ทะลุมิติมาเป็นคุณหนูใหญ่กลับต้องมาเลี้ยงน้องจนได้ดีแถมต้องเลี้ยงลูกอีกต่างหาก - บทที่ 186 ไม่มีทางจะทำร้ายเลือดเนื้อเชื้อไขของตระกูลเหวย
- Home
- ทะลุมิติมาเป็นคุณหนูใหญ่กลับต้องมาเลี้ยงน้องจนได้ดีแถมต้องเลี้ยงลูกอีกต่างหาก
- บทที่ 186 ไม่มีทางจะทำร้ายเลือดเนื้อเชื้อไขของตระกูลเหวย
บทที่ 186 ไม่มีทางจะทำร้ายเลือดเนื้อเชื้อไขของตระกูลเหวย
นายหญิงเหวยต้องการทายาทมาหลายปี แม้ว่านางจะไม่ได้ชอบหลิงซีเหยียน แต่ก็ไม่มีทางจะทำร้ายเลือดเนื้อเชื้อไขของตระกูลเหวยได้ลงคอ
หลิงซีเหยียนเองก็เห็นด้วยกับคำพูดของซ่งชิงหลัน นางขบริมฝีปากอย่างกังวลใจ “ผู้ใดกัน”
ทันใดนั้น ซ่งชิงหลันก็คิดบางอย่างขึ้นมาได้ นางหยิบถุงที่เก็บได้ในตรอกขึ้นมา ก่อนจะมองไปที่ชิงจูแล้วเอ่ยถาม “ชิงจู เจ้าดูทีว่าสิ่งนี้เป็นของผู้ใด”
ชิงจูมีท่าทางตกใจ “ข้าจำได้ นี่เป็นของม่ายตง สาวใช้ของแม่นางป๋ายเจ้าค่ะ”
ซ่งชิงหลันยิ้มเย็นขึ้นมา “เป็นนางจริง ๆ ด้วย”
หลังจากนั้นก็หันไปพูดกับชิงจู “ชิงจู ไปเชิญท่านผู้ว่ามาที่นี่ นายหญิงอาวุโส และแม่นางป๋ายด้วย”
ไม่นานทุกคนก็พากันมาถึงที่เรือนของหลิงซีเหยียน
ซ่งชิงหลันไม่ได้อ้อมค้อม มองไปทางเหวยจือหล่างแล้วเข้าประเด็นทันที “ท่านผู้ว่า กำยานที่จุดให้ท่านหญิงมีชะมดเชียงอยู่ คนที่ผสมมันลงไปทำได้แนบเนียนมาก และไม่ได้ใส่ในปริมาณมากเกินไป วันนี้ถ้าข้าไม่มาแล้วได้กลิ่นเข้าก่อน เกรงว่าเด็กในครรภ์ของท่านพี่ซีเหลียนคงไม่รอด”
เหวยจือหล่างเข้าไปกอดภรรยาที่นั่งหวาดผวาอยู่บนเตียง และมองมารดาตนเองอย่างเย็นชา “ท่านแม่ ท่านทำเช่นนี้ได้อย่างไรขอรับ”
นายหญิงเหวยพูดเสียงดังด้วยความตกใจ “เป็นความจริงที่แม่เป็นคนส่งกำยานช่วยให้ผ่อนคลายนี่ให้นาง แต่แม่ไม่ได้ใส่สิ่งใดที่ผิดปกติลงไปในนั้นเลย เด็กที่ภรรยาเจ้าตั้งครรภ์อยู่ก็คือหลานของแม่ เลือดเนื้อเชื้อไขตระกูลเหวยของเรา แม่จะทำเรื่องเช่นนี้ไปเพื่อเหตุใด”
