ทะลุมิติมาเป็นคุณหนูใหญ่กลับต้องมาเลี้ยงน้องจนได้ดีแถมต้องเลี้ยงลูกอีกต่างหาก - บทที่ 170 อย่าดื่มหนักเกินไป
- Home
- ทะลุมิติมาเป็นคุณหนูใหญ่กลับต้องมาเลี้ยงน้องจนได้ดีแถมต้องเลี้ยงลูกอีกต่างหาก
- บทที่ 170 อย่าดื่มหนักเกินไป
บทที่ 170 อย่าดื่มหนักเกินไป
อู่เชียนเชียนเม้มปากก่อนเอ่ย “ข้ารู้เพียงวิธีใช้มีดและปืน แต่ไม่มีทักษะด้านอ่านเขียนอย่างท่าน”
เมื่อเห็นนางตัดพ้อฉูซื่อโม่วก็ก้าวไปหานาง และเอ่ยด้วยความไม่สบายใจ “คุณหนูอู่ ถ้ามีเรื่องที่เจ้าไม่เข้าใจ ให้ข้า…”
ทว่าไม่ทันได้เอ่ยจบนางก็เปลี่ยนสีหน้า ยกมือโบกไปมาและตะโกนอย่างอารมณ์ดี “พี่ต้าหย่ง!”
ทันใดนั้นนางก็โผเข้าไปหาอู่ต้าหย่งอย่างกับนกน้อยเริงร่า
ฉูซื่อโม่วมองนางยืนอยู่ข้างอู่ต้าหย่งผู้เก่งกาจ พร้อมรอยยิ้มเบิกบานราวดอกไม้แรกแย้ม ด้วยท่าทีดูเขินอายอย่างกับสาวน้อย ทำเอาดวงตาของเขาอดฉายแววผิดหวังไม่ได้
ยามนี้อู่เชียนเชียนดึงตัวอู่ต้าหย่งไปทางประตูแล้ว
เขาแสดงความยินดีกับซ่งชิงตงหน้าประตู “น้องซิงตง ข้าขอแสดงความยินดีด้วย!”
ระหว่างนั้นเขาก็ชำเลืองมองซ่งชิงหลัน
นางกำลังต้อนรับแขกคนอื่น จึงไม่ได้สังเกตเห็นอู่ต้าหย่ง
ซ่งชิงตงย่อมรู้ทันความคิดของอู่ต้าหย่ง
เขาแอบเบี่ยงตัวบังสายตาอีกฝ่าย ก่อนพยักหน้าให้พี่สาวและบอกอย่างอารมณ์ดี “ท่านพี่อู่ ขอบคุณที่มาร่วมยินดีด้วย เชียนเชียน รีบพาท่านพี่อู่เข้าไปดูเร็วเข้า!”
ว่าจบก็ขยิบตาให้อู่เชียนเชียนด้วยซ้ำ
ด้านอู่เชียนเชียนเข้าใจทันที นางลากอู่ต้าหย่งเข้าไปในร้านพลางบอกระหว่างเดิน “พี่ต้าหย่ง ไปกันเถิด ข้าเพิ่งเห็นปิ่นปักผมสวย ๆ พี่ชิงตงบอกว่าจะลดให้สองส่วนเนื่องในโอกาสเปิดร้าน ท่านซื้อให้ข้าได้หรือไม่…”
เมื่อเห็นทั้งคู่สนิทสนมกันเช่นนี้ ฉูซื่อโม่วก็อดงุนงงไม่ได้
เขาไปหาซ่งชิงตงและถามเสียงเบา “ผู้ใดคือพี่ชายคนนั้นหรือขอรับ?”
