ทะลุมิติมาเป็นคุณหนูใหญ่กลับต้องมาเลี้ยงน้องจนได้ดีแถมต้องเลี้ยงลูกอีกต่างหาก - บทที่ 176 รอเจ้ากลับมา
- Home
- ทะลุมิติมาเป็นคุณหนูใหญ่กลับต้องมาเลี้ยงน้องจนได้ดีแถมต้องเลี้ยงลูกอีกต่างหาก
- บทที่ 176 รอเจ้ากลับมา
บทที่ 176 รอเจ้ากลับมา
หลังจากนั้นอู่ต้าหย่งบอกกับฉูซื่อโม่ว “คุณชายฉู หลานข้าถูกศิษย์พี่ตามใจตั้งแต่เด็ก ถึงได้พูดจาโผงผางเช่นนี้ คุณชายฉูโปรดอย่าได้ถือสา”
ฉูซื่อโม่วยิ้มบาง ท่าทีงดงามอ่อนโยนทำให้ผู้คนรู้สึกราวอยู่ท่ามกลางลมพัดโชยฤดูใบไม้ผลิ
เขาตอบเสียงนุ่มนวล “คุณชายอู่คิดมากไปแล้ว คุณหนูอู่เป็นคนห้าวหาญ ข้าย่อมไม่คิดถือสาขอรับ”
อู่เชียนเชียนที่นั่งอยู่ในรถม้าพลันแหวกม่านออกอย่างไม่สบอารมณ์ นางขึ้นเสียงใส่อู่ต้าหย่งซึ่งนั่งอยู่ด้านนอก “ผู้ใดเป็นหลานท่าน! ข้าไม่ใช่เสียหน่อย! เหอะ!”
เสียงตะโกนของนาง ทำให้ซ่งชิงหนานที่รับหน้าที่คนขับอยู่ด้านหน้าสะดุ้งโหยง
อู่เชียนเชียนยิ่งโกรธและเอ่ยระบายอารมณ์กับซ่งชิงหนาน “เหตุใดถึงยังนิ่งอยู่อีก เจ้าอยากกลับแล้วไม่ใช่หรือ รีบบังคับม้าออกเดินทางเร็วเข้า!”
ว่าจบนางก็สะบัดผ้าม่านรถม้าปิด ขณะหดหัวกลับเข้าไปด้านใน
ด้านฉูซื่อโม่วที่นั่งอยู่ข้างซ่งชิงหนาน
เขาสะกิดแขนซ่งชิงหนานก่อนถามเสียงค่อย “คุณหนูอู่เป็นอันใดไป เหตุใดถึงได้โกรธเพียงนั้น”
อีกฝ่ายส่ายหน้าบอก “ข้าจะบอกให้ เจ้าอย่าได้คิดคาดเดาจิตใจสตรีเลย”
เขาชะงักไปครู่หนึ่ง เม้มปากและหัวเราะพลางครุ่นคิด มันนับว่าเป็นถ้อยคำอันเป็นสัจจะ
หลังกลับมาจากวัดก่านเอิน แม่เฒ่าซ่งยังอยู่ในอาการตื่นเต้น
นางรู้ว่าการแต่งงานของซ่งชิงหลันยังไม่แล้วเสร็จ แต่ไม่ว่านางจะคิดอย่างไรก็อดมีความสุขไม่ได้
โดยเฉพาะหลังได้พบอู่ต้าหย่งที่วัดก่านเอิน นางยิ่งเชื่อว่าเขาถูกลิขิตมาให้ครองคู่กับซ่งชิงหลันเป็นแน่
และคืนนั้นเองซ่งชิงหลันกำลังจะเข้านอน ทว่าแม่เฒ่าซ่งยังเปิดประตูเข้ามาหาพร้อมรอยยิ้ม “หลันหลัน เฉินเฉินกับเยว่เยว่หลับแล้วหรือ?”
หญิงสาวมองแวบเดียวก็รู้จุดประสงค์ของนาง
นางไม่ได้พูดออกไปและยิ้มตอบ “หลับไปแล้วเจ้าค่ะ แล้วเหตุใดท่านย่ายังไม่นอนอีกเล่า มีอันใดให้ข้าช่วยหรือไม่เจ้าคะ?”
อีกฝ่ายรีบนั่งข้างนาง ก่อนจับมือขณะถามด้วยท่าทีจริงจัง “หลันหลัน เจ้าคิดว่าอย่างไร?”