ซ่งชิงหลันยิ้ม แล้วเริ่มเอ่ย “ท่านควรจะขอให้ผู้ที่รู้เรื่องนี้ดีที่สุด อย่างแม่นางป๋ายเป็นผู้อธิบายมากกว่าเจ้าค่ะ”
ว่าจบก็มองไปทางป๋ายเสี่ยวม่านอย่างเย็นเยียบ
อาการของคนถูกพาดพิงกลับดูสงบอย่างมาก “จะกล่าวหาข้าต้องมีหลักฐานก่อน ข้าไม่เคยทำเรื่องเลว ๆ เช่นนั้น แม้แต่ของอย่างชะมดเชียงก็ไม่เคยมีอยู่ ไม่เชื่อก็ไปค้นห้องข้าได้เลย”
ซ่งชิงหลันยิ้มเย็น “ท่านจะไปทำเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ เช่นนั้นด้วยตัวเองอย่างนั้นหรือ คนอย่างท่านไปที่ร้านยาเพื่อซื้อชะมดเชียงก็คงจะสะดุดตาเกินไป คงหนีไม่พ้นจะสั่งให้สาวใช้ไปที่ตรอกเหยียนหลิว เพื่อซื้อมันมา”
ทันใดนั้น ดวงตาของป๋ายเสี่ยวม่านมีแววของความตกใจ แต่ไม่นานก็กลับมาเป็นปกติ
นางระมัดระวังมากในการทำตามแผนการครั้งนี้ แต่ไม่คิดว่าซ่งชิงหลันจะรู้ทันเรื่องเช่นนี้ได้
ซ่งชิงหลันสังเกตเห็นอาการของอีกฝ่ายอย่างไม่คลาดสายตา ทั้งยังเห็นอีกว่าม่ายตงที่อยู่ด้านหลังกำลังตัวสั่นด้วยความกลัว
นางจึงยิ้มขึ้นมา แล้วเอ่ยต่อ “บังเอิญว่าวันนั้นข้าไปที่ตรอกเหยียนหลิวพอดี แล้วก็ได้ของส่วนตัวของม่ายตงที่ตกอยู่ที่นั่นมาด้วย มาดูสิม่ายตง นี่ใช่ของเจ้าหรือไม่?”
ม่ายตงเงยหน้าขึ้น และทันทีที่เห็นของในมือของซ่งชิงหลัน สาวใช้ก็ไม่สามารถอดทนต่อความกลัวได้อีกต่อไป
รีบคุกเข่าลงกับพื้นพร้อมร้องไห้ขอความเมตตา “นายท่านเจ้าคะ แม่นางป๋ายเป็นคนสั่งให้ข้าน้อยไปซื้อชะมดเชียงนี่ และยังให้ข้าใส่มันลงไปในกระถางกำยานของท่านหญิงเจ้าค่ะ นายท่านได้โปรด ยกโทษให้ข้าน้อยด้วย ข้าน้อยถูกบังคับ…”
สิ้นเสียงสาวใช้ ป๋ายเสี่ยวม่านก็มีท่าทีกระวนกระวาย มองไปทางม่ายตง แล้วรีบพูดขึ้น “นังขี้ข้าชั้นต่ำ เจ้าพูดเรื่องไร้สาระอันใดกัน อยากถูกตบปากหรืออย่างไร!”
ดวงตาของม่ายตงเต็มไปด้วยน้ำตาแห่งความคับแค้นใจ “แม่นางป๋าย ข้าพูดไร้สาระอย่างไรเจ้าคะ ท่านอิจฉาท่านหญิงมาตลอด และยังกังวลว่าจะไม่ได้แต่งงานกับนายท่าน จึงได้วางแผนทำร้ายทายาทของท่านหญิงอย่างไรเล่า”
“หุบปากประเดี๋ยวนี้!” ป๋ายเสี่ยวม่านอดไม่ได้ที่จะตะโกนเสียงดัง และยกมือขึ้นจะตบสาวใช้
“หยุดประเดี๋ยวนี้” เหวยจือหล่างเอ่ยขึ้นเสียงเย็น
เขาเดินเข้ามาตรงหน้าป๋ายเสี่ยวม่าน ด้วยสีหน้านิ่งสนิท “จวนผู้ว่าแห่งนี้ไม่สามารถให้ที่พักพึงแก่คนเลวทรามเช่นเจ้าได้อีก พ่อบ้าน จัดการส่งแม่นางป๋ายกลับบ้านเกิดนางไปเสีย”
ใบหน้าของหญิงสาวร่างอวบซีดลงด้วยความตกใจ นางรีบส่งสายตาอ้อนวอนไปที่นายหญิงเหวย “ท่านป้าเจ้าคะ”
แต่ในตอนนี้ นายหญิงเหวยโกรธจนไม่แม้แต่จะมองหน้าป๋ายเสี่ยวม่านอีก
ในที่สุดเรื่องวุ่นวายก็จบลง
หลิงซีเหยียนยังอยู่ในการอาการหวาดผวา นางมองซ่งชิงหลันแล้วพูดขึ้น “ชิงหลัน โชคดีเหลือเกินที่มีเจ้าอยู่ ไม่เช่นนั้นข้ากับลูกต้องแย่แน่ ๆ ขอบคุณเจ้าอย่างยิ่ง…”
คนเป็นน้องส่ายหน้าด้วยรอยยิ้ม “ท่านพี่ซีเหยียน ตอนนี้ท่านสามารถเตรียมตัวเป็นแม่ได้อย่างสบายใจแล้วนะเจ้าคะ”
หลังพูดจบนางก็หันหน้าไปทางชิงจูที่ยุ่งอยู่กับตู้เสื้อผ้าด้านข้าง แล้วถามขึ้น “ชิงจู เจ้าทำสิ่งใดอยู่”
สาวน้อยเอ่ยตอบ ขณะที่มือก็ยังจัดแจงเสื้อผ้าไปด้วย “ท้องของท่านหญิงใหญ่ขึ้นทุกวัน ข้าน้อยกลัวว่าเสื้อผ้าพวกนี้จะสวมใส่ไม่ได้อีกต่อไป จึงเตรียมเก็บให้เรียบร้อย จะได้มีที่สำหรับเสื้อผ้าชุดใหม่เจ้าค่ะ ท้องท่านโตมากขึ้นทุก ๆ เดือน ท่าทางว่าจะต้องเตรียมเสื้อผ้าใหม่อีกหลายชุด”
“จริงด้วย ข้าลืมเรื่องสำคัญเช่นนี้ไปได้อย่างไรกัน” อยู่ ๆ ซ่งชิงหลันก็คว้ามือหลิงซีเหยียนมากุมเอาไว้ “ท่านพี่ซีเหยียนท่านไม่ต้องกังวล ข้าจะเตรียมชุดคลุมท้องให้ท่านเองเจ้าค่ะ”
หลิงซีเหยียนกะพริบตาอย่างสงสัย “ชุดคลุมท้องอย่างนั้นหรือ?”
ซ่งชิงหลันยิ้มและยังมีแววของความตื่นเต้นอยู่ไม่น้อย “ใช่แล้วเจ้าค่ะ ขอบคุณท่านที่เป็นแรงบันดาลใจให้ข้า ข้าจะกลับไปที่ร้านเสื้อชิงเยว่ก่อน”
ว่าจบนางก็หายตัวไปในพริบตา
ชิงจูมองอย่างตกตะลึง แต่ก็ยังไม่คลายความสงสัย “เหตุใดอยู่ ๆ แม่นางซ่งก็กลับไปแล้วหรือเจ้าคะ”
หลิงซีเหยียนยิ้มจาง “นางเป็นคนว่องไวอย่างน่าประหลาดเช่นนี้เสมอ ทุกครั้งที่คิดสิ่งใดใหม่ ๆ ขึ้นมาได้ ท่าทางนางอาจจะคิดแบบชุดใหม่ก็ได้”
หลังออกจากจวนท่านผู้ว่า ซ่งชิงหลันก็ตรงกลับไปร้านเสื้อชิงเยว่ทันที
เป็นเวลานานแล้วที่นางไม่ได้มาที่นี่ นั่นทำให้เหวยหมิ่นจือและเหอไห่หลิงประหลาดใจไม่น้อย “หลันหลัน เหตุใดวันนี้เจ้าถึงได้ว่างมาที่นี่ได้เล่า?”
