ทะลุมิติมาเป็นคุณหนูใหญ่กลับต้องมาเลี้ยงน้องจนได้ดีแถมต้องเลี้ยงลูกอีกต่างหาก - บทที่ 188 นี่มันของปลอม
- Home
- ทะลุมิติมาเป็นคุณหนูใหญ่กลับต้องมาเลี้ยงน้องจนได้ดีแถมต้องเลี้ยงลูกอีกต่างหาก
- บทที่ 188 นี่มันของปลอม
บทที่ 188 นี่มันของปลอม
ซ่งชิงหลันขบขันกับปฏิกิริยาของป้าสะใภ้ทั้งสองมาก “ท่านป้าสะใภ้ใหญ่ ป้าสะใภ้เล็ก ท่านคิดสิ่งใดกันอยู่เจ้าคะ อยู่ ๆ ข้าจะท้องขึ้นมาเองได้อย่างไรเล่า”
ระหว่างที่พูด นางก็เอาท้องปลอมออกมาจากใต้เสื้อ แล้วอธิบาย “นี่มันของปลอมเจ้าค่ะ”
เหอไห่หลิงถอนหายใจด้วยความโล่งอก และตบหน้าอกตัวเองไปด้วย “ป้าตกใจแทบแย่ เพียงเห็นเจ้าสวมชุดนี้แล้วดูตื่นเต้นกันนัก เกิดเหตุใดขึ้นอย่างนั้นหรือ?”
ซ่งชิงหลันและหลี่ซิ่วซิ่วมองหน้ากัน แล้วยิ้มออกมา
หลังจากนั้นซ่งชิงหลันก็เล่าโดยที่ยังไม่หุบยิ้ม “นี่คือชุดคลุมท้องเจ้าค่ะ เป็นชุดแบบใหม่ที่ข้ากับซิ่วซิ่วช่วยกันทำขึ้นมา เป็นอย่างไรบ้าง ดูดีหรือไม่เจ้าคะ?”
เหวยหมิ่นจือพยักหน้าตาม “ดูสวยดี ว่าแต่ ชุดคลุมท้องคืออันใดกัน?”
“ตามชื่อของมันก็คือ ชุดสำหรับสตรีมีครรภ์อย่างนั้นหรือ?” เหอไห่หลิงถามหลังคิดตาม จากนั้นก็สัมผัสเนื้อผ้าของชุดที่ซ่งชิงหลันสวมใส่อยู่อย่างพิจารณา ดวงตาเต็มไปด้วยความสนใจ “นี่มันดูงามยิ่งนัก แม้ว่าจะมีหน้าท้องยื่นออกมาก็ยังสวมแล้วดูสวยอยู่ นึกย้อนไปถึงตอนที่พวกเราตั้งท้อง แล้วต้องสวมเสื้อผ้าหลวม ๆ ดูไม่น่ามองเท่าไร เอ๊ะ…เชือกสองเส้นที่ข้างลำตัวนี่ใช้ทำอย่างไรกัน”
“นี่ใช้สำหรับปรับชุดให้พอดีแบบนี้เจ้าค่ะ” หลี่ซิ่วซิ่วพูดพร้อมสาธิตไปด้วย “ดึงสายรัดนี้ก็จะทำให้ยังสวมชุดนี้ต่อไปได้ แม้ว่าจะมีว่าอายุครรภ์จะมากขึ้น และยังดูสวยงามพอดีกับสัดส่วน สวมแล้วยังคล่องตัวอีกด้วย”
เหอไห่หลิงมีท่าทางประหลาดใจ “ไอ้หยา! นี่ช่างเป็นชุดที่น่าทึ่งเสียจริง พวกเจ้าทั้งสองหลักแหลมมาก”
เหวยหมิ่นจือยังสัมทับด้วยอีกคน “ถูกต้อง มันดูสวยมาก ป้าเองก็ยังอยากจะลองสวมดูเลย”
“พรืด !” เหอไห่หลิงหัวเราะออกมาอย่างกลั้นไม่อยู่ แล้วเอ่ยหยอกล้อ “พี่สะใภ้ ท่านอยากจะมีลูกอีกอย่างนั้นหรือ?”
เหวยหมิ่นจือหน้าแดงอย่างเขินอาย “เจ้าถามอันใดกัน?”
