ทะลุมิติมาเป็นคุณหนูใหญ่กลับต้องมาเลี้ยงน้องจนได้ดีแถมต้องเลี้ยงลูกอีกต่างหาก - บทที่ 187 เจ้าท้องอีกครั้งตั้งแต่เมื่อไร
- Home
- ทะลุมิติมาเป็นคุณหนูใหญ่กลับต้องมาเลี้ยงน้องจนได้ดีแถมต้องเลี้ยงลูกอีกต่างหาก
- บทที่ 187 เจ้าท้องอีกครั้งตั้งแต่เมื่อไร
บทที่ 187 เจ้าท้องอีกครั้งตั้งแต่เมื่อไร
หลังจากได้ฟังคำอธิบาย หลี่ซิ่วซิ่วก็มองแบบเสื้อผ้านั่นอย่างละเอียดอีกครั้ง
ซ่งชิงหลันยังออกแบบการตัดเย็บมาอย่างละเอียดอีกด้วย
นางออกแบบกระโปรงออกมาเป็นแบบจับจีบที่ด้านข้าง เพื่อให้ช่วงท้องอ่อน เมื่อเชือกถูกรูดแล้วมัดแน่นจะได้เป็นกระโปรงแบบจีบรอบ เมื่อท้องแก่ขึ้นคลายเชือกออกก็จะกลายเป็นกระโปรงทรงตรงปกติ
สาวน้อยอดยิ้มออกมาไม่ได้ เพราะมีความสุขที่ได้เห็นการออกแบบที่น่าสนใจเช่นนี้ “พี่ชิงหลัน ความคิดของท่านไม่เหมือนผู้ใดเสียจริง ๆ ท่านคิดสิ่งนี้ได้อย่างไรกันเจ้าคะ?”
ซ่งชิงหลันยกยิ้ม “เรื่องนี้ไม่ได้ยาก แต่ที่ยากคือต้องคำนึงถึงความสวยงามและการใช้งาน และยังต้องเลือกเนื้อผ้าที่เหมาะสมในการตัดเย็บอีกด้วย ไหนจะต้องใช้ทักษะในการตัดเย็บอีก เพราะหากไม่เชี่ยวชาญพอ งานจะออกมาไม่สวยงามตามที่คาดเอาไว้ ดังนั้นทุกอย่างจึงต้องพึ่งเจ้าอีกครั้ง”
ซ่งชิงหลันพูดอย่างตรงไปตรงมา และนั่นคือสิ่งที่หลี่ซิ่วซิ่วกังวลใจอยู่เช่นกัน
แต่ถึงอย่างนั้น ไม่รู้ว่าการทำงานกับพี่สาวผู้นี้เป็นเวลนาน จะสร้างนิสัยเช่นนี้ให้นางหรือไม่ แต่หลี่ซิ่วซิ่วกลับรู้สึกตื่นเต้นเมื่อได้รับงานท้าทายความสามารถเช่นนี้
สาวน้อยเก็บแบบนั้นมาถือ ตามด้วยการพยักหน้ารับอย่างแข็งขัน “พี่ชิงหลัน ขอเวลาสักหน่อย ข้าจะทำให้ได้เจ้าค่ะ”
“ดีมาก ข้าจะรอข่าวดีจากเจ้า”
หลี่ซิ่วซิ่วหันหลังกลับไปที่ห้องเย็บปัก เพราะไม่ต้องการเสียเวลาอีกต่อไป
เจ้าของร้านสาวก็ไม่ได้ปล่อยเวลาไปเฉย ๆ เช่นกัน ยังคงใช้หลิงซีเหยียนเป็นแบบ และคิดแบบเสื้อผ้าสำหรับนางมาอีกสองสามชุด
เมื่อหญิงสาวเงยหน้าขึ้นจากงานอีกครั้ง ก็พบว่าท้องฟ้านอกหน้าต่างมืดครึ้มเสียแล้ว
เผลอครู่เดียว เวลาก็ผ่านไปอย่างไม่รู้ตัว
ยิ่งไปกว่านั้น เมื่อสมองแล่น หรือจดจ่ออยู่กับงาน นางแทบไม่รับรู้ถึงสิ่งอื่นเลย ซ่งชิงหลันเพิ่งตระหนักขึ้นมาได้ว่ายังไม่ได้กินอันใดมาทั้งวัน ท้องของหญิงสาวจึงเริ่มส่งเสียงร้องประท้วงขึ้นมา
นางผลักประตูห้องทำงานออกไป และก็พบว่าห้องเย็บปักยังสว่างอยู่
เมื่อเข้าไปในนั้นก็พบว่า ช่างเย็บปักคนอื่น ๆ กลับบ้านหมดแล้ว มีเพียงหลี่ซิ่วซิ่วที่ยุ่งอยู่ในห้องทำงานเพียงลำพัง
เจ้าของร้านสาวเม้มริมฝีปาก แล้วเอ่ยขึ้น “เหตุใดเจ้ายังอยู่ที่นี่อีกเล่า?”
