ทะลุมิติมาเป็นคุณหนูใหญ่กลับต้องมาเลี้ยงน้องจนได้ดีแถมต้องเลี้ยงลูกอีกต่างหาก - บทที่ 191 สงสารบุรุษที่ตกหลุมรักท่านเสียเหลือเกิน
- Home
- ทะลุมิติมาเป็นคุณหนูใหญ่กลับต้องมาเลี้ยงน้องจนได้ดีแถมต้องเลี้ยงลูกอีกต่างหาก
- บทที่ 191 สงสารบุรุษที่ตกหลุมรักท่านเสียเหลือเกิน
บทที่ 191 สงสารบุรุษที่ตกหลุมรักท่านเสียเหลือเกิน
อู่เชียนเชียนจงใจหลบสายตาของซ่งชิงหลัน นางเอ่ยเสียงเบาพร้อมยิ้ม “เอ่อ ข้า… อยู่ ๆ ก็อยากกินบะหมี่น้ำใสขึ้นมาเจ้าค่ะ จึงได้มาที่นี่”
ระหว่างที่ว่าเช่นนั้น อู่เชียนเชียนก็มองไปยังบะหมี่ ซึ่งแทบไม่ได้ถูกแตะต้องตรงหน้าตนเอง “โอ้ เหตุใดถึงได้อืดเร็วนักเล่า”
ซ่งชิงหลันไม่ได้พูดอันใด นอกจากหันไปเรียกหวงเสี่ยวโต้วให้ละมือจากงานทำความสะอาดมาก่อน “เสี่ยวโต้ว เจ้าเอาบะหมี่ของคุณหนูอู่ไปเก็บที แล้วเอาชามใหม่มา”
“ขอรับ” หวงเสี่ยวโต้วเก็บผ้าเช็ดโต๊ะไป จากนั้นก็เดินเข้ามาเอาชามบะหมี่เดินหายไปในครัว
ระหว่างที่กำลังรอ ซ่งชิงหลันก็ใช้โอกาสนี้เอาแบบเสื้อผ้าขึ้นมาดูอย่างละเอียด
อู่เชียนเชียนที่มองดูอยู่ก็เกิดความใคร่รู้ จึงเอนตัวเข้ามาถามอย่างสงสัย “พี่ชิงหลัน นี่คือเสื้อผ้าสำหรับทารกหรือเจ้าคะ เหตุใดอยู่ ๆ ถึงได้ออกแบบเสื้อผ้าให้เฉินเฉินกับเยว่เยว่เล่า”
“เปล่า” ซ่งชิงหลันส่ายหน้า “ข้าวางแผนจะทำเสื้อผ้าสำหรับตระกูลน่ะ”
อู่เชียนเชียนเต็มไปด้วยความแปลกใจ “เสื้อผ้าตระกูลหรือเจ้าคะ”
ซ่งชิงหลันยิ้ม เอาภาพเสื้อผ้าอีกแผ่นออกมา แล้วเริ่มอธิบาย “เป็นการออกแบบเสื้อผ้าให้พ่อแม่และเด็ก ๆ สวมเสื้อผ้าที่แบบเข้ากัน ให้ทุกคนเห็นว่าพวกเขาเป็นตระกูลเดียวกันน่ะ ทำให้เพิ่มความสัมพันธ์ตระกูลให้มากขึ้นได้อีกด้วย”
อู่เชียนเชียนตกตะลึง แล้วเอ่ยชมออกมา “พี่ชิงหลันท่านสร้างสรรค์จริง ๆ ข้าเพิ่งได้ยินว่าร้านเสื้อชิงเยว่คิดค้นชุดคลุมท้องมาวางขาย สตรีมีครรภ์ทั้งเมืองต่างเดินทางมาซื้อหา นี่ท่านยังวางแผนจะทำเสื้อผ้าสำหรับพ่อแม่ลูกออกมาอีก เมื่อเด็ก ๆ เหล่านั้นคลอดออกมา ก็จะได้สวมเสื้อผ้าที่ท่านออกแบบ ท่านช่างเก่งเรื่องการหารายได้เพิ่มเสียจริง ๆ”
“แน่นอนที่สุด” ซ่งชิงหลันยิ้มอย่างไม่จำเป็นต้องถ่อมตัว “เงินนี่แหละที่ข้าหลงรักมากที่สุด หากให้เลือกระหว่างบุรุษกับเงิน ข้าย่อมต้องเลือกเงินอย่างไม่ต้องสงสัย”
สาวน้อยได้ฟังก็เม้มริมฝีปาก แล้วส่ายหน้าอย่างจริงจัง “ข้าสงสารบุรุษที่ตกหลุมรักท่านเสียเหลือเกิน”
ซ่งชิงหลันยิ้ม ไม่ได้เถียงสิ่งใดออกมา และยังคงง่วนอยู่กับงานออกแบบต่อไป
“อะแฮ่ม…” อู่เชียนเชียนกระแอมขึ้นมา แล้วถามอย่างสบาย ๆ “จะว่าไปแล้ว ตอนนี้พี่ชิงตงไปหลี่โจวนานแล้ว เหตุใดยังไม่กลับมาอีกเจ้าคะ?”
เมื่อได้ยินเช่นนั้น ซ่งชิงหลันหยุดมือจากงาน และครุ่นคิดกับตัวเอง ที่สุดก็อยู่เฉยไม่ได้อีกต่อไป
นางยิ้มเล็กน้อย ขยับเข้าไปใกล้สาวน้อยข้างกาย แล้วเอ่ยล้อขึ้น “เจ้าถามถึงชิงตง เพราะอยากรู้ว่าเขาจะกลับมาเมื่อใด หรือเพราะอยากรู้ว่าซื่อโม่วจะกลับมาเมื่อใดกันแน่?”
อยู่ ๆ หัวใจของสาวน้อยก็พลันเต้นแรงอย่างห้ามไม่อยู่ ความลำบากใจปรากฏขึ้นมาอย่างทันควัน
นางเอนตัวหลบพี่สาวโดยไม่รู้ตัว แล้วรีบอธิบายอย่างร้อนรน “แหะ ๆ พี่ชิงหลัน ท่านพูดอันใดเจ้าคะ เหตุใดข้าต้องสนใจฉูรั่วรั่วด้วยเล่า”
ระหว่างที่พูดก็เม้มปากแน่น “ไม่ต้องกลับมาเสียก็ดี”
ซ่งชิงหลันสำทับกับคำพูดนั้นด้วยท่าทีจริงจัง “จริงสิ หลี่โจวคือบ้านเกิดของเขา บางทีเขาอาจจะไม่อยากกลับมาที่นี่อีกแล้วก็ได้”
“ว่าอย่างไรนะเจ้าคะ เรื่องจริงอย่างนั้นหรือ?”
“ฮ่า ๆ” ซ่งชิงหลันหัวเราะออกมาเสียงดัง “ข้าล้อเล่น อยากแกล้งให้เจ้าตกใจน่ะสิ ไม่ต้องกังวลไป ชิงตงเขียนจดหมายมาแล้วเมื่อไม่กี่วันก่อน ข้อความในนั้นบอกว่าที่เมืองหลี่โจวฝนตกหนักหลายวัน ทำให้ออกเรือไม่ได้ รอพายุฝนผ่านไปก่อนพวกเขาคงกลับมา”
ทันใดนั้น หวงเสี่ยวโต้วก็เดินกลับมาที่โต๊ะพร้อมกับบะหมี่ชามใหม่ร้อน ๆ น่ากิน
เขาวางชามบะหมี่ลงตรงหน้าสาวน้อย มองไปทางซ่งชิงหลันแล้วเอ่ยขึ้น “แม่นางชิงหลัน ท่านกำลังคุยเรื่องเรือที่จะกลับมาจากหลี่โจวหรือขอรับ เรือที่กลับมาจะมาถึงวันนี้ และใกล้ถึงเวลาเทียบท่าแล้วขอรับ”
“อย่างนั้นหรือ?”
“จริงหรือ?!”
หญิงสาวทั้งสองเอ่ยขึ้นแทบจะพร้อมกัน
หวงเสี่ยวโต้วพยักหน้ารับ “ขอรับ ข้าได้ยินมากับหูตัวเอง”
อู่เชียนเชียนดูมีชีวิตชีวาขึ้นมาทันที จับมือซ่งชิงหลันแล้วรีบเอ่ยขึ้น “พี่ชิงหลัน เราไปรับพวกเขากันเถิด ไม่ใช่สิ ไปรับพี่ชิงตงเถิดเจ้าค่ะ”
ผู้เป็นพี่ยิ้ม เข้าใจความคิดของสาวน้อยอย่างทะลุปรุโปร่ง
แต่ถึงอย่างนั้น ก็ไม่ได้เอ่ยขึ้นมาอีก และไม่สามารถขัดใจคุณหนูอู่ได้ จึงได้ลุกขึ้นออกไปจากร้านกับอู่เชียนเชียน
แต่หวงเสี่ยวโต้วมองไปยังชามบะหมี่ที่เพิ่งถูกยกมาวางได้ไม่นาน แล้วเอ่ยถามไล่หลังสาวน้อยอย่างเสียดาย “ให้ข้าทำอย่างไรกับบะหมี่นี่ดีขอรับ ทิ้งเอาไว้ประเดี๋ยวมันก็จะอืดอีกครั้ง”
อู่เชียนเชียนหันกลับมาอย่างร่าเริง “ข้าไม่กินแล้ว ยกให้เจ้าแล้วกัน”
ไม่นานนักทั้งสองก็มาถึงท่าเรือ
ซ่งชิงหลันสอบถามกับนายท่าแล้ว ก็ได้รับคำยืนยันว่าเรือจากหลี่โจวกำลังจะมาถึงจริง ๆ
ตอนนี้อู่เชียนเชียนอยู่ที่ท่าเรือ มองซ้ายมองขวาแล้วกระซิบขึ้น “แปลกจัง เหตุใดถึงนานเช่นนี้เจ้าคะ”
ซ่งชิงหลันเอ่ยปลอบ “ไม่ต้องกังวลไป ประเดี๋ยวก็คงจะมาถึงแล้ว”
ทันใดนั้น ชายคนหนึ่งที่นั่งอยู่ที่พื้นก็ชี้ออกไปในน้ำที่อยู่ห่างไกล แล้วตะโกนเสียงดัง “เฮ้ นั่นอย่างไรขอรับคุณหนู นั่นคือเรือจากหลี่โจว”
อู่เชียนเชียนมองไปยังทิศทางที่เขาชี้ไป และแน่นอนว่านางเองก็เห็นเรือกำลังใกล้เข้ามาเช่นกัน
นางจับมือซ่งชิงหลันอย่างตื่นเต้นด้วยรอยยิ้ม “พี่ชิงหลัน ดูสิเจ้าคะ เขากลับมาแล้ว”
ทั้งสองรออีกไม่นาน เรือลำใหญ่ก็เทียบท่า
ซ่งชิงหลันมองฝูงชนที่ขึ้นจากเรือด้วยอาการสงบ และมองหาซ่งชิงตงไปด้วย
สาวน้อยดูกระวนกระวาย เมื่อมองทุกคนที่ค่อย ๆ ขึ้นมาจากเรือ
ในที่สุดร่างของซ่งชิงตรงก็ปรากฏแก่สายตา
เมื่อเขาขึ้นจากเรือและเห็นซ่งชิงหลันกับอู่เชียนเชียนที่รออยู่ ก็อดไม่ได้ที่จะสงสัย “ท่านพี่ เชียนเชียน มาทำอันใดกันที่นี่ขอรับ”
ซ่งชิงหลันยิ้มอ่อนโยนให้น้องชายใหญ่ “เรามารอรับพวกเจ้าน่ะสิ”
ซ่งชิงตงขมวดคิ้วอย่างสงสัย “ท่านรู้ได้อย่างไรว่าข้าจะมาถึงวันนี้ขอรับ”
“อ้อ คือว่า…”
ก่อนที่ซ่งชิงหลันจะได้เอ่ยตอบ ท่าทางสาวน้อยอู่เชียนเชียนก็ดูกระวนกระวาย หันไปถามซ่งชิงตงขึ้นก่อน “พี่ชิงตง ฉูรั่วรั่วเล่าเจ้าคะ?”
ท่าทางเสียดายของซ่งชิงตงฉายขึ้นบนใบหน้า แล้วตอบเสียงเบา “เขาไม่ได้กลับมาพร้อมข้าน่ะสิ”
“ว่าอย่างไรนะเจ้าคะ” อู่เชียนเชียนมองอย่างผิดหวัง แล้วถามต่ออย่างร้อนใจ “เหตุใดเล่า เหตุใดเขาถึงไม่ได้มา”
อาจจะเป็นเพราะนางหลบหน้าเขาก่อนหน้านี้ จึงทำให้ไม่อยากกลับมาอีกแล้วหรือไม่
สาวน้อยเริ่มคิดอย่างร้อนรน
ซ่งชิงตงมองไปที่สาวน้อยอย่างเศร้าใจ ถอนหายใจออกมา “ท่านยายของซื่อโม่วเสียชีวิตแล้ว เขาต้องจัดการงานไว้ทุกข์ที่บ้าน จึงไม่ได้กลับมาน่ะ”