ทะลุมิติมาเป็นคุณหนูใหญ่กลับต้องมาเลี้ยงน้องจนได้ดีแถมต้องเลี้ยงลูกอีกต่างหาก - บทที่ 175 เขียนคำอธิษฐาน
- Home
- ทะลุมิติมาเป็นคุณหนูใหญ่กลับต้องมาเลี้ยงน้องจนได้ดีแถมต้องเลี้ยงลูกอีกต่างหาก
- บทที่ 175 เขียนคำอธิษฐาน
บทที่ 175 เขียนคำอธิษฐาน
ซ่งชิงหลันมองไปทางอู่ต้าหย่งที่ปรากฏตัวตรงหน้า และอดไม่ได้ที่จะกระตุกมุมปากขึ้นพลางคิดกับตัวเองในใจเงียบ ๆ ว่ามันบังเอิญเกินไปหรือไม่
บังเอิญเสียจนนางพูดไม่ออก
ตอนนี้อู่เชียนเชียนและอู่ต้าหย่งก็เห็นซ่งชิงหลันและคนอื่น ๆ เช่นกัน
อู่เชียนเชียนวิ่งไปหาทุกคนพร้อมโบกมือ แล้วเอ่ยทักทาย “ท่านย่า พี่ชิงหลัน ศิษย์น้อง บังเอิญยิ่งนัก ข้าไม่คิดว่าจะได้พบพวกท่านที่นี่”
จากนั้นอู่เชียนเชียนก็สังเกตเห็นว่าฉูซื่อโม่วก็มาที่นี่ด้วยเช่นกัน
นางยกยิ้มเล็กน้อย แล้วเริ่มเอ่ยหยอกล้อ “ฉูรั่วรั่ว เหตุใดเจ้าถึงมาอยู่ที่นี่ เมื่อคืนเห็นว่าเมาจนแทบจะโงหัวไม่ขึ้น ข้าคิดว่าเช้านี้จะนอนกองอยู่บนที่นอนแล้วเสียอีก ฮ่า ๆ”
ใบหน้าของเด็กหนุ่มขึ้นสีทันที ทั้งยิ้มเขินอายออกมา แต่ไม่มีความโกรธในแววตาแม้แต่น้อย ซ้ำยังตอบอย่างอารมณ์ดี “คุณหนูอู่ก็พูดเกินไปขอรับ”
ซ่งชิงหลันเอ่ยกับอู่เชียนเชียน “เชียนเชียน เหตุใดวันนี้เจ้าถึงได้มาที่วัดก่านอินเล่า?”
“ก็เพื่อศิษย์น้องนั่นแหละเจ้าค่ะ” ระหว่างที่เล่า สาวน้อยก็เลิกคิ้วมองไปทางซ่งชิงหนาน “ท่านพ่อข้าบอกว่าศิษย์น้องจะไปร่วมกองทัพแล้ว ดังนั้นก็ต้องมาที่วัดก่านอิน เพื่อขอยันต์คุ้มภัยให้เขา แล้วพี่ต้าหย่งก็บังเอิญว่างวันนี้พอดี ข้าจึงขอให้เขามาด้วยกัน อ้อ พวกท่านเองก็…”
แม่เฒ่าซ่งพยักหน้าด้วยรอยยิ้ม “ใช่แล้ว เราทุกคนมาที่นี่เพราะเหตุผลนี้เช่นกัน ไม่คิดเลยว่าคนที่โรงฝึกจะเอาใจใส่ชิงหนานถึงเพียงนี้ เจ้าต้องไปขอบคุณท่านอาจารย์ด้วยตัวเองชิงหนาน”
“ขอรับท่านย่า” ซ่งชิงหนานพยักหน้ารับคำ
และเกิดความรู้สึกอบอุ่นในหัวใจ แม้ว่าตนจะเข้ามาเป็นศิษย์อยู่ที่โรงฝึกจิงอู่ได้ไม่นาน แต่ที่นั่นก็ทำให้เด็กหนุ่มรู้สึกไม่ต่างจากอยู่ที่บ้าน ศิษย์พี่ศิษย์น้องทุกคนปฏิบัติต่อเขาอย่างดีราวกับตระกูลเดียวกัน ท่านอาจารย์ก็ดูแลดีดั่งบิดา เป็นมิตรภาพที่เขาจะไม่มีวันลืมชั่วชีวิต
อีกด้าน ซ่งชิงหลันรับรู้ได้ว่าอู่ต้าหย่งลอบมองนางเป็นครั้งคราว
และเมื่อนึกถึงสิ่งที่ท่านย่าพูดก่อนหน้านี้ ว่าเขาเป็นเนื้อคู่ตามดวงชะตา หญิงสาวก็อดรู้สึกอึดอัดขึ้นมาเสียไม่ได้
จึงได้รีบคว้ามือของอู่เชียนเชียนเข้ามาใกล้ “เชียนเชียน เจ้าอยากไปขอยันต์คุ้มภัยใช่หรือไม่ เราไปกันเถิด”
“อ้อ ไปกันเจ้าค่ะ”
ดังนั้นทุกคนจึงกลับเข้าไปในวัดกันอีกครั้ง และอธิษฐานขอให้ซ่งชิงหนานกลับมาอย่างปลอดภัย
ซ่งชิงหนานเก็บเครื่องรางทั้งหมดไว้ที่กระเป๋าในอกเสื้ออย่างระมัดระวัง
ทั้งหมดเพิ่งจะออกจากวัดอีกครั้ง อู่เชียนเชียนก็รีบจับมือพี่สาวเอาไว้ราวกับมีเรื่องสำคัญบางอย่าง แล้วเอ่ยเสียงเบา “พี่ชิงหลัน ท่านไปกับข้าสักประเดี๋ยวได้หรือไม่เจ้าคะ?”