“คิดสิ่งใดหรือเจ้าคะ?” นางแสร้งทำไม่รู้ว่าถามเรื่องอันใด
แม่เฒ่าซ่งโพล่งบอก “เรื่องนายท่านอู่อย่างไรเล่า!”
หญิงชราว่าเสียงดัง ทำเอาซ่งซิงเฉินกับซ่งซิงเยว่ที่กำลังนอนอยู่ร้อง ‘แง ๆ…’ ทั้งที่ยังหลับตา
ซ่งชิงหลันรีบเอื้อมมือไปตบก้นเล็กของสองพี่น้องเบา ๆ พลางเอ่ยปลอบ “โอ๋…ไม่ต้องกลัว… แม่อยู่นี่แล้ว…แม่อยู่นี่แล้ว…”
แม่เฒ่าซ่งปิดปากด้วยความตกใจขณะกลั้นหายใจ และโล่งใจเมื่อเห็นเจ้าตัวน้อยทั้งสองผล็อยหลับไปอีกครั้ง จากนั้นจึงปล่อยมือออก
นางเบาเสียง ส่งสายตาให้หลานสาวพร้อมกระซิบบอก “หลันหลัน ยิ่งข้าคิดข้าก็ยิ่งรู้สึกว่าคนที่ถูกลิขิตมาที่พระอาจารย์ที่วัดก่านเอินบอกวันนี้ก็คือนายท่านอู่ ดูสิ เขามาจากย่านหย่งเหอ ได้มาพบเจ้า ทั้งยังช่วยเหลือตระกูลเราไว้เพียงนี้ ข้าเองก็รู้สึกว่า…”
“ท่านย่า…” ในที่สุดซ่งชิงหลันก็อดเอ่ยแทรกไม่ได้ “ท่านเอาแต่พูดเช่นนี้จนเกือบรุ่งสางแล้วนะเจ้าคะ”
“ก็ได้ ๆ อย่างนั้นเจ้าก็พักผ่อนไปแล้วกัน” แม่เฒ่าซ่งลุกขึ้นอย่างรู้ความหมายดี
นางเดินไปทางประตู ทว่าก่อนจากไปยังไม่วายเอ่ยสมทบ “หลันหลัน เจ้ายังอายุน้อย ข้าหวังได้เห็นเจ้ามีความสุขในชีวิตภายภาคหน้า แล้วข้าจะได้นอนตายตาหลับได้อย่างสบายใจ”
ทันใดนั้นบรรยากาศเศร้าสร้อยก็ก่อตัวขึ้น
ซ่งชิงหลันหลุบตาลงเล็กน้อย ก่อนตอบพร้อมรอยยิ้ม “ท่านย่า ไม่ต้องเป็นห่วง ข้าจะทำให้ความหวังของท่านเป็นจริงเจ้าค่ะ”
หลังได้รับคำตอบจากนาง หญิงสูงวัยก็ก้าวออกไปอย่างสบายใจ
ซ่งชิงหลันเป่าเทียนดับไฟ ก่อนเอนหลังนอนไม่หลับไปครู่ใหญ่
ดูเหมือนการให้อู่ต้าหย่งรีบแต่งงานจะเป็นเพียงหนทางเดียว ที่ทำให้ท่านย่าเลิกคิดจับคู่พวกเขาด้วยกัน
วันถัดมา
ซ่งชิงหลันวาดแบบเสื้อผ้าอยู่ที่บ้าน
เมิ่งเตี๋ยหวู่กำลังดีดฉิน ในขณะซ่งซิงเฉินกับซ่งซิงเยว่นั่งอยู่ในเปล โบกไม้โบกมือพลางหัวเราะคิกคักกลิ้งไปมา
แต่เมิ่งเตี๋ยหวู่หยุดบรรเลงกะทันหัน ทำให้เสียงฉินพลันเงียบไป
ซ่งชิงหลันเงยหน้ามองและถาม “เป็นอันใดไปหรือเจ้าคะ?”
อีกฝ่ายท่าทีลังเล ดวงตาดอกท้อเปล่งประกายแววกังวล ในที่สุดก็อดถามสิ่งที่สงสัยในใจออกไปไม่ได้ “ชิงหลัน ข้าได้ยินว่าเจ้ากับคุณชายอู่ พวกเจ้า…”
พู่กันในมือถูกวางลง
นางยิ้มจนปัญญาก่อนถาม “ท่านย่าบอกท่านแล้วหรือ?”
