ทะลุมิติมาเป็นคุณหนูใหญ่กลับต้องมาเลี้ยงน้องจนได้ดีแถมต้องเลี้ยงลูกอีกต่างหาก - บทที่ 185 กำยานผิดปกติ
- Home
- ทะลุมิติมาเป็นคุณหนูใหญ่กลับต้องมาเลี้ยงน้องจนได้ดีแถมต้องเลี้ยงลูกอีกต่างหาก
- บทที่ 185 กำยานผิดปกติ
บทที่ 185 กำยานผิดปกติ
เมื่อเห็นว่าอีกไม่ไกลจะเป็นทางออกจากตรอกเยียนหลิ่วแล้ว เพียงเลี้ยวที่ทางแยกด้านหน้า
อยู่ ๆ ทั้งสองก็เห็นร่างหนึ่งแวบผ่านสายตาไปอย่างรวดเร็ว และเมื่อนางหันตามไปอีกครั้ง ก็เห็นว่ามีเพียงสตรีแต่งกายด้วยอาภรณ์ชั้นดียืนอยู่
นางเลิกคิ้วมองหญิงสาวทั้งสอง ท่าทางราวกับร้อนใจบางอย่าง จากนั้นก็หันหลังเดินจากไป
ซ่งชิงหลันหรี่ตาลง จับมืออู่เชียนเชียนแล้วเอ่ยขึ้น “เชียนเชียน เมื่อครู่เจ้าเห็นผู้หญิงผู้นั้นหรือไม่ ข้ารู้สึกคุ้นหน้านางเสียจริง”
“เจ้าค่ะ ข้าก็เห็น” สาวน้อยพยักหน้าตามอย่างใช้ความคิด “ข้าเพียงรู้สึกว่าเสื้อผ้าที่นางใส่ดูคุ้นตา ราวกับเคยเห็นที่ใดมาก่อน แต่ยังคิดไม่ออก…”
“นั่นเป็นเสื้อผ้าของคนจากจวนผู้ว่า” อยู่ ๆ ดวงตาของซ่งชิงหลันก็เป็นประกาย “นั่นคือเสื้อผ้าที่สาวใช้ในจวนผู้ว่าสวมใส่นี่”
อู่เชียนเชียนปิดปากด้วยความตกใจ แล้วเอ่ยเสียงเบา “เหตุใดคนจากจวนผู้ว่าถึงมาอยู่ในที่เช่นนี้เจ้าคะ นางมาเพื่อรับยาสำหรับตัวเอง หรือสำหรับผู้อื่น หรือจะมีเรื่องสกปรกเกิดขึ้นในจวนท่านผู้ว่าเจ้าคะ?”
ทั้งสองจึงลอบเดินไปตามทางที่เห็นว่าสาวใช้ผู้นั้นเดินหายเข้าไป
ซ่งชิงหลันพบบางอย่างตกอยู่ที่พื้น จึงเก็บขึ้นด้วยความสงสัย “นี่มันคือสิ่งใดกัน?”
อู่เชียนเชียนเข้ามาดู “พี่ชิงหลัน นี่มันถุงประจำตัว นั่นอาจจะเป็นของที่สาวใช้ผู้นั้นทำตกเอาไว้ระหว่างวิ่งหนีก็ได้เจ้าค่ะ”
ซ่งชิงหลันมองของในมือตนเอง จากนั้นก็มีสีหน้ามืดมนทันที หญิงสาวกำมือแน่นแล้วพูดเสียงเย็น “ถ้าอย่างนั้นเราไปกันเถิด”
ว่าอย่างนั้น นางก็เก็บถุงใบนั้นกลับมาด้วย
อีกด้าน แม่เฒ่าซ่งกินยาอยู่เป็นเวลาสองวัน ร่างกายก็เริ่มดีขึ้นตามลำดับ จนตอนนี้สามารถลุกจากเตียงไปเล่นกับสองแฝดได้แล้ว
