบภาพนี้มากเพียงนั้นเชียวหรือ ข้าไม่เห็นรู้สึกว่ามันพิเศษอันใด”
จิตรกรหนุ่มยกยิ้ม “ภาพนี้เต็มไปด้วยกลิ่นอายของสายลมใบไม้ผลิ ฝีแปรงและหยดหมึกช่างงดงามยิ่งนัก เห็นชัดว่าถูกเขียนขึ้นด้วยแรงบันดาลใจอันทรงพลัง เพียงได้มองก็สัมผัสถึงชีวิตของหญิงชราแล้วขอรับ เพียงแต่ว่าสมัยนี้ผู้ใดก็ชอบของสวย ๆ งาม ๆ แต่งานนี้ต่างออกไปมาก หากข้าได้รู้ว่าผู้ใดเป็นคนวาด คงจะต้องขอคำชี้แนะจากเขาเสียหน่อย”
ยิ่งฉูซื่อโม่วอธิบายมากขึ้นเท่าใด เด็กหนุ่มก็มีท่าทางตื่นเต้นมาขึ้นเท่านั้น “พ่อของข้ามักจะวาดทิวทัศน์ได้งดงามเสมอ และข้าเองก็เดินตามรอยท่านพ่อมาตลอด แต่เมื่อได้เห็นภาพนี้ก็เกิดอยากวาดภาพบุคคลขึ้นมาบ้าง”
ซ่งชิงตงพยักหน้ารับด้วยรอยยิ้ม “ท่าทางว่าการเดินทางมาถึงที่นี่ของเจ้าจะคุ้มค่าเสียจริง”
……
วันนี้ซ่งชิงหลันเข้ามาที่ร้านเสื้อชิงเยว่
บังเอิญว่าเป็นช่วงที่มีเสื้อผ้าตัดเย็บใหม่กำลังจัดการบัญชีอยู่บนรถเข็น และเหวยหมิ่นจือก็กำลังตรวจนับเสื้อผ้าอยู่
ซ่งชิงหลันเห็นคำว่า ‘อู่’ ที่ปักอยู่บนเสื้อผ้าเหล่านั้นก็เข้าใจขึ้นมาทันที
นางมองไปทางป้าสะใภ้ใหญ่แล้วถามขึ้น “ชุดฝึกสำหรับโรงฝึกจิงอู่เรียบร้อยแล้วหรือเจ้าคะ?”
เหวยหมิ่นจือพยักหน้ารับ “ใช่แล้ว ตามคำสั่งซื้อควรจะเสร็จเรียบร้อยตั้งแต่สองวันก่อน แต่ช่วงนี้ร้านเรายุ่งมาก ไม่ง่ายเลยที่จะส่งสินค้าได้ครบทั้งหมดตามกำหนด วันนี้ป้าจึงจะเอาเสื้อผ้าเหล่านี้ไปส่งที่โรงฝึกด้วยตัวเอง และขอโทษเจ้าสำนักที่ทำให้ต้องรอนาน”
“เป็นความผิดของเราเองที่งานล่าช้า และจำเป็นจะต้องชดเชยให้พวกเขา” ซ่งชิงหลันเอ่ยอย่างครุ่นคิด “ท่านป้าเจ้าคะ ประเดี๋ยวข้าจะไปที่นั่นเอง ถือโอกาสนี้ไปเจอชิงหนานด้วยเจ้าค่ะ”
ในตอนแรกเหวยหมิ่นจือกังวลว่าหลานสาวจะยุ่งเกินไป จึงไม่ได้ขอให้นางไปส่ง แต่เมื่อเจ้าตัวเสนอขึ้นเองเช่นนี้ก็วางใจได้ “ได้สิ ประเดี๋ยวป้าจะให้เด็ก ๆ ช่วยกันขนของขึ้นเกวียน”
จากนั้นซ่งชิงหลันก็ไปที่โรงฝึกจิงอู่พร้อมผู้ช่วยอีกสองสามคน
เมื่อเสิ่นซิงเหอทราบว่าคนจากร้านเสื้อชิงเยว่เอาชุดฝึกมาส่ง ก็รีบออกมารับสินค้าด้วยตัวเอง
ทันทีที่พบว่าเป็นซ่งชิงหลัน ชายหนุ่มก็ตัวแข็งทื่อไปครู่หนึ่งแล้วเอ่ยถาม “เหตุใดวันนี้แม่นางถึงได้มาส่งเสื้อผ้าด้วยตัวเองเล่า?”
