ทะลุมิติมาเป็นคุณหนูใหญ่กลับต้องมาเลี้ยงน้องจนได้ดีแถมต้องเลี้ยงลูกอีกต่างหาก - บทที่ 189 หน้าแดง
บทที่ 189 หน้าแดง
ซ่งชิงหลันตรวจชีพจรของหลิงซีเหยียนอีกครั้ง และครั้งนี้ชีพจรของนางก็ดีขึ้นมาก จนทำให้รู้สึกโล่งใจขึ้น
สองสาวเริ่มคุยสัพเพเหระกันเหมือนอย่างเคย
แต่ซ่งชิงหลันเอ่ยขึ้นอย่างกะทันหัน “ท่านพี่ซีเหยียน ตอนนี้อาการท่านดีแล้ว ควรออกไปเดินเล่นข้างนอกเสียบ้าง จะได้เปิดหูเปิดตา รับอากาศบริสุทธิ์ ปกติแล้วท่านได้ออกไปที่ใดบ้างหรือไม่เจ้าคะ?”
หลิงซีเหยียนยิ้มอย่างเชื่องช้า แล้วส่ายหน้า
แต่ชิงจูรีบอธิบายอย่างรวดเร็ว “นายหญิงอาวุโสบอกว่าท่านหญิงไม่แข็งแรง และตอนนี้กำลังตั้งครรภ์ ไม่อยากให้เดินไปที่ใดเกรงว่าจะทำให้ล้มป่วย เพราะอย่างนั้นท่านหญิงจึงไม่อยากออกที่ใดเจ้าค่ะ”
“ได้อย่างไรกันเล่า” ซ่งชิงหลันดูขุ่นเคืองใจเมื่อได้ยินเช่นนั้น “นี่มันเรื่องไร้สาระเกินไปแล้ว ท่านพี่ซีเหยียน ฟังข้านะเจ้าคะ ท่านไม่แข็งแรง เพราะฉะนั้นยิ่งต้องลุกเดินไปไหนมาไหนให้มากขึ้นต่างหาก ไม่อย่างนั้นจะไม่มีแรงตอนคลอดลูกได้อย่างไร ดูหญิงสาวชาวบ้านสิ ตอนท้องก็ยังไปทำไร่ไถนา พอถึงเวลาคลอดก็เบ่งสบายเหมือนผายลม”
“ฮ่า ๆ ๆ”
ชิงจูอดไม่ได้ที่จะหัวเราะตาม “แม่นางซ่ง ท่านตลกเกินไปแล้วเจ้าค่ะ อีกอย่าง นี่มันยังสมเหตุสมผลอีกด้วย พี่สะใภ้ของข้าเองก็เป็นเช่นนี้ หมอตำแยที่บ้านเกิดข้าเองก็บอกว่าสตรีมีครรภ์ต้องเคลื่อนไหวร่างกาย เพื่อจะได้คลอดลูกได้ง่าย”
ด้านหลิงซีเหยียนก็ไม่ได้อยากจะเชื่อแม่สามีเท่าไรเช่นกัน แต่เพราะนางเองก็ไม่เคยมีประสบการณ์มาก่อน เนื่องจากเป็นท้องแรก
ว่าที่คุณแม่มองทางชิงจูและซ่งชิงหลัน จากนั้นก็ถามขึ้นอย่างไม่แน่ใจ “เรื่องจริงอย่างนั้นหรือ?”