สาวน้อยวางเสื้อผ้าครึ่งตัวลงบนโต๊ะตัดเย็บ ถอนหายใจเบา ๆ แล้วเอ่ยอย่างหงุดหงิด “ข้ายังทำได้ไม่ดีเจ้าค่ะ พี่ชิงหลัน ข้ากังวลเหลือเกินว่าจะทำให้ท่านผิดหวัง”
ซ่งชิงหลันเหลือบมองงานบนโต๊ะเล็กน้อย พบว่ามันยังไม่เรียบร้อยดี
จึงเข้าใจได้ทันทีว่าสาวน้อยกำลังอยู่ภายใต้ความกดดันเพียงใด
คนเป็นโตกว่ายกยิ้ม พร้อมหยิบเข็มกับด้ายในมือนางมาวางลง แล้วเอ่ยปลอบ “ไม่เป็นไร หากวันนี้ยังไม่ได้ พรุ่งนี้ มะรืนนี้ เจ้าก็ยังทำต่อได้ แต่ที่ด่วนที่สุดตอนนี้คือต้องรีบกลับไปทานอาหาร กองทัพต้องเดินด้วยท้อง เมื่อท้องอิ่มหัวก็จะคิดงานออก”
เมื่อซ่งชิงหลันพูดจบ ท้องของนางก็ส่งเสียงคำรามออกมาอีกครั้ง
“พี่ชิงหลัน นี่ท่าน…” หลี่ซิ่วซิ่วมองอย่างประหลาดใจ
หญิงสาวยิ้มเขิน “เจ้าได้ยินเช่นกันสินะ ข้าหิวมาก ไปกินข้าวกันเถิด”
จากนั้นทั้งสองจึงช่วยกันปิดร้าน แล้วไปที่ภัตตาคารอวิ๋นหลายด้วยกัน
เวลาค่ำเป็นช่วงที่ภัตตาคารมีแขกแน่นขนัด
หญิงสาวทั้งสองจึงเลือกนั่งอยู่มุมเล็ก ๆ แล้วหลิวกุ้ยเสียก็ยกเอาบะหมี่น้ำใสมาให้พวกนางอย่างรวดเร็ว โดยเติมผักและไข่ลวกลงไปด้วย
“หอมมากเจ้าค่ะ” หลี่ซิ่วซิ่วอดไม่ได้ที่จะชื่นชม หลังจากได้กลิ่นอาหาร
ว่าจบก็ใช้ตะเกียบม้วนเส้นบะหมี่คำใหญ่ใส่ปาก แล้วรีบยกนิ้วให้ซ่งชิงหลันอย่างชื่นชม “ฝีมือพ่อครัวฟางช่างน่าทึ่งจริง ๆ เจ้าค่ะ”
ซ่งชิงหลันเลิกคิ้วมองอย่างชอบใจ “ถ้าเจ้าชอบกิน ข้าจะให้ทำมาเพิ่มอีกสักชาม”
“พอแล้วเจ้าค่ะ ขืนกินมากไปกว่านี้มีหวังเสื้อปริหมดแน่” หลี่ซิ่วซิ่วเอ่ยถามต่อ “ว่าไปแล้ว พี่ชิงหลัน เหตุใดอยู่ ๆ ท่านถึงคิดเรื่องเกี่ยวกับการตั้งครรภ์ขึ้นมา…เอ่อข้าหมายถึงเสื้อผ้าสำหรับสตรีมีครรภ์”
“มันคือชุดคลุมท้องน่ะ” ซ่งชิงหลันอธิบายต่อ “ที่จริงแล้ว วันนี้ข้าไปที่จวนท่านผู้ว่ามา และอยู่ ๆ ก็คิดออกเมื่อท่านพี่ซีเหยียนบอกว่าต้องเตรียมเปลี่ยนเสื้อผ้าชุดใหม่ และร้านเสื้อชิงเยว่ของเราก็เน้นทำเสื้อผ้าสตรีอยู่แล้ว จึงนึกถึงตลาดแม่และเด็กขึ้นมาน่ะ”
สาวน้อยสับสนกับสิ่งที่ได้ฟัง “ตลาดแม่และเด็กหรือเจ้าคะ มันคือสิ่งใดกัน?”