เมื่อนึกถึงอาการป่วยอย่างกะทันหันของตน หญิงชราก็ถอนหายใจออกมา “ย่าไม่รู้เลยว่ามันเกิดเหตุใดขึ้น แต่เมื่อคิดถึงย่าของซื่อโม่วที่ป่วยหนักก็ใจไม่ดีขึ้นมา ย่าหยุดคิดไม่ได้ พลิกตัวไปมาทั้งคืน นอนไม่หลับจนสุดท้ายก็หน้ามืดไปอย่างไม่รู้ตัว”
“ท่านย่าเพียงเครียดเกินไปเจ้าค่ะ” ซ่งชิงหลันตอบเพียงสั้น ๆ
แม่เฒ่าซ่งพยักหน้ารับอย่างเห็นด้วย “ย่าเองก็คิดอยู่ น่าจะเป็นอย่างนั้น ดูเหมือนว่าควรจะคิดเรื่องไม่ดีในอดีตให้มันน้อยลง คิดถึงเฉินเฉินกับเยว่เยว่ของเราก็เพียงพอแล้ว จะได้สบายใจ จริงหรือไม่ เฉินเฉิน เยว่เยว่”
ระหว่างเอ่ยเช่นนั้น ท่านทวดของหนูน้อยทั้งสองก็พยักหน้ากับเด็ก ๆ ไปด้วย
ราวกับว่าพวกเขาเข้าใจในสิ่งที่หญิงชราพูด จึงพากันหัวเราะเสียงดัง แล้วตะโกนออกมาว่า “เย่! เย่ เย่”
ซ่งชิงหลันมองไปทางท่านย่าและลูก ๆ ก่อนจะเอ่ยออกมา “ดังที่เขาว่ากันว่า สุขภาพที่ดีต้องเกิดจากทั้งกายแข็งแรงและใจมีความสุข ตราบใดที่ท่านไม่คิดมาก ก็จะมีสุขภาพดี ชีวิตก็ยืนยาวเจ้าค่ะ”
ทันใดนั้นเองท่านย่าก็ราวกับจะนึกบางอย่างขึ้นได้ หันมองมาทางหลานสาวแล้วถามขึ้น “ว่าไปแล้ว ชิงหลัน เจ้าดูแลย่ามาสองวัน ไม่ได้ไปที่จวนท่านผู้ว่าเพื่อดูชีพจรของท่านหญิงเลย”
“จริงด้วย ข้าลืมเรื่องนี้ไปเสียสนิท” หลังจากพูดขึ้น ซ่งชิงหลันก็ลุกขึ้นยืน “ท่านย่า ถ้าอย่างนั้น ข้าจะไปที่จวนท่านผู้ว่าก่อน ท่านอยู่ที่นี่ ฝากเฉินเฉิน เยว่เยว่ด้วยนะเจ้าคะ”
ว่าจบหญิงสาวก็เข้าไปเปลี่ยนเสื้อผ้าชุดใหม่ในห้อง
ระหว่างที่กำลังจะออกไป อยู่ ๆ ซ่งชิงหลันก็เหลือบไปมองที่โต๊ะเครื่องแป้ง
ดวงตาของหญิงสาวมืดมน นางลังเลเล็กน้อย ในที่สุดก็หยิบถุงที่เก็บได้ออกมาด้วย
ตอนนี้ซ่งชิงหลันสามารถเข้าออกจากคฤหาสน์ท่านผู้ว่าได้อย่างอิสระ แม้แต่สาวใช้และคนงานก็คุ้นเคยก็ให้ความเคารพนางเมื่อได้พบ
เมื่อมาถึงเรือนของหลิงซีเหยียน ก็บังเอิญเห็นชิงจูที่ออกมาจากห้องครัวพอดี
สาวใช้ตัวน้อยเห็นว่าเป็นซ่งชิงหลันก็เอ่ยทักทายด้วยรอยยิ้ม “แม่นางซ่ง ท่านมาที่นี่แล้ว เราไม่ได้พบกันมาสองสามวัน ท่านหญิงไม่ได้ตรวจชีพจรเลย ข้ากำลังคิดว่าจะออกไปพบท่านวันรุ่งอยู่พอดีเลยเจ้าค่ะ”
ซ่งชิงหลันยิ้มและอธิบาย “ท่านย่าของข้าป่วยกะทันหันเมื่อสองวันก่อน จึงได้ไม่มีเวลามาที่นี่ ว่าแต่เจ้าถือสิ่งใดอยู่?”