ซ่งชิงหลันอธิบายด้วยรอยยิ้ม “สินค้าของเราล่าช้าจากกำหนดไปสองวัน ข้าจึงมาที่นี่ด้วยตัวเองเพื่อขอโทษท่านอาจารย์อู่เจ้าค่ะ”
เสิ่นซิงเหอเป็นคนสบาย ๆ และมองนางเป็นคนกันเองอยู่แล้ว จึงโบกมือด้วยรอยยิ้ม “ร้านเสื้อชิงเยว่ของแม่นางซ่งทำชุดฝึกให้พวกเราในราคาย่อมเยา เท่านั้นก็ดีมากแล้ว จะล่าช้าสักวันสองวันย่อมไม่เป็นไร”
ว่าจบเขาก็โบกมือให้ลูกศิษย์ที่อยู่ด้านหลังช่วยกันขนย้ายเสื้อผ้าทั้งหมดเข้าไปในโรงฝึก
เสิ่นซิงเหอเดาได้ว่าซ่งชิงหลันยังมีธุระอื่น จึงได้ขยับเข้าไปใกล้นางและถามขึ้น “แม่นางซ่งมาเพื่อพบศิษย์ชิงหนานด้วยหรือไม่?”
หญิงสาวพยักหน้าด้วยรอยยิ้ม “เจ้าค่ะ ข้าไม่รู้ว่าตอนนี้เขาจะสะดวกพบหรือไม่”
ทันใดนั่นเสิ่นซิงเหอก็ตอบเสียงเบา “น่าจะดีถ้าไปพบเขาเสียหน่อย เพราะต่อไปน่าจะได้เจอกันยากแล้ว”
“หมายความว่าอย่างไรเจ้าคะ?”
“เปล่า…ไม่มีอันใด” แต่เสิ่นซิงเหอก็นึกอันใดขึ้นมาได้ จึงได้เริ่มอธิบายต่อ “ตอนนี้ท่านอาจารย์รับศิษย์น้องชิงหนานเป็นศิษย์สายตรงแล้ว ท่านอาจารย์เป็นคนฝึกสอนให้เขาโดยตรงที่ลานฝึกด้านหลัง เวลานี้น่าจะใกล้เสร็จสิ้นแล้ว ข้าจะนำทางแม่นางซ่งไปเอง”
ซ่งชิงหลันรีบกล่าวขอบคุณ “เช่นนั้นก็รบกวนท่านด้วยนะเจ้าคะ”
ศิษย์อาวุโสประจำโรงฝึกเดินนำทางไปที่ลานฝึกด้านหลังทันที
บรรยากาศโดยรอบเงียบสงบ อากาศก็บริสุทธิ์ เป็นสถานที่ที่เหมาะสำหรับการบ่มเพาะยอดฝีมือด้านการต่อสู้อย่างมาก
ทันทีที่ทั้งคู่ไปถึงประตูรั้ว ก็ได้ยินเสียงกระบี่ปะทะกันและเสียงต่อสู้ดังออกมา
แต่ระหว่างที่กำลังจะเข้าไปก็มีเด็กหนุ่มคนหนึ่งวิ่งตรงมาหาเสิ่นซิงเหอ “ศิษย์พี่ขอรับ เกิดเรื่องขึ้นที่ด้านหน้าขอรับ”
เสิ่นซิงเหอมองมาทางซ่งชิงหลันอย่างไม่ทันคิด
ซ่งชิงหลันเข้าใจสถานการณ์ จึงได้เอ่ยต่อเขา “ท่านไปทำงานของท่านเถิด ข้าเข้าไปเองได้เจ้าค่ะ”
ศิษย์อาวุโสประจำสำนักพยักหน้ารับก่อนจะเดินตามเด็กหนุ่มคนนั้นออกไป