“หืม เจ้าอยากไปที่ใดอย่างนั้นหรือ?”
“ไปแล้วจะรู้เองเจ้าค่ะ”
ว่าจบสาวน้อยก็ลากคนเป็นพี่ให้เดินตามไปยังที่แห่งหนึ่ง
แม่เฒ่าซ่งเห็นว่าสองสาวเดินออกไปแล้ว จึงเอ่ยเรียกเสียงดัง “เจ้าสองคน จะไปที่ใดกัน”
อู่เชียนเชียนตอบโดยไม่ได้หันกลับไปมอง “พวกเราจะไปเข้าห้องน้ำเจ้าค่ะ พวกท่านรอที่นี่ก่อนประเดี๋ยวข้ากลับมา”
ซ่งชิงหลันอดไม่ได้ที่จะหัวเราะออกมาระหว่างก้าวขาตามอู่เชียนเชียน นางมองน้องสาวแล้วเอ่ยหยอกล้อ “โถ่ เป็นสาวเป็นแส้ พูดเรื่องไปเข้าห้องน้ำออกมาเสียงดังเช่นนั้น ไม่เขินอายบ้างเลยหรือ?”
อู่เชียนเชียนเพียงแลบลิ้นออกมา แล้วเอ่ยเร่งซ่งชิงหลัน “เร็วเข้าเจ้าค่ะ ทางนี้”
ในขณะที่สี่คนที่เหลือถูกทิ้งให้รออยู่บริเวณด้านหน้าวัด
ซ่งชิงหนานหรี่ตาลงเล็กน้อยแล้วถามขึ้น “ท่าทางจะไม่ได้ไปเข้าห้องน้ำจริง ๆ หรอกขอรับ”
ฉูซื่อโม่วหันไปมองอย่างสงสัย “ถ้าอย่างนั้น พวกนางจะไปที่ใด”
“เรื่องนั้นข้าก็ไม่รู้” ซ่งชิงหนานยักไหล่ เดินไปพูดกับแม่เฒ่าซ่งแทน “ท่านย่า ท่านเหนื่อยมาตั้งแต่เช้าแล้ว ให้ข้าพาท่านไปนั่งพักที่รถม้าดีหรือไม่ขอรับ”
หญิงชราพยักหน้าเห็นด้วย “ดี ๆ ไปกันเถิด”
ปรากฏว่าอู่เชียนเชียนพาซ่งชิงหลันมายังต้นไม้อธิษฐานที่อยู่ท้ายวัด
นางไปหาเณรน้อยเพื่อบูชาผ้าแดงสำหรับเขียนขอพรมาด้วย จากนั้นก็เดินไปด้านข้างเอาพู่กันมาเขียนคำอธิษฐานลงบนผ้าสีแดงทันที
อู่เชียนเชียนมองซ่งชิงหลันพร้อมยิ้ม “พี่ชิงหลัน ท่านต้องการผ้าแดงด้วยหรือไม่ ข้าได้ยินมาว่าต้นไม้อธิษฐานที่วัดนี้ศักดิ์สิทธิ์ยิ่งนักเจ้าค่ะ”
ซ่งชิงหลันยิ้มแล้วโบกมือ “ไม่เป็นไร”
ใช้เวลาไม่นานสาวน้อยก็เขียนเสร็จสิ้น
ซ่งชิงหลันอ่านข้อความที่อยู่บนผ้าแดงในมือเรียวของสาวน้อย ‘ข้าปรารถนาจะชนะใจบุรุษผู้หนึ่ง แล้วอยู่ด้วยกันจนผมขาว ไม่มีสิ่งใดพรากพวกเราไปได้’
คนเป็นพี่สาวยิ้ม สามารถรู้ได้ในทันทีว่านางหมายถึงผู้ใด
จากนั้นก็เดินตามนางไปที่ต้นไม้อธิษฐาน
มันเป็นต้นไทรเก่าแก่ขนาดใหญ่ มีกิ่งก้านแผ่สาขาอย่างกว้างขวางและรากแก้วยึดพื้นดินแน่นหนาพันกันอย่างสวยงาม กิ่งก้านของต้นไม้ปกคลุมไปด้วยผ้าแดงสีสดใสเห็นแต่ไกล หากมองเพียงผิวเผินอาจเข้าใจผิดได้ว่าต้นไม้ต้นนี้ผลิใบออกมาเป็นสีแดง
