ทะลุมิติมาเป็นคุณหนูใหญ่กลับต้องมาเลี้ยงน้องจนได้ดีแถมต้องเลี้ยงลูกอีกต่างหาก - บทที่ 193 เจ้าจะซื้อเรือสินค้าอย่างนั้นสินะ
- Home
- ทะลุมิติมาเป็นคุณหนูใหญ่กลับต้องมาเลี้ยงน้องจนได้ดีแถมต้องเลี้ยงลูกอีกต่างหาก
- บทที่ 193 เจ้าจะซื้อเรือสินค้าอย่างนั้นสินะ
บทที่ 193 เจ้าจะซื้อเรือสินค้าอย่างนั้นสินะ
สองพี่น้องเดินมาที่ลานบ้านแล้วนั่งลง
ซ่งชิงหลันเข้าเรื่องทันที “นี่ก็ดึกมากแล้ว เจ้าว่ามาเลย อยากปรึกษาข้าเรื่องใด”
“ขอรับ” ซ่งชิงตงรับคำ “ท่านพี่ ข้ามีเรื่องสำคัญอยากขอความเห็นท่าน”
แม้ว่าตอนนี้ซ่งชิงตงจะมีกิจการของตัวเองแล้ว แต่เขาก็ยังชอบที่จะเอาการตัดสินใจต่าง ๆ มาปรึกษานางอยู่เสมอ เพราะคิดว่าคำแนะนำของนางเป็นประโยชน์ที่สุด
เพราะสำหรับน้องชายแล้ว การตัดสินใจของซ่งชิงหลันดูจะเป็นความคิดที่ดีเสมอ
ซ่งชิงหลันเองก็รู้จักน้องชายคนโตอย่างดี หากไม่ใช่เรื่องใหญ่ที่ตัดสินใจยาก เขาจะไม่มารบกวนนางเด็ดขาด
หญิงสาวสบตาน้องชาย แล้วเอ่ยถาม “ว่ามาสิ อยากให้ข้าช่วยเรื่องใด”
“ท่านยังจำเถ้าแก่จินผู้นั้นได้หรือไม่ขอรับ?”
“เถ้าแก่จินอย่างนั้นหรือ?” ซ่งชิงหลันขมวดคิ้วเล็กน้อย พลางครุ่นคิด “เจ้าหมายถึงจินโหย่วก้วนที่ส่งจดหมายมาใช่หรือไม่?”
ซ่งชิงตงพยักหน้า “ขอรับ”
“มีเรื่องใดเกี่ยวกับเขาอย่างนั้นหรือ?”
“ข้าเจอเขาที่งานไว้ทุกข์ท่านยายของซื่อโม่ว ระหว่างที่พูดคุยกัน ก็ได้รู้ว่าเขาไม่ได้ทำการค้าเพียงอย่างเดียว แต่ยังรับต่อเรืออีกด้วย เรือส่วนใหญ่ที่เขาต่อเป็นเรือสินค้า ข้าจึงมีความคิดขึ้นมาว่า…”
ก่อนที่น้องชายจะถามขึ้น ซ่งชิงหลันก็พูดต่อ “เจ้าอยากซื้อเรือสินค้าอย่างนั้นสินะ”
“ขอรับ” ซ่งชิงตงพยักหน้า ขยับตัวเล็กน้อย มองท่านพี่อย่างจริงจัง “ข้าต้องอาศัยเรือของผู้อื่นในการขนส่งสินค้า และต้องจ่ายค่าขนส่งไปไม่น้อยในแต่ละเที่ยว และยังติดขัดเรื่องของเวลา บางครั้งก็ไม่สามารถส่งสินค้ามาถึงที่นี่ได้เร็วพอ ซึ่งค่อนข้างเป็นข้อจำกัดใหญ่หลวง”
ซ่งชิงหลันพยักหน้าครุ่นคิดตามไปด้วย “เจ้าพูดถูก หากต้องการจะพัฒนากิจการให้ยิ่งใหญ่และมั่นคง การมีเรือของตัวเองเห็นจะเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด แต่ต้นทุนกับผลกำไรเล่า เจ้าคิดมาแล้วหรือยัง?”
“ข้าคำนวณดูอย่างละเอียดแล้วขอรับ ถ้าหากว่าซื้อเรือก็สามารถคืนทุนได้ภายในครึ่งปี ยิ่งกว่านั้น เรายังหารายได้เพิ่มจากการรับขนส่งสินค้าของพ่อค้าคนอื่น ๆ ที่เป็นรายย่อยได้อีกด้วย เหมือนยิงธนูดอกเดียวได้นกสองตัว”
“อย่างนั้นก็ซื้อเถิด” ซ่งชิงหลันตัดสินใจทันที “ข้าจะไปที่ธนาคารวันพรุ่ง เอาเงินมาให้เจ้า”
ซ่งชิงหลันรู้ดีว่าพ่อค้าอย่างซ่งชิงตงและคนอื่น ๆ จำเป็นต้องมีเงินเอาไว้ซื้อสินค้าเพื่อมาขายต่อ แม้จะมีเงินในมือไม่น้อย แต่ไม่สามารถเอาออกมาใช้ก่อนได้ เพราะเป็นเงินหมุนเวียน หากนำมาซื้อเรืออาจทำให้ชักหน้าไม่ถึงหลัง
ในฐานะพี่ นางจะสนับสนุนเขาเอง
“ท่านพี่ ข้าไม่รบกวนท่านหรอกขอรับ” ซ่งชิงตงรีบเอ่ยขัด “ข้าพอมีเงินอยู่บ้าง และเถ้าแก่จินก็ตกลงกับข้าว่า ถ้าหากต้องการเรือจากเขาจริง ๆ ข้าสามารถแบ่งจ่ายเป็นงวดให้เขาได้ เพราะอย่างนั้นข้าจึงได้สนใจที่จะซื้อในตอนนี้”
ซ่งชิงหลันหรี่ตาลงเล็กน้อย แล้วเอ่ยด้วยรอยยิ้ม “จินโหย่วก้วนผู้นี้ช่างรู้จักทำการค้า คราวหน้าหากข้าได้พบเขา คงต้องพูดคุยแลกเปลี่ยนกันบ้างเสียแล้ว”
เมื่อได้ยินดังนั้น ดวงตาของซ่งชิงตงก็พลันเป็นประกายขึ้นมาทันที “จริงสิ เถ้าแก่จินก็เคยว่าอย่างที่ท่านพูด เขาเองก็ต้องการจะพบท่านพี่เช่นกันขอรับ”
ในวันนี้ ซ่งชิงหลันไปที่จวนท่านผู้ว่าพร้อมกับผ้าชั้นดี
ทันทีที่เข้าไปในเรือนของหลิงซีเหยียน ก็เห็นว่าท่านพี่นั่งทำงานเย็บปักอยู่ที่ริมหน้าต่าง
เป็นภาพที่ทั้งอ่อนโยนและงดงาม ให้ความรู้สึกของความเป็นมารดาอย่างเปี่ยมล้น
ซ่งชิงหลันเอ่ยทักทาย “ท่านพี่ซีเหยียน”
หลิงซีเหยียนหยุดงานในมือ หันมายกยิ้มให้ซ่งชิงหลันอย่างอ่อนโยน “ชิงหลัน เจ้ามาแล้วหรือ?”
คนเป็นน้องวางผ้าในมือลงที่โต๊ะ “ข้าเอาผ้าชั้นดีมาให้ท่านตามคำขอเจ้าค่ะ พอดีวันนี้เพิ่งจะมีเวลาว่าง”
ระหว่างที่พูด ซ่งชิงหลันก็ขยับเข้าไปใกล้ท่านพี่ เพื่อดูงานปักในมือของนาง “ท่านกำลังทำสิ่งใดอยู่เจ้าคะ?”
ใบหน้าของหลิงซีเหยียนเต็มไปด้วยประกายของความรักอย่างมารดา นางเอ่ยอย่างมีความสุข “เสื้อผ้าสำหรับลูกอย่างไรเล่า ดูนี่สิ…”
ระหว่างที่ตอบ มือเรียวก็หยิบเอาเสื้อผ้าตัวเล็ก ๆ ขึ้นมา มีทั้งผ้ากันเปื้อน เสื้อตัวนอก หมวกใบเล็ก รองเท้าคู่จิ๋ว ทั้งหมดถูกเก็บไว้ในกล่องใบหนึ่งข้างตัวนาง
เพียงได้มองของจิ๋วเหล่านี้ ก็ทำเอาใจอ่อนยวบ
หลิงซีเหยียนยิ้มอย่างเขินอาย “ฝีมือข้าไม่ได้ดีนัก ยังกล้าเอามาอวดต่อหน้าเจ้าที่เป็นเจ้าของร้านเสื้อชื่อดัง อย่าว่ากันเลย”
“จะเป็นอย่างนั้นได้อย่างไรกันเจ้าคะ” ซ่งชิงหลันทิ้งตัวลงนั่ง หยิบชุดเล็ก ๆ ขึ้นมาอย่างชื่นชม “ชุดที่มารดาทำเองกับมือ เต็มไปด้วยความรักที่มีต่อบุตร ย่อมเป็นเสื้อผ้าที่ดีที่สุดสำหรับทารกอยู่แล้ว ไม่สามารถมีผู้ใดมาดูถูกได้”
“เพียงข้าคิดว่าเจ้าตัวเล็กจะได้สวมเสื้อผ้าเหล่านี้ ก็รู้สึกมีความสุขอย่างมากแล้ว…” ระหว่างที่พูด หลิงซีเหยียนก็ยกมือลูบหน้าท้องที่เริ่มนูนขึ้น ดวงตารื้นไปด้วยน้ำตาแห่งความรัก
พอดีกับที่ชิงจูเข้ามาในห้องพร้อมอาหาร
ซ่งชิงหลันเหลือบมอง พบว่าในมือของสาวใช้คือ รังนกตุ๋น โจ๊กปลา ซุปงาดำ หมั่นโถวน้ำเต้าหู้ บะหมี่น้ำ เกี๊ยว…
นางมองไปยังชิงจูด้วยความประหลาดใจ แล้วถามขึ้น “เหตุใดถึงได้ทำอาหารถึงเพียงนี้เล่า? ท่านพี่ซีเหยียนเจริญอาหารถึงเพียงนี้เชียวหรือ ท่านทานหมดนี่เลยหรือเจ้าคะ?”
ชิงจูส่ายหน้าตอบ “เป็นเพราะท่านหญิงไม่ค่อยอยากอาหารเจ้าค่ะ บางครั้งก็ทานได้น้อยมาก ข้าน้