ทะลุมิติมาเป็นคุณหนูใหญ่กลับต้องมาเลี้ยงน้องจนได้ดีแถมต้องเลี้ยงลูกอีกต่างหาก - บทที่ 190 อย่าเพิ่งรีบร้อน
- Home
- ทะลุมิติมาเป็นคุณหนูใหญ่กลับต้องมาเลี้ยงน้องจนได้ดีแถมต้องเลี้ยงลูกอีกต่างหาก
- บทที่ 190 อย่าเพิ่งรีบร้อน
บทที่ 190 อย่าเพิ่งรีบร้อน
ในเวลานี้ช่างเย็บปักและลูกจ้างคนอื่น ๆ ก็มาถึงที่ร้านเสื้อชิงเยว่เช่นกัน
ทุกคนต่างตกตะลึงกับลูกค้าที่แน่นขนัด
หลี่ซิ่วซิ่วพูดกับเสี่ยวฟางที่อยู่ข้างกัน “เสี่ยวฟาง รีบไปตามพี่ชิงหลันมาที่นี่เร็วเข้า”
เสี่ยวฟางชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนพยักหน้ารับแล้วรีบวิ่งหายไป
หลี่ซิ่วซิ่วขมวดคิ้ว กลั้นหายใจ พยายามอย่างเต็มที่ที่จะแทรกกายเข้าไปในฝูงชน และในที่สุดก็มาถึงที่ด้านหน้าของเหอไห่หลิงและเหวยหมิ่นจือ
ทั้งสองกำลังเหงื่อตกกับการจัดการลูกค้าที่มีจำนวนมาก “ทุกท่านระวังเจ้าค่ะ อย่าเบียดเสียดกัน ไม่ต้องรีบร้อน”
สาวน้อยตะโกนถามท่านป้าทั้งสอง “เกิดสิ่งใดขึ้นเจ้าคะ เหตุใดวันนี้ถึงได้มีคนถึงเพียงนี้”
เหวยหมิ่นจือสูดหายใจเข้าลึก ๆ แล้วหันมาตอบหลี่ซิ่วซิ่ว “ไม่ใช่ว่าเจ้าและหลันหลัน…”
ไม่ทันที่จะพูดจบก็ได้ยินเสียงของลูกค้าดังขึ้น
“เหตุใดไม่มีชุดคลุมท้องขายที่ร้าน”
“ใช่แล้ว พวกเรามาที่นี่เพื่อซื้อชุดคลุมท้องอย่างที่ภรรยาท่านผู้ว่าสวมเมื่อวานนี้”
“เหตุใดถึงได้ขายให้ภรรยาท่านผู้ว่า แต่ไม่ขายให้เราเล่า”
“พวกเราก็เป็นสมาชิกของร้านเสื้อชิงเยว่เช่นกัน เราควรจะได้เลือกเสื้อผ้าอย่างสบาย”
“ใช่แล้ว นี่เจ้าของร้านกำลังเอาเปรียบลูกค้าอยู่อย่างนั้นหรือ?”
……
ความวุ่นวายเช่นนี้กำลังทำให้ร้านเสื้อแตก
ทันใดนั้น เสียงหญิงสาวผู้หนึ่งก็ดังขึ้นจากหน้าร้าน “ทุกท่านใจเย็นก่อนเจ้าคะ อย่าเพิ่งรีบร้อน”
น้ำเสียงนั้นเต็มไปด้วยความหนักแน่น ทำให้ไม่มีผู้ใดสามารถเมินเฉยได้ และทั้งร้านเงียบในทันที ทุกสายตาจับจ้องไปยังด้านหน้าอย่างพร้อมเพรียง
หญิงสาวรูปงามในชุดสีฟ้าหม่นกำลังยืนอยู่ตรงนั้น ผิวของนางขาวราวกับหิมะ แววตาเป็นประกายดั่งน้ำใส ท่าทางดูงดงามละเอียดอ่อน
จะเป็นผู้ใดไปได้นอกจากแม่นางซ่ง
ผู้ใดบางคนเริ่มเอ่ยขึ้น