ซ่งชิงตงยิ้มตอบ “เขาชื่ออู่ต้าหย่ง เป็นหัวหน้าเจ้าหน้าที่เฝ้าประตูเมือง ดูแลตระกูลเราเป็นอย่างดี ถือว่าเป็นผู้มีพระคุณกับตระกูลเรา”
“เขาสกุลอู่เหมือนกันไม่ใช่หรือ เป็นอันใดกับคุณหนูอู่”
“ท่านพี่อู่เป็นศิษย์น้องของพ่อเชียนเชียน ถึงจะสกุลเดียวกันแต่ก็ไม่ได้เกี่ยวข้องกันทางสายเลือด อีกอย่างเชียนเชียนก็ชอบท่านพี่อู่ด้วย”
พูดจบก็เห็นแขกคุ้นหน้ามาเยือนพอดี จึงหันไปบอกฉูซื่อโม่ว “ซื่อโม่ว เดี๋ยวข้าคงจะยุ่ง ไว้ค่อยคุยกันหลังมื้อเย็น”
“ได้ขอรับ พี่ชิงตงไปทำงานเถิด”
ฉูซื่อโม่วหามุมนั่งเงียบ ๆ คอยมองอู่เชียนเชียนกับอู่ต้าหย่ง และแอบเทียบขนาดตัวตนกับชายหนุ่มผู้นั้น
ตอนนี้เข้าใจแล้วว่าเหตุใดอู่เชียนเชียนถึงได้เรียกตนว่าฉู่รั่วรั่ว
เมื่อเทียบกับอู่ต้าหย่งที่ทั้งสูงและกำยำ เขาถือว่าผอมแห้งแรงน้อยเกินไปจริง ๆ
ที่แท้นางก็ชอบบุรุษเช่นนั้น
หลังงานยุ่งมาทั้งวัน ซ่งชิงตงได้รับรายการสั่งซื้อมากมายตั้งแต่เปิดร้านวันแรก
เมื่อเห็นท้องฟ้าเริ่มมืด พวกเขาก็ไปทานมื้อเย็นด้วยกันที่ภัตตาคารอวิ๋นหลาย
ด้านซ่งชิงหลันกับคนอื่น ๆ เตรียมอาหารเอาไว้แล้ว ญาติสนิทมิตรสหายต่างไปที่ห้องส่วนตัวชั้นสอง
ซ่งชิงตงรินเหล้าจอกแรกก่อนลุกขึ้นเอ่ยกับทุกคน “วันนี้เปิดร้านจู้เป่า ข้า ซ่งชิงตงขอเลี้ยงอาหารทุกคนเองขอรับ”
สิ้นคำ เขาก็กระดกดื่มรวดเดียว
เขารินให้ตัวเองอีกแก้วและเอ่ยกับซ่งชิงหลันที่นั่งข้าง ๆ “แก้วนี้เพื่อท่านพี่ของข้า คนที่สอนข้าทำธุรกิจ คนที่ทำให้รู้ว่าข้าต้องการทำอันใด ข้าไม่เคยคิดว่าวันหนึ่งจะได้มีร้านเป็นของตัวเอง หากไม่มีนาง วันนี้ข้าคงไม่รู้จะไปอยู่ที่ใด ท่านพี่ ข้าขอบคุณท่านขอรับ!”
ว่าจบก็ดื่มรวดในอึกเดียว
ซ่งชิงหลันเห็นเช่นนั้นก็ตาแดงเล็กน้อย “ข้าเองก็โชคดีที่มีน้องชายอย่างเจ้า ข้าเชื่อว่าลูกหลานตระกูลซ่งทุกคน จะต้องประสบความสำเร็จอย่างแน่นอน”
นางยกจอกเหล้าขึ้นดื่ม
ตอนนี้ได้เห็นน้องชายประสบความสำเร็จถึงเพียงนี้ น่ายินดีเหลือเกิน
“เย้!” อู่เชียนเชียนพลันปรบมือ ชวนให้บรรยากาศครึกครื้นขึ้นมา
นางยิ้มให้แม่เฒ่าซ่งซึ่งนั่งอยู่ข้าง ๆ ก่อนบอก “ถ้าให้พูด คนที่มีความสุขที่สุดคงเป็นท่านย่าที่มีหลานสาวหลานชายเก่ง ๆ อยู่เคียงข้าง ไม่รู้มีคนริษยาท่านมากเพียงใด!”
แม่เฒ่าซ่งยินดีหลังถูกนางพูดเอาใจ ถึงขั้นยกจอกและบอกกับทุกคน “ใช่แล้ว! ตอนนี้แม่เฒ่าผู้นี้มีความสุขที่สุด! วันนี้ข้ามีความสุขมาก! ข้าจะดื่มให้ทุกคน! ชน!”