ซ่งชิงหลันยืนอยู่ใต้ต้นไม้ มองไปที่ผ้าแดงมากมายก็อดไม่ได้ที่จะคิดขึ้นกับตัวเอง ‘มีคำอธิษฐานถึงเพียงนี้ ดูท่าว่างานของเทพเจ้าคงจะยุ่งเอามาก’
ระหว่างนั้น อู่เชียนเชียนที่อยู่ด้านหลังก็เอ่ยเรียกนางเสียงดัง “พี่ชิงหลัน ถอยทีเจ้าค่ะ ข้าจะเอาผ้าแดงขึ้นไป”
ซ่งชิงหลันหันมอง ก็เห็นว่าอู่เชียนเชียนกำลังเตรียมจะแขวนผ้าแดงขึ้นไปบนต้นไม้ จึงได้เข้าไปช่วยนางด้วยอีกแรง
เมื่อเห็นว่าผ้าแดงอธิษฐานแขวนอย่างแน่นหนาดีแล้ว อู่เชียนเชียนก็ปรบมืออย่างมีความสุข “เยี่ยมมาก ตอนนี้ข้าอธิษฐานเรียบร้อยแล้ว ไปกันเถิดเจ้าค่ะพี่ชิงหลัน”
ว่าจบ นางก็จับแขนซ่งชิงหลันแล้วพากันเดินกลับไป
มองดูท่าทางเบิกบานของนางแล้ว ซ่งชิงหลันก็อดไม่ได้ที่จะเอ่ยขึ้น “อย่างนี้นี่เอง ที่เจ้ามาที่นี่เพราะอยากมาอธิษฐานกับต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์สินะเชียนเชียน”
“ไม่ใช่นะเจ้าคะ” อู่เชียนเชียนหันมาปฏิเสธอย่างทันควัน “ข้ามาที่นี่เพื่อขอยันต์ให้ศิษย์น้องจริง ๆ การมาขอพรที่นี่เป็นเพียงทางผ่านที่แวะมาเท่านั้น”
“เหตุใดเจ้าไม่ลองไปดูดวงชะตา หรือเสี่ยงเซียมซีด้วยเล่า”
อู่เชียนเชียนเม้มริมฝีปาก “ข้าไม่ได้อยากได้คำทำนายเจ้าค่ะ ถ้ารู้คำทำนาย มันมีโอกาสเป็นได้ทั้งเรื่องดีและไม่ดี แต่การขอพรนั้นต่างออกไป หากขอพรอย่างตั้งใจ ก็จะทำให้รู้สึกสบายใจ ไม่ว่ามันจะได้ตามคำขอหรือไม่ก็ตาม ข้าไม่อยากรู้สึกกังวลมากเกินไปเจ้าค่ะ”
ซ่งชิงหลันยิ้ม “สาวน้อย เจ้าช่างหลักแหลมเหลือเกิน”
ระหว่างที่พูดคุยพร้อมหัวเราะไปด้วยกัน ทั้งสองก็เดินไปยังรถม้าที่จอดอยู่ขึ้นไปรวมกับแม่เฒ่าซ่งและคนอื่น ๆ
ฉูซื่อโม่วเป็นคนแรกที่เห็นว่าพวกนางเดินกลับมาแล้ว ดังนั้นจึงรีบถามขึ้นด้วยความเป็นห่วง “ท่านพี่ชิงหลัน คุณหนูอู่ พวกท่านไปถึงที่ใดกันขอรับ ข้าเป็นห่วงแทบแย่”
อู่เชียนเชียนเหลือบมองด้วยความหงุดหงิด แล้วรีบตอบ “ข้าไม่ใช่เด็กเล็ก มีสิ่งใดจะต้องเป็นห่วงกันเล่า”
“เชียนเชียน!” อู่ต้าหย่งหันมาปรามนางด้วยเสียงต่ำ “คุณชายฉูเป็นห่วง เจ้าไปพูดเช่นนั้นได้อย่างไร”
น้ำเสียงของเขาฟังดูราวกับเป็นผู้อาวุโสบ่นเด็กเล็ก ๆ ที่ไม่รู้เรื่อง
ซึ่งท่าทางเย่อหยิ่งของอู่เชียนเชียนลดลงทันควัน นางหน้ามุ่ยลงทันที แล้วเดินขึ้นรถม้าอย่างเชื่อฟังโดยไม่โต้เถียง