“แม่นางซ่งมาแล้ว…”
“แม่นางซ่ง…”
“แม่นางซ่ง…”
ซ่งชิงหลันก้าวเท้าเข้ามาในร้านเสื้อช้า ๆ ทุกคนต่างแหวกทางให้นางอย่างพร้อมเพรียง
ท้ายที่สุดหญิงสาวก็กวาดสายตาไปทางลูกค้าทั้งหมด โดยที่ยังคงสีหน้าแห่งความกระตือรือร้น “ข้ารู้ว่าที่พวกท่านมาที่นี่ในวันนี้ ก็เพื่อดูชุดคลุมท้องที่ร้านของเราออกแบบใหม่ และชุดนั่นต้องอาศัยการตัดเย็บที่ยุ่งยากซับซ้อน สินค้าตอนนี้จึงไม่เพียงพอสำหรับวางขาย ถ้าหากพวกท่านสามารถรอได้ ข้าจะเปิดจองสำหรับทุกท่านที่ต้องการซื้อ และเมื่อเสื้อผ้าเสร็จเรียบร้อย ร้านเราจะส่งชุดไปถึงที่บ้านเองเจ้าค่ะ”
ทันทีที่ได้ยินเช่นนั้น บรรยากาศก็เริ่มจอแจไปด้วยเสียงพูดคุย
ซ่งชิงหลันยิ้มและเอ่ยต่อ “แน่นอนว่าหากท่านไม่ต้องการจอง ก็สามารถรอจนเราทำการตัดเย็บเสื้อผ้าได้มากพอ แล้วมารอเลือกซื้อทีหลังได้เช่นกัน”
“ข้าขอจองไว้ก่อน”
“ข้าด้วย”
“ข้าก็อยากจองเช่นกัน”
……
ท่าทางกระตือรือร้นของทุกคนทำให้ซ่งชิงหลันอดไม่ได้ที่จะคลี่ยิ้ม และขยิบตาให้ท่านป้าทั้งสอง พวกนางเข้าใจความหมายของเจ้าของร้านในทันที
เหอไห่หลิงเอาสมุดบันทึกขึ้นมา แล้วเอ่ยเสียงดัง “ผู้ใดก็ตามที่ต้องการสั่งจองชุดคลุมท้อง โปรดต่อแถวมาทางนี้เพื่อลงชื่อ เลือกแบบและสีของผ้า และชำระเงินมัดจำได้เลยเจ้าค่ะ”
เหวยหมิ่นจือก้าวไปด้านหน้า เพื่อดูแลความเรียบร้อย “ทุกท่านโปรดต่อแถวก่อนนะเจ้าคะ ไม่ต้องห่วง เราเปิดสั่งจองให้ทุกคนอย่างแน่นอน…”
ลูกจ้างทุกคนก็ขยับตัว เพื่อช่วยดูแลลูกค้าที่กำลังต่อแถว
จากนั้นไม่นานความวุ่นวายในร้านก็เริ่มเป็นระเบียบ
เจ้าของร้านสาวพยักหน้าอย่างพึงพอใจ ก่อนจะเลิกคิ้วมองหลี่ซิ่วซิ่วพลางส่งสัญญาณให้นางตามเข้าไปในห้องทำงานส่วนตัว
เมื่อเข้าไปด้านใน สาวน้อยก็รีบปิดประตู
ซ่งชิงหลันมองไปที่ช่างเย็บปักคู่หู แล้วเอ่ยขึ้น “ซิ่วซิ่ว วันนี้เจ้าได้เห็นแล้วใช่หรือไม่ ข้าเกรงว่าเราจะมีคำสั่งซื้อมาก จนทำงานไม่หวาดไม่ไหว เจ้าต้องจัดสรรงานแก่ช่างทุกคนอย่างดีที่สุด”
“เจ้าค่ะ ข้าจะเตรียมให้” สาวน้อยพยักหน้ารับ
แต่หลังจากนั้นนางก็ยังคงอยู่ในห้อง ไม่รีบร้อนที่จะออกไปทำงาน
ซ่งชิงหลันจึงถามต่อ “มีอันใดอีกอย่างนั้นหรือ?”
หลี่ซิ่วซิ่วยิ้มกว้างและยกนิ้วอย่างชื่นชม “พี่ชิงหลัน ท่านเก่งเกินไปแล้ว ท่านเพิ่งจะออกไปเดินเล่นกับท่านหญิงเมื่อวานนี้เอง แต่สามารถนำลูกค้าจำนวนมากมาที่นี่ได้ ทั้งหมด เป็นสิ่งที่คิดไว้ตั้งแต่แรกแล้วหรือไม่เจ้าคะ”
ซ่งชิงหลันเลิกคิ้ว แล้วยิ้มกริ่ม “แล้วเจ้าคิดว่าอย่างไรกับแผนนี้”
“หลักแหลมมากเจ้าค่ะ”
ยิ่งทำงานด้วยกันมากเพียงใด สาวน้อยก็ยิ่งชื่นชมในความเฉียบแหลมทั้งเรื่องการออกแบบ และหลักการทำการค้าของพี่สาวผู้นี้ขึ้นเรื่อย ๆ
ในวันนี้เหอไห่หลิงและคนอื่น ๆ เริ่มเปิดจองเสื้อผ้าเป็นวันแรก แต่ก็มีคำสั่งซื้อเกือบร้อยชิ้นเสียแล้ว
ต่อไปพวกนางยังมีงานยุ่งรออยู่อีกมาก
หลังจากทราบเรื่องนี้ ก็ไม่ได้มีช่างเย็บปักผู้ใดในร้านรู้สึกทุกข์ใจเลย พวกนางกลับตื่นเต้นแทนที่จะกลัวความเหน็ดเหนื่อย
ในไม่ช้าสตรีทั้งเมืองก็สวมชุดคลุมท้อง
ในหมู่พวกนาง บางคนก็ตั้งครรภ์อยู่จริง ๆ แต่บางคนก็สวมใส่เพราะรู้สึกว่าเป็นเสื้อผ้าที่ดูสวยงาม
และที่น่าประหลาดใจก็คือ ในบรรดาผู้ที่ไม่ได้ตั้งครรภ์ เมื่อสวมใส่ไปไม่นานก็เกิดตั้งครรภ์ขึ้นมาจริง ๆ
ข่าวนี้แพร่กระจายไปทั่วเมืองหลวง
ว่ากันว่าชุดคลุมท้องของร้านเสื้อชิงเยว่ช่วยให้ตั้งครรภ์ขึ้นมาได้ กลายเป็นว่าชุดคลุมท้องไม่ได้สร้างความสนใจต่อเพียงสตรีที่ตั้งครรภ์แล้วเท่านั้น
ข่าวนี้แพร่กระจายออกไปเป็นวงกว้าง จนออกไปนอกเมืองหลวง
ผู้คนจากต่างเมือง ก็ต่างเดินทางมาที่นี่เพื่อสั่งซื้อชุดคลุมท้อง
แน่นอนว่าซ่งชิงหลันขอให้ท่านป้าทั้งสองช่วยอธิบายกับลูกค้าอย่างละเอียด ว่าเสื้อผ้าของที่ร้านเป็นเพียงสิ่งที่ใช้สวมใส่ประดับกาย ไม่ได้มีผลเรื่องการมีบุตรอย่างที่ลือกันแต่อย่างใด
แต่ถึงกระนั้น ก็ยังมีสตรีจำนวนมากที่เดินทางไปที่ร้านเสื้อชิงเยว่อย่างไม่ขาดสาย
เช้าตรู่วันนี้ ซ่งชิงหลันเข้าไปที่ภัตตาคารอวิ๋นหลาย
เช้านี้ยังไม่มีแขกมาที่ร้าน นอกจากสาวน้อยในชุดสีชมพูที่นั่งอยู่เพียงลำพัง ซึ่งนางคืออู่เชียนเชียน
เจ้าของร้านสาวชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะเดินเข้าไปหาน้องสาวคนสนิทพร้อมรอยยิ้มที่มุมปาก และเห็นว่าบะหมี่น้ำใสตรงหน้าอู่เชียนเชียนแทบไม่พร่องไปเลย จึงได้เคาะโต๊ะเบา ๆ พลางเอ่ยหยอกล้อ “เฮ้ นี่เจ้าเหม่อไปถึงที่ใดแล้ว ไม่รีบกินตอนนี้บะหมี่จะอืดเอานะ”
อู่เชียนเชียนสะดุ้งกับการทักทายอย่างกะทันหันของซ่งชิงหลัน นางรีบเงยหน้าตอบทันที “โอ๊ย พี่ชิงหลัน ท่านนี่เอง ข้าตกใจหมด”
เมื่อเห็นท่าทางวุ่นวายใจของสาวน้อย ซ่งชิงหลันก็ขมวดคิ้วเล็ก ๆ “เชียนเชียน เจ้าเป็นอันใดไป ไม่อยู่ฝึกที่โรงฝึกตอนเช้าอย่างนั้นหรือ เหตุใดถึงได้มาที่นี่เร็วนัก?”