“อืม” เมิ่งเตี๋ยหวู่พยักหน้าหงึกหงักและพูดต่อ “ท่านย่าบอกว่าเจ้าไปวัดก่านเอินเมื่อวานแล้วไปเสี่ยงเซียมซีมา บอกว่าคนที่ถูกลิขิตมาให้ครองคู่คือคุณชายอู่! เจ้าไม่รู้หรอกว่าท่านย่าตื่นเต้นเพียงใดตอนมาเล่าให้ข้าฟัง”
“เฮ้อ…” ซ่งชิงหลันถอนหายใจเบา ๆ
นางที่ทำตัวไม่ถูกจึงได้แต่อธิบาย “อันที่จริงข้าเสี่ยงเซียมซีเอาสนุกเท่านั้น ไม่ได้อยากจะถามเรื่องการแต่งงานเลย แต่ก็อดขัดความดีใจของนางไม่ได้จึงปล่อยผ่านไป นึกไม่ถึงว่าเรื่องจะยิ่งไปกันใหญ่ จนเกรงว่าจะไม่มีที่สิ้นสุด เฮ้อ…หากรู้เช่นนี้ข้าคงไม่ทำตั้งแต่แรก”
“อย่างนั้นเจ้ากับคุณชายอู่ก็ไม่มีความสัมพันธ์กันเชิงชู้สาวหรือ?”
“ย่อมไม่มีอยู่แล้วเจ้าค่ะ ข้าคิดกับเขาเพียงพี่ชาย” ซ่งชิงหลันเหลือบมองอีกฝ่ายและบอกด้วยท่าทีจริงจัง “อีกอย่างท่านดูไม่ออกหรือว่าเชียนเชียนเองก็ชอบเขา เห็นแก่มิตรภาพกับเชียนเชียน ข้าทำเช่นนั้นไม่ลงหรอกเจ้าค่ะ!”
“ก็จริง…” อีกฝ่ายพยักหน้า “ข้าเพียงได้ยินมาว่าคำทำนายที่วัดก่านเอินนี้แม่นยำมาก หรือเนื้อคู่ของเจ้าจะเป็นคนอื่น”
พูดถึงเรื่องนี้เจ้าตัวก็ตื่นเต้นขึ้นมาอีกครั้ง
ซ่งชิงหลันไม่เข้าใจเหลือเกิน เหตุใดถึงมีคนสนใจชีวิตรักของตนถึงเพียงนี้
นางยิ้มบอก “ข้าเข้าใจ มันไม่ได้ซับซ้อนถึงเพียงนั้น ท่านไม่จำเป็นต้องจริงจัง ตอนนี้ข้าก็มีความสุขดี หาเงินเลี้ยงลูกได้ เพียงเท่านี้ข้าก็พอใจแล้วเจ้าค่ะ”
เมิ่งเตี๋ยหวู่หัวเราะ “เจ้านี่ ชอบคิดและทำต่างจากคนอื่นอยู่ตลอด”
สองวันผ่านไป
ในวันนี้ เป็นวันที่ซ่งชิงหนานต้องจากบ้านไปเข้าร่วมกองทัพ
เดิมทีเขาตกลงกับตระกูลไม่ให้ไปส่ง ทว่าซ่งชิงหลันกับแม่เฒ่าซ่งยังอดมาร่ำลาไม่ได้ แม้แต่คนจากโรงฝึกจิ่งอู่ยังมาส่งด้วย
ซ่งชิงหนานบอกลาพวกพ้องที่ร่วมฝึกกันมา ก่อนเดินไปยืนตรงหน้าตระกูล
แม่เฒ่าซ่งกลั้นน้ำตาที่ไหลพรากบนหน้าไม่ไหว นางสะอึกสะอื้นพลางบอก “เจ้าต้องดูแลตัวเองให้ดี…ดีนะ ตระกูลของเรา…รอเจ้ากลับมาอยู่”
“อื้ม” เขาพยักหน้ารับ
ซ่งชิงหลันยื่นสัมภาระที่เตรียมไว้ให้เขาก่อนกล่าวกำชับ “อย่าลืมเขียนจดหมายส่งกลับมาที่บ้านด้วย”
เมื่อตั้งท่าจะตอบ เสียงกระหึ่มจากกองทัพก็ดังขึ้นห่างออกไป
พวกเขากำลังจะออกเดินทางกันแล้ว