หลี่ซิ่วซิ่วยิ้มเขิน “อันที่จริง นี่เป็นความคิดของพี่ชิงหลันทั้งหมดเจ้าค่ะ ต้องยกความดีความชอบให้นาง…”
“นี่ซิ่วซิ่ว บอกแล้วอย่างไรเล่า ว่าอย่าประเมินตัวเองต่ำไปนัก หากขาดทักษะและความประณีตในการตัดเย็บของเจ้า ต่อให้ข้าคิดแบบออกมากมายเพียงใด งานก็ไม่มีทางสำเร็จได้”
ป้าสะใภ้ใหญ่มองสองสาว แล้วยิ้มอย่างชื่นชม “เป็นเพราะเจ้าทั้งสองที่ร่วมมือกันอย่างขันแข็ง งานจึงออกมาสำเร็จอย่างสวยงาม คงขาดผู้ใดไปไม่ได้”
“เอาเถิด ตอนนี้อย่าเพิ่งคุยเรื่องนี้เลยจะดีกว่า” ซ่งชิงหลันขัดจังหวะการชื่นชมนั้นลงก่อน “ซิ่วซิ่ว เจ้าเอาแบบเหล่านี้ไปดูแล้วลองทำออกมาอีก เมื่อเรียบร้อยดีแล้ว ข้าจะส่งไปให้ท่านพี่ซีเหยียนเป็นการส่วนตัวที่คฤหาสน์”
หลี่ซิ่วซิ่วพยักหน้าทันที “เจ้าค่ะ ข้าจะจัดการให้ประเดี๋ยวนี้”
ทุกคนกลับเข้าสู่ช่วงเวลาจริงจังกับการทำงานอีกครั้ง เหวยหมิ่นจือและเหอไห่หลิงเองก็เดินออกไปดูแลหน้าร้านด้วยเช่นกัน
วันต่อมา
เมื่อซ่งชิงหลันมาถึงที่ร้านเสื้อชิงเยว่ หลี่ซิ่วซิ่วก็จัดการเอาชุดคลุมท้องชุดแรกที่ตั้งใจทำต่อให้เรียบร้อยทั้งคืนใส่กล่องเป็นอย่างดี และมอบให้ซ่งชิงหลันด้วยรอยยิ้ม “นี่เจ้าค่ะพี่ชิงหลัน ชุดคลุมท้องของท่านหญิงภรรยาท่านผู้ว่า เรียบร้อยแล้ว”
“นี่เจ้าอดนอนทั้งคืนอีกแล้วอย่างนั้นหรือ?” คนเป็นพี่อดตำหนิขึ้นมาไม่ได้
สาวน้อยยิ้มเจื่อน “ไม่เป็นไรเจ้าค่ะ ข้าสบายดี ก็ข้าต้องรีบเอาชุดนี้มามอบให้ท่านหญิงนี่เจ้าคะ”
“ถึงจะเร่งด่วนเพียงใด แต่ที่สำคัญคือสุขภาพของเจ้าด้วย” ว่าจบซ่งชิงหลันก็วางกล่องเสื้อผ้าลงข้าง ๆ
จากนั้นก็เริ่มจับชีพจรของหลี่ซิ่วซิ่ว แล้วเอ่ยอย่างตั้งใจ “ทำตามที่ข้าบอก เจ้าต้องไปพักผ่อนประเดี๋ยวนี้”
“พี่ชิงหลัน ข้าไม่ได้เป็นอันใดจริง ๆ …”
ไม่ทันที่หลี่ซิ่วซิ่วจะพูดจบ ซ่งชิงหลันก็เอ่ยขัดทันที “นี่คือคำสั่ง เจ้ากลับไปได้แล้ว เร็วเข้า”
สาวน้อยตกใจกับท่าทางจริงจังเช่นนั้น จึงรีบพยักหน้ารับอย่างไม่อิดออด แล้วกลับบ้านไป
หลังจากนั้น ซ่งชิงหลันก็เอากล่องเสื้อผ้าขึ้นมา แล้วเดินทางไปยังจวนท่านผู้ว่า
เมื่อเจ้าของร้านสาวมาถึง ก็พบว่าหลิงซีเหยียนกำลังอ่านตำราอยู่ที่ริมหน้าต่าง
นางสวมชุดสีขาวสะอาด แสงจากหน้าต่างที่ส่องเข้ามากำลังอาบไปทั่วร่างบางนิ่มนวล แสงสว่างนั้นขับให้หญิงสาวยิ่งดูบริสุทธิ์งดงาม ราวกับภาพวาดเทพธิดาที่เกิดขึ้นจากจินตนาการของจิตกรชั้นเอก
ทันใดนั้น หลิงซีเหยียนรู้สึกตัวขึ้นว่ามีคนมาใหม่
จึงได้เงยหน้าขึ้น หันมองทางประตู แล้วยิ้มให้ซ่งชิงหลัน “ชิงหลัน เจ้ามาแล้วหรือ?”
ชิงจูที่อยู่ข้างผู้เป็นนายจึงรีบลุกไปที่ประตู เมื่อได้ยินคำทักทายนั้น สาวน้อยมองไปที่กล่องใส่เสื้อผ้าในมือของแขกคนสำคัญอย่างสนอกสนใจ “แม่นางซ่งเอาเสื้อผ้าชุดใหม่มาให้ท่านหญิงหรือเจ้าคะ?”
ซ่งชิงหลันพยักหน้า “ชุดนี้เพิ่งออกแบบและตัดเย็บเสร็จใหม่ ๆ ข้ารีบเอามาให้ท่านลองทันที อยากจะรู้แล้วว่าจะเหมาะกับท่านหรือไม่”
ชิงจูช่วยประคองให้หลิงซีเหยียนลุกขึ้นยืน เดินช้า ๆ มาที่ซ่งชิงหลัน จากนั้นสาวใช้ก็เอ่ยด้วยรอยยิ้ม “แม่นางซ่ง รู้ใจท่านหญิงของข้าน้อยมากที่สุด อย่างไรแล้วก็ต้องออกแบบเสื้อผ้ามาถูกใจท่านหญิงแน่นอนเจ้าค่ะ”
จากนั้นซ่งชิงหลันก็เปิดฝากล่องของร้านเสื้อชิงเยว่ออกมา
ชิงจูเองก็อดใจไม่ไหว ยื่นหน้าเข้ามาชมด้วย “โอ้โห สวยมากเจ้าค่ะ”
ซ่งชิงหลันหยิบชุดขึ้นมาคลี่ออก หลิงซีเหยียนอดไม่ได้ที่จะเอ่ยชื่นชม “ข้าชอบทั้งสีและรูปแบบของชุดนี้มาก เอ๊ะ เหตุใดถึงมีสายรัดตรงส่วนนี้ด้วยเล่า?”
ซ่งชิงหลันยิ้มอย่างภูมิใจ “ท่านจะเข้าใจเมื่อได้ลองสวมเจ้าค่ะ ท่านพี่ซีเหยียน ท่านลองสวมดูเร็วเข้า”
“ท่านหญิง มาเถิดเจ้าค่ะ ข้าน้อยจะช่วยท่านเปลี่ยนชุดเอง” ชิงจูเอ่ยอย่างรู้งาน นางจับมือหลิงซีเหยียนเดินไปด้านใน
ไม่นานว่าที่คุณแม่ก็เดินออกมาพร้อมเสื้อผ้าชุดใหม่
แน่นอนว่าเสื้อผ้าชุดนี้ออกมาสมบูรณ์แบบบนเรือนร่างของหลิงซีเหยียน อย่างที่ซ่งชิงหลันคิดเอาไว้
นางปรบมืออกมาอย่างชื่นชม พร้อมกับอุทานออกมา “ว่ากันว่าเสื้อผ้าช่วยให้ผู้สวมใส่สวยสง่า แต่ข้าคิดว่า เป็นท่านต่างหากที่ทำให้เสื้อผ้าดูงามถึงเพียงนี้”
คนถูกชมหัวเราะอย่างมีความสุข มองตนเองในกระจกด้วยความพึงพอใจ
“ชิงหลัน เจ้าคิดออกแบบให้มีสายรัดทั้งสองข้างนี้ออกมาได้อย่างไรกัน มันยอดเยี่ยมมาก ทั้งสวยงามและใช้งานได้ดี ข้าชื่นชมเจ้าจริง ๆ” ระหว่างที่สวมเสื้อผ้า หลิงซีเหยียนก็คาดเดาแล้วว่า มันถูกทำขึ้นมาเพื่อให้ปรับขนาดชุดได้ตามความนูนของหน้าท้อง
สาวใช้ตัวน้อยก็พยักหน้าอย่างชื่นชมไม่ต่างกัน “จริงเจ้าค่ะ ท่านหญิงน่าจะสวมชุดนี้ได้ถึงห้าเดือนเลยทีเดียว”
ซ่งชิงหลันคลี่ยิ้มอย่างพึงพอใจไม่ต่างกัน “เพียงท่านชอบ ข้าก็ดีใจมากแล้วเจ้าค่ะ”
“เอาเถิด ชุดนี้ราคาเท่าใดอย่างนั้นหรือชิงหลัน ข้าจะให้ชิงจูไปเอาเงินออกมาจ่ายให้เจ้า”
เจ้าของร้านสาวกลับโบกมือห้าม “ข้าทำชุดนี้มอบให้ท่านเป็นของขวัญเจ้าค่ะ ตัดขึ้นเพื่อท่านโดยเฉพาะ ไม่ต้องจ่ายเงิน”
ภรรยาท่านผู้ว่าเลิกคิ้ว เมื่อได้ยินเช่นนั้น “ของซื้อของขาย ข้าเกรงใจเจ้าจริง ๆ”
แม้ว่าจะมีความสัมพันธ์อย่างลึกซึ้งราวกับเป็นพี่น้องกัน แต่ซ่งชิงหลันก็เป็นเจ้าของร้านเสื้อ เสื้อผ้าเป็นสินค้าในร้าน นางไม่อยากจะเอาเปรียบน้องสาวเลยสักนิด
แต่ซ่งชิงหลันกลับยืนกรานว่าจะไม่รับเงิน เพียงแต่ยิ้มอย่างมีเลศนัยขึ้นมา “ไม่ต้องห่วงเลยเจ้าค่ะ เพียงท่านสวมชุดนี้ ข้าก็สามารถทำเงินได้มากแล้ว ท่านพี่ซีเหยียน”
คนเป็นพี่ขมวดคิ้วอย่างไม่เข้าใจว่า ประโยคนั้นหมายความว่าอย่างไรกันแน่
แต่ถึงอย่างนั้น หลิงซีเหยียนก็ไม่ได้เอ่ยถามต่อ เพราะเข้าใจดีว่าซ่งชิงหลันมักมีความคิดที่น่าทึ่ง ซึ่งตนตามไม่ค่อยทันอยู่เสมอ
ถึงจะยังไม่เข้าใจในตอนนี้ ก็คงไม่แปลก