ซ่งชิงหลันพยักหน้าอย่างจริงจัง “ท่านพี่ซีเหยียน วันพรุ่งออกไปเดินเล่นกับข้าดีกว่าเจ้าค่ะ แล้วก็สวมชุดนี้ด้วย”
ระหว่างที่ชักชวน ก็ชี้ไปที่ชุดคลุมท้องบนร่างบางของหลิงซีเหยียน
วันต่อมา
ซ่งชิงหลันมารับพี่สาวตามที่ตกลงกันเอาไว้
ในคราแรก นายหญิงเหวยไม่อยากจะให้ลูกสะใภ้ออกไปข้างนอกเท่าไรนัก เพราะเห็นว่ากว่าหลิงซีเหยียนจะตั้งครรภ์ได้นั้น ก็แสนยากลำบาก
นางจึงกลัวว่าจะมีเหตุไม่คาดฝันเกิดขึ้น จนต้องเสียหลานในท้องไป
จนซ่งชิงหลันจึงต้องพูดคุยกับหญิงชราด้วยตนเอง “ข้าเป็นหมอ ท่านต้องฟังข้า”
เมื่อได้เห็นท่าทีแน่วแน่ของซ่งชิงหลัน นายหญิงเหวยจึงไม่ได้คัดค้านออกมาอีก
เพียงแต่ส่งคนให้คอยติดตามอยู่ห่าง ๆ เพื่อความสบายใจ
ซ่งชิงหลันและหลิงซีเหยียนออกมาเดินเล่นด้วยกันที่ริมแม่น้ำ
ภรรยาท่านผู้ว่า ที่ไม่ได้ออกมาเปิดหูเปิดตาด้านนอกเสียนานกว่าหนึ่งเดือน กำลังมองดูต้นหลิวริมแม่น้ำเบื้องหน้า ต้นหญ้ากำลังพลิ้วไหว และนกกระจิบโบยบิน เวลานี้ล่วงเข้าสู่ช่วงปลายฤดูใบไม้ผลิแล้ว เมื่อเห็นดังนั้นก็อดใจหายกับวันเวลาที่ผ่านไปไม่ได้
จากนั้นก็หันหน้าไปทางน้องสาวที่ยืนอยู่ข้างกัน กล่าวขึ้นด้วยรอยยิ้ม “ดีเสียจริงที่ได้ออกมากับเจ้า ไม่อย่างนั้นข้าคงไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่าฤดูใบไม้ผลิกำลังจะผ่านพ้นไปแล้ว”
ซ่งชิงหลันยกยิ้ม “เป็นอย่างไรเจ้าคะ รู้สึกสบายขึ้นใช่หรือไม่ การเดินเล่นจะช่วยให้ท่านผ่อนคลายจิตใจ และออกกำลังกายไปในตัว มัวแต่อุดอู้อยู่ที่บ้านจะป่วยเอาได้”
ทั้งสองใช้เวลาด้วยกันที่ริมแม่น้ำ เดินเล่นพูดคุย หัวเราะกันอย่างสนุกสนาน
ทั้งคู่ต่างเป็นสตรีที่ดูงดงาม และยังสวมเสื้อผ้าที่แสนประณีต ยิ่งทำให้ดูโดดเด่นท่ามกลางผู้คนและธรรมชาติที่สวยงาม
ความงามเปล่งประกายนั้น จับตาผู้ที่ผ่านไปมาได้อย่างไม่ต้องสงสัย
แม้แต่เหล่าสตรีก็ยังต้องหันมองตาม
“เฮ้ ดูนั่นสิ นั่นคือแม่นางซ่งกับภรรยาท่านผู้ว่าไม่ใช่หรือ?”
“ใช่แล้ว สาวงามทั้งสองกำลังเดินเคียงกัน ช่างเป็นภาพที่เจริญหูเจริญตาดีเสียจริง”
“แต่ที่น่าสนใจคือ เสื้อผ้าที่พวกนางสวมใส่ต่างหากเล่า”
“จริงด้วย โดยเฉพาะชุดที่ท่านหญิงสวมอยู่ มีเอกลักษณ์มาก ข้าไม่เคยเห็นเสื้อผ้ารูปแบบนี้ที่ใดมาก่อน”
“ข้าก็ไม่เคยเห็นเช่นกัน น่าจะเป็นเสื้อผ้ารูปแบบใหม่ของร้านเสื้อชิงเยว่หรือไม่ อาจจะทำออกมาขายเร็ว ๆ นี้”
“เจ้าไม่รู้หรือ ข้าได้ยินมาว่าท่านหญิงภรรยาท่านผู้ว่ากำลังตั้งครรภ์ เสื้อผ้าที่นางสวมคงเป็นชุดสำหรับสตรีมีครรภ์ ชุดรูปแบบใหม่ที่วางขายที่ร้านเสื้อชิงเยว่ ออกแบบมาเป็นพิเศษ”
“เจ้ารู้ได้อย่างไร ข้าไม่เคยได้ยินเช่นนี้มาก่อน”
“ลูกสาวของเพื่อนบ้านลูกพี่ลูกน้องข้าเป็นช่างตัดเย็บที่ร้านเสื้อชิงเยว่น่ะ นางเล่าให้ฟังว่าแม่นางซ่งคิดค้นเสื้อผ้าเช่นนี้อยู่นาน เจ้าเห็นที่สายรัดนั่นหรือไม่ นั่นคือส่วนที่ทำให้ชุดนั้นสามารถปรับขนาดตามอายุครรภ์ได้ ท้องใหญ่ขึ้นก็ยังสวมชุดเดิมได้อยู่”