ซ่งชิงหลันก้าวเข้าไปในลานฝึกด้านหลัง จนเห็นว่ามีร่างสองร่างกำลังทำการต่อสู้กันอยู่
หนึ่งในนั้นคือซ่งชิงหนาน และอีกคนหนึ่งคือ…อู่ต้าหย่ง
เมื่อเห็นดังนั้น ซ่งชิงหลันก็ตัวแข็งทื่อไปชั่วขณะ ก่อนจะเดินเข้าไปอย่างเงียบ ๆ
ตั้งแต่วินาทีที่หญิงสาวก้าวเข้ามา อู่ต้าหย่งก็มองเห็นนางได้ทันที
ชายหนุ่มเต็มไปด้วยความตื่นเต้นและฟุ้งซ่าน ทำให้ซ่งชิงหนานอาศัยจังหวะที่ชายหนุ่มเสียสมาธิ แล้วเล็งดาบไปที่อกเขาอย่างรวดเร็ว
อู่ต้าหย่งเห็นเช่นนั้นจึงยิ้มที่มุมปาก ยอมแพ้อย่างช่วยไม่ได้
ด้านอู่ต้าก่าน เจ้าสำนักที่ดูการต่อสู้อยู่ก็ยกยิ้มพร้อมปรบมือ “เจ้ายอดเยี่ยมจริง ๆ ศิษย์น้อง ดูศิษย์เอกข้าสิ ข้าไม่เคยเอาชนะเขาได้สักครั้ง แต่ชิงหนาน เจ้ากลับทำได้”
ซ่งชิงหนานวางดาบลงแล้วโค้งคำนับอาจารย์ทั้งคู่ แล้วตอบเสียงเบา “ท่านอาจารย์อาออมมือให้ข้ามากกว่าขอรับ”
ซ่งชิงหนานเองก็รู้สึกได้ว่าที่ตนเองเอาชนะอีกฝ่ายได้เป็นเพราะเขาเสียสมาธิเมื่อเห็นว่าพี่สาวเข้ามา
อู่ต้าหย่งตบแขนซ่งชิงหนานอย่างใจเย็นแล้วเอ่ยชื่นชม “ชิงหนาน ไม่ต้องถ่อมตัว เจ้าเป็นอัจฉริยะในด้านการต่อสู้จริง ๆ สามารถเรียนรู้ได้เร็วเพียงนี้ อีกไม่นานคงนำหน้าข้าได้ไม่ยาก”
“ถูกต้อง” อู่ต้าก่านก็พยักหน้าเช่นกัน “เกรงว่าโรงฝึกเล็ก ๆ แห่งนี้จะคับแคบเกินไป ไม่สามารถสั่งสอนเจ้าได้อีกต่อไปแล้ว ด้วยความสามารถของเจ้าจะต้องนำชัยชนะยิ่งใหญ่เหนือสนามรบมาสู่ตัวเองได้อย่างแน่นอน”
เมื่อได้ฟังคำพูดนั้นซ่งชิงหลันก็ชะงักโดยไม่ได้ตั้งใจ
อู่ต้าก่านมองไปทางซ่งชิงหลันด้วยรอยยิ้มแล้วเอ่ยต่อนาง “แม่นางซ่งก็มาที่นี่ด้วย”
“คาราวะท่านอาจารย์เจ้าค่ะ” ซ่งชิงหลันพยักหน้าด้วยรอยยิ้ม “วันนี้ชุดฝึกสำหรับทุกคนเรียบร้อยแล้ว ข้าจึงนำมาส่งให้ด้วยตัวเอง จึงได้ถือโอกาสมาพบชิงหนานด้วยเจ้าค่ะ”
“ดีเลย บังเอิญว่าวันนี้ชิงหนานเสร็จสิ้นการฝึกซ้อมพอดี ดังนั้นเราจะไม่ขัดขวางเวลาของพี่น้องดีกว่า”
ว่าจบอู่ต้าก่านก็ขยิบตาให้ศิษย์น้อง เป็นการบอกให้เขาออกไปด้วยกัน