ทุกคนจึงยกจอกขึ้น
ฉูซื่อโม่วจิบเหล้าเช่นกัน เขาวางแก้วลงและมองอู่เชียนเชียนที่นั่งตรงข้าม นางกำลังง่วนกับการคีบอาหารให้อู่ต้าหย่ง ซึ่งทำเอาเขาไม่สบอารมณ์
ด้วยเหตุนี้จึงรินเหล้าอีกจอก ก่อนกระดกดื่มรวดเดียว
กระทั่งดื่มไปสามจอกซ่งชิงตงก็สังเกตเห็นความผิดปกติของชายหนุ่ม จึงดึงไหเหล้าหลบและกระซิบบอก “ซื่อโม่ว เจ้าเป็นอันใดไป คอเจ้าไม่แข็งนักก็อย่าดื่มหนักเพียงนี้สิ”
สีหน้าฉูซื่อโม่วดูมึนเมา และเขาก็เมาแล้วจริง ๆ แต่เจ้าตัวยิ้มบอก “ไม่เป็นไร วันนี้เป็นวันมงคลที่พี่ชิงตงเปิดร้าน ข้ายินดีด้วย ดื่มอีกสักหน่อยไม่เสียหาย…”
ระหว่างพูดก็ยังพยายามคว้าเหล้าในมือซ่งชิงตง
หลี่ซิ่วซิ่วส่งไหให้ในจังหวะนี้พลางเอ่ยกับเขา “คุณชายฉู่ ข้าเองก็มีเหล้า ท่านดื่มจากไหนี้ก็ได้”
ฉูซื่อโม่วรับมาพร้อมรอยยิ้มขณะกล่าวขอบคุณซ้ำไปซ้ำมา “แม่นางหลี่ช่างมีน้ำใจ”
พูดแล้วก็หันไปเบะปากใส่ซ่งชิงตงและบอก “พี่ชิงตง ท่านนิสัยไม่ดี ข้าอยากดื่มก็ไม่ให้เหล้าข้าด้วยซ้ำ”
“นี่…เจ้า…” ซ่งชิงตงเผยท่าทีเอือมระอา ความหวังดีของเขาเสียเปล่าชัด ๆ
เขาหันไปมองหลี่ซิ่วซิ่ว
หญิงสาวกะพริบตาจ้องกลับอย่างเจ้าเล่ห์และกระซิบบอก “พี่ชิงตง ไม่ต้องห่วง ไหที่ข้าให้เขาไปเป็นน้ำเปล่า ข้าว่าคุณชายฉู่คงเมามากแล้ว เขาไม่น่าแยกออกหรอกเจ้าค่ะ”
ชายหนุ่มได้ยินอย่างนั้นจึงยกยิ้ม “เจ้านี่มันไหวพริบดีเสียจริง”
ก่อนเหลือบมองฉูซื่อโม่วที่รินน้ำเปล่าให้ตัวเองด้วยสีหน้ากลัดกลุ้ม ปากพึมพำเสียงเบา “ไม่รู้ว่าเจ้าเด็กนี่เป็นอันใดไป เมื่อเช้ายังดี ๆ อยู่เลย…”
ด้านตัวการยังไม่หยุด ในขณะซ่งชิงหลันเริ่มทำบางอย่างแล้วเช่นกัน
อยู่ ๆ นางก็ลุกขึ้นยกจอกเหล้า และบอกกับคน ณ ที่แห่งนี้ “วันนี้ถือโอกาสวันมงคลที่น้องชายคนโตของข้าเปิดร้าน ข้าเองก็มีข่าวดีมาประกาศเช่นกัน”
นางชะงักมือที่ถือจอกไว้ก่อนค่อย ๆ วางลง เหลือบมองซ่งชิงหนานพลางพยักหน้าให้ และหันไปหาแม่เฒ่าซ่ง
แม่เฒ่าซ่งไม่ได้สังเกต นางถามพร้อมรอยยิ้ม “ชิงหนาน เจ้ามีข่าวดีหรือ?”
ซ่งชิงหนานยิ้มและเอ่ยตอบ “ท่านย่า ข้ากำลังจะเข้าร่วมกองทัพ”