ชิงจูส่งถาดให้ซ่งชิงหลันดูทันที “นี่เป็นรังนกตุ๋นตามคำสั่งท่าน ข้าตุ๋นเองกับมือเลยเจ้าค่ะ เป็นอย่างไรบ้างเจ้าคะ”
“อืม”
ซ่งชิงหลันมองดูสีและดมกลิ่น นางก็รู้ได้ทันทีว่านี่เป็นรังนกชั้นดี
สตรีมีครรภ์ดื่มรังนกจะช่วยบำรุงทั้งมารดาและบุตรให้แข็งแรง
ทั้งสองเดินเข้าไปในเรือนพร้อมกัน
ซ่งชิงหลันเอ่ยถามสาวน้อย “วันนี้ท่านพี่ซีเหยียนเป็นอย่างไรบ้าง”
“อืม…ท่านหญิงดูอ่อนเพลียมาสองสามวันแล้วเจ้าค่ะ ไม่ค่อยอยากอาหารเท่าไรนัก ถึงอยาก แต่เมื่อกัดไปได้สองสามคำก็ไม่สามารถทานต่อได้อีก”
“ท้องอ่อน ๆ ก็มักจะเป็นเช่นนี้ เจ้าเตรียมบ๊วยแห้งหวานติดไว้ให้ท่านพี่ซีเหยียนกินด้วย จะได้ช่วยให้อาการคลื่นไส้ดีขึ้นบ้าง”
ชิงจูพยักหน้า “ข้าจัดการเรียบร้อยแล้วเจ้าค่ะ”
“ดีแล้ว ข้าจะไปตรวจชีพจรให้ท่านพี่ซีเหยียนเสียหน่อย”
ทันทีที่ซ่งชิงหลันก้าวเข้าไปในห้อง นางก็รู้สึกว่ามีบางอย่างผิดปกติ
หญิงสาวหรี่ตาลงเล็กน้อย มองไปรอบ ๆ อย่างรวดเร็ว ในที่สุดก็หันไปเห็นกระถางกำยานที่ตั้งอยู่ตรงมุมห้อง
ซ่งชิงหลันขมวดคิ้วถามทันที “นี่มันธูปอันใด”
ชิงจูวางรังนกลงที่โต๊ะ แล้วอธิบาย “นี่เป็นกำยานที่ช่วยให้ผ่อนคลายเจ้าค่ะ นายหญิงอาวุโสมอบให้ท่านหญิง เป็นครั้งแรกที่ได้รับของขวัญจากนางเลยนะเจ้าคะ”
ซ่งชิงหลันเดินเข้าไปใกล้กำยานนั่น
สีหน้าของนางตึงเครียดขึ้นเรื่อย ๆ และถามเสียงต่ำ “มันถูกจุดมานานเพียงใดแล้ว”
“เอ๊ะ…” ชิงจูลูบคางแล้วครุ่นคิด “น่าจะสองสามวันได้เจ้าค่ะ”
ซ่งชิงหลันเปิดกระถางกำยานนั่นออกมา สีหน้าเคร่งเครียด รีบพูดกับชิงจู “ชิงจู เร็วเข้าเอากระถางนี่ออกไปจากเรือนเสีย”
สาวน้อยไม่มีเวลามาถามถึงเหตุผล เมื่อได้ยินคำสั่งของซ่งชิงหลัน ร่างกายก็รีบก้าวไปจัดการตามนั้นทันที รีบเอากระถางกำยานออกไปจากตรงนี้
การเคลื่อนไหวของหญิงสาวทั้งสอง ปลุกให้หลิงซีเหยียนที่นอนอยู่บนเตียงตื่นขึ้น
นางพยุงร่างขึ้นพิงหัวเตียง มองไปทางซ่งชิงหลันด้วยความสงสัย “ชิงหลัน เกิดเหตุใดขึ้นอย่างนั้นหรือ?”
ซ่งชิงหลันขมวดคิ้ว เอ่ยเสียงเรียบ “มีชะมดเชียง[1]* อยู่ในกำยานนี่เจ้าค่ะ”
ชะมดเชียง ทุกคนรู้ดีว่ากลิ่นของมันมีผลต่อสตรีมีครรภ์อย่างไร
“ว่าอย่างไรนะ” หลิงซีเหยียนหน้าซีดด้วยความตกใจ ส่ายหน้าอย่างไม่อยากจะเชื่อ “จะเป็นไปได้อย่างไรกัน ผู้ใดต้องการปองร้ายลูกข้า”
“ท่านหญิง” ชิงจูกล่าวด้วยน้ำเสียงหวาดกลัว “กำยานนี่นายหญิงอาวุโสส่งมาเจ้าค่ะ”
ระหว่างที่เอ่ยเช่นนั้น สาวน้อยก็มองเจ้านายของตนและซ่งชิงหลันอย่างรู้สึกผิด “ท่านหญิง เป็นความผิดข้าน้อยเองที่ประมาทเกินไป แม่นางซ่งกำชับกับข้าน้อยแล้วให้ระวัง ทั้งเรื่องอาหารการกิน เสื้อผ้าข้าวของทั้งหมดของท่านหญิง แต่ข้าน้อยคิดว่าของที่นายหญิงอาวุโสให้มา ก็น่าจะไม่เป็นอันใด ไม่คิดเลยว่า…”
ซ่งชิงหลันส่ายหน้าไปมา “ไม่ใช่ นายหญิงเหวยไม่น่าจะทำเช่นนี้”
*[1] ชะมดเชียง ต่อมกลิ่นของชะมดตัวผู้ ใช้เป็นยาแผนโบราณ มีผลเสีย คือทำให้มดลูกบีบตัวไวขึ้น โดยเฉพาะกับมดลูกที่ตั้งครรภ์ จะทำให้มีการบีบตัวแรงขึ้นและทำให้แท้งได้