“โอ้ ไม่ธรรมดาเลยทีเดียว ข้าก็อยากจะลองไปที่ร้านเสื้อชิงเยว่เพื่อลองสวมดูเสียจริง”
“ฮ่า ฮ่า ฮ่า พูดอันใดกัน นั่นมันเสื้อผ้าสำหรับสตรีมีครรภ์นะ เจ้าจะอยากสวมไปเพื่ออันใดเล่า”
“ฮึ่ม หรือข้าต้องมีลูกอีกสักคน เพื่อสวมชุดนั่นดี”
……
ซ่งชิงหลันออกไปเดินเล่นกับหลิงซีเหยียนที่ริมแม่น้ำตอนเช้า หลังจากนั้นไม่นาน ข่าวคราวการวางขายชุดคลุมท้องของร้านเสื้อชิงเยว่ก็แพร่กระจายไปทั่วเมือง
แม้แต่ในช่วงเย็นที่ซ่งชิงหลันไปที่ภัตตาคารอวิ๋นหลาย ก็ยังได้ยินแขกที่มาทานอาหารคุยกันเรื่องนี้
แผนการป่าวประกาศโดยอ้อมเช่นนี้ ได้ผลเป็นอย่างดีตามที่คาดหวัง
หลิวกุ้ยเสียก็สงสัยเช่นกัน นางอดไม่ได้ที่จะคว้าตัวซ่งชิงหลันเข้ามาถามไถ่ “หลันหลัน ข้าได้ยินว่าเจ้าทำชุดคลุมท้อง เสื้อผ้าที่ว่าดูเป็นเช่นไร แขกหลายคนในร้านเอาแต่พูดถึงว่ามันน่าทึ่งมาก ๆ”
“ท่านอยากรู้หรือเจ้าคะ?” ซ่งชิงหลันยิ้มอย่างทีเลศนัย กวักมือเรียกอาสะใภ้ให้เข้าไปใกล้
หลิวกุ้ยเสียพยักหน้าตาม โน้มหน้าเข้าไปใกล้ยิ่งขึ้น
ซ่งชิงหลันกระซิบเสียงเบา “ท่านอาสะใภ้ ท่านเองก็รีบมีลูกเพิ่มอีกสักคนสิเจ้าคะ แล้วข้าจะตัดชุดคลุมท้องให้สวมแน่นอน”
นั่นทำให้ใบหน้าของหลิวกุ้ยเสียขึ้นสีแดงก่ำ อย่างไม่ทันตั้งตัว
และมองหลานสาวอย่างเขินอาย “เจ้าหลานผู้นี้ พูดอันใดกัน ข้าไปทำงานดีกว่า”
ว่าจบนางก็หันหลังเดินหนีไปทางโต๊ะคิดเงินอย่างรวดเร็ว
วันต่อมา
ก่อนที่ร้านเสื้อชิงเยว่จะเปิดทำการ กลับมีผู้คนจำนวนมากมารอที่ด้านหน้า และทั้งหมดมาที่นี่เพื่อรอซื้อเสื้อผ้า
เหวยหมิ่นจือและเหอไห่หลิงมาที่ร้านในตอนเช้า เพื่อเตรียมเปิดขายของก็ตกตะลึงกับสิ่งที่ได้เห็น
เหอไห่หลิงถึงกับขยี้ตามองอีกครั้ง พูดอย่างไม่อยากจะเชื่อ “พี่สะใภ้ ข้าตาฝาดไปหรือ นี่ยังไม่ถึงเวลาเปิดร้าน ก็มีลูกค้ามารอเยอะถึงเพียงนี้เชียว”
เหวยหมิ่นจือเองก็ตกตะลึงเช่นนั้น พยักหน้าตามแล้วเอ่ยตอบ “เจ้าไม่ได้ตาฝาด ข้าก็เห็นเช่นกัน”
“วันนี้มันวันใดกันอย่างนั้นหรือ?” เหอไห่หลิงขมวดคิ้วอย่างสงสัย พยายามทบทวนให้ถี่ถ้วน “วันนี้เราไม่ได้มีงาน หรือส่วนลดนี่…”
ในตอนนั้นเอง ฝูงชนที่รออยู่หน้าร้านก็หันมาเห็นผู้ดูแลทั้งสองที่กำลังเดินเข้ามา จึงรีบเอ่ยขึ้น “ผู้ดูแล เปิดร้านเร็วเข้าเถิด เราจะเข้าไปซื้อเสื้อผ้า”
“ใช่ ๆ เร็วเข้า ข้ารออยู่นานแล้ว”
“เจ้าค่ะ ข้าจะรีบเปิดประเดี๋ยวนี้” เหอไห่หลิงตอบ พลางเอากุญแจขึ้นมาเปิดประตูร้าน
ในขณะที่เหวยหมิ่นจือรับหน้าที่จัดระเบียบของผู้คนที่รออยู่ “ทุกท่านไม่ต้องกังวล ท่านจะได้ซื้อสินค้าในวันนี้แน่นอน เพียงแต่ขอให้เข้าแถว เพื่อทยอยเข้ามานะเจ้าคะ”
ท่าทางของลูกค้าตื่นเต้นมาก และมองที่เหอไห่หลิงซึ่งกำลังเปิดร้านราวกับจะรุมกันเข้าไป ทำเอาผู้ดูแลทั้งสองตกใจไม่น้อย