ซ่งชิงหลันยุ่งอยู่กับการสร้างบ้านและกิจการร้านอาหารในช่วงที่ผ่านมา ดังนั้นจึงส่งคนให้เอาแบบเสื้อผ้ามาให้ที่ร้าน ทั้งยังปล่อยให้หลี่ซิ่วซิ่วเป็นคนออกแบบเสื้อผ้าใหม่ ๆ ขึ้นมาขายด้วย
หลานสาวรีบตอบท่านป้าทั้งสอง “ข้าคิดวิธีหาเงินใหม่ ๆ ได้แล้วเจ้าค่ะ”
ว่าจบก็รีบตรงเข้าไปในห้องทำงานส่วนตัวหลังร้านทันที
ผู้ดูแลทั้งสองเข้าใจว่านางคงต้องการสมาธิในการออกแบบ จึงไม่ได้รบกวนต่อ และไม่ถามอันใดเพิ่มอีก
ซ่งชิงหลันออกแบบชุดใหม่เรียบร้อยในช่วงบ่าย
เมื่อมองไปยังกระดาษที่มีแบบเสื้อผ้า ที่ถูกวาดลงไปบนนั้นหลังจากการปรับแต่งครั้งแล้วครั้งเล่า ในที่สุดหญิงสาวก็คลี่ยิ้มอย่างพึงพอใจ
นางเปิดประตูออกจากห้องทำงาน เรียกหาหลี่ซิ่วซิ่วที่อยู่ห้องเย็บปักด้านข้าง “ซิ่วซิ่ว มานี่ทีสิ”
หลี่ซิ่วซิ่วรู้ว่าซ่งชิงหลันมาที่ร้าน แล้วเข้าไปเก็บตัวอยู่ในห้องตั้งแต่มาถึง ก็พอเดาได้ว่าเจ้านายน่าจะคิดแบบเสื้อผ้าใหม่ออกมา
“เจ้าค่ะ ข้ากำลังไป” หลังจากรับคำ สาวน้อยก็แทบจะรอไม่ไหวที่จะได้เห็นงานชิ้นใหม่
ซ่งชิงหลันรีบกวักมือเรียกช่างปักสาว อย่างกระวนกระวาย “ซิ่วซิ่ว มานี่เร็วเข้า นี่คือเสื้อผ้าที่ข้าออกแบบพิเศษสำหรับสตรีมีครรภ์ เรียกว่าชุดคลุมท้อง เจ้าคิดว่าอย่างไร”
“ชุดคลุมท้องหรือเจ้าคะ?” หลี่ซิ่วซิ่วเอากระดาษที่มีแบบเสื้อผ้าขึ้นมาดู แล้วพิจารณา
จากนั้นก็ชี้ไปที่เชือกรูดทั้งสองด้านของเสื้อในภาพด้วยความสงสัย “พี่ชิงหลัน เชือกตรงนี้มีเพื่อสิ่งใดหรือเจ้าคะ ใช้ตกแต่งอย่างนั้นหรือ?”
ซ่งชิงหลันยิ้มอย่างภูมิใจนำเสนอ “เชือกนี่แหละที่เป็นกุญแจสำคัญของชุดคลุมท้อง”
“โอ้ อย่างไรกันเจ้าคะ?”
“สตรีตั้งครรภ์กว่าจะคลอดก็นานถึงเก้าเดือน ท้องจะค่อย ๆ ขยายขึ้น เสื้อผ้าที่สวมใส่ก็จะต้องเปลี่ยนไปตามขนาดของท้องในแต่ละช่วง ดังนั้นข้าจึงออกแบบเสื้อผ้าที่สามารถขยายขนาดช่วงตัวออกได้ตามอายุครรภ์อย่างไรเล่า ไม่ว่าจะท้องอ่อนหรือท้องแก่ก็จะยังสวมชุดตัวนี้ได้เช่นเดิม เป็นอย่างไร? ดีหรือไม่?”