ซ่งชิงหลันเพิ่งตระหนักได้ว่า ตัวเองตื่นเต้นจนเผลอพูดแปลก ๆ ออกไป
จึงได้รีบแก้ตัว “เป็นเสื้อผ้าที่ทำขึ้นเป็นพิเศษสำหรับสตรีมีครรภ์ และทารกแรกเกิด ข้าคิดว่าเราสามารถพัฒนาเสื้อผ้าสำหรับแม่และเด็กได้ในอนาคต แล้วก็ยังมีเสื้อผ้าสำหรับตระกูล และอื่น ๆ อีก”
หลี่ซิ่วซิ่วยิ้มอย่างว่างเปล่า “แม้ว่าข้าจะไม่ค่อยเข้าใจนัก แต่ก็พอจะรู้ว่าตราบใดที่พี่ชิงหลันพูด มันต้องดีแน่นอนเจ้าค่ะ”
“นี่เจ้าหัดเป็นเด็กกะล่อนเช่นนี้ตั้งแต่เมื่อไรกัน รีบกินไปเถิด จะได้รีบกลับไปนอนเอาแรง”
หลายวันถัดจากนั้น ซ่งชิงหลันก็ใช้เวลาส่วนใหญ่อยู่ที่ร้านเสื้อชิงเยว่
นางและหลี่ซิ่วซิ่วง่วนอยู่ในห้องทำงาน พูดคุยปรึกษากันทั้งวันทั้งคืน
เสื้อผ้าที่ทั้งสองทำด้วยกัน ถูกปรับปรุงไปเรื่อย ๆ แต่ก็ยังไม่ได้รูปแบบที่ดีที่สุด
ส่วนเหวยหมิ่นจือและเหอไห่หลิงเห็นว่า หญิงสาวทั้งสองทำงานอย่างหนัก และคอยดูอยู่ตลอดก็รู้สึกเป็นห่วงขึ้นมา
เหวยหมิ่นจือไม่สามารถอดทนได้อีกต่อไป จึงเริ่มปรึกษากับเหอไห่หลิง “บอกข้าทีว่าตอนนี้หลันหลันกับซิ่วซิ่วเครียดเรื่องใดกันอยู่ เสื้อผ้าที่ร้านขายไม่ดีหรืออย่างไร?”
เหอไห่หลิงส่ายหน้า แล้วเอ่ยตอบ “ข้าก็ไม่รู้เช่นกัน วันนี้เดินผ่านประตูแล้วได้ยินพวกนางคุยกัน พูดถึงชุดคลุมท้องอันใดสักอย่าง”
“ชุดคลุมท้องอย่างนั้นหรือ?”
“อาจจะเป็นชุดที่หลันหลันคิดขึ้นมามาใหม่ก็ได้ นางหัวไวจะตาย คิดสิ่งใดได้เยอะแยะไปหมด”
แล้วในที่สุด หลี่ซิ่วซิ่วก็เอาชุดคลุมท้องตัวใหม่ที่นั่งทำมาทั้งคืนเข้ามาในห้องของซ่งชิงหลัน “พี่ชิงหลัน สำเร็จแล้วเจ้าค่ะ”
“จริงหรือ? เร็วเข้า เอามาดูที” ซ่งชิงหลันกวักมือเรียกอย่างตื่นเต้น
จากนั้นเจ้าของร้านสาวก็ผูกท้องปลอมเข้ากับหน้าท้องของตนเอง จำลองรูปร่างของหญิงตั้งครรภ์ แล้วสวมเสื้อผ้าที่หลี่ซิ่วซิ่วเพิ่งตัดเย็บเสร็จทันที
เมื่อได้ลองสวมก็ค้นพบว่า เสื้อผ้าชุดนี้สมบูรณ์แบบเสียจริง
นางรองปรับสายรัดก็พบว่า ไม่ว่าจะดึงจนแน่นหรือคลายออกก็ยังคงความสวยงามของชุดเอาไว้ได้เป็นอย่างดี และไม่รู้สึกอึดอัดยามก้าวเดินอีกด้วย
แววตาของซ่งชิงหลันเป็นประกาย เข้าไปกอดหลี่ซิ่วซิ่วพลางส่งเสียงแห่งความยินดี “ซิ่วซิ่ว สำเร็จแล้ว ในที่สุดเราทำชุดคลุมท้องได้แล้วจริง ๆ”
ระหว่างที่พูดเช่นนั้น ก็มองไปที่ดวงตาสีเข้มของสาวน้อยด้วยความขอบคุณ “ซิ่วซิ่ว นี่มันไม่ง่ายเลยจริง ๆ”
ในตอนนั้นเอง ท่านป้าสะใภ้ทั้งสองได้ยินเสียงจากด้านนอก จึงเปิดประตูเข้ามาดู
เมื่อพวกนางเห็นซ่งชิงหลันในชุดคลุมท้องและหน้าท้องดูนูนออกมา ทั้งคู่จึงพากันตกใจแล้วถามขึ้น “หลันหลัน เจ้าท้องอีกครั้งตั้งแต่เมื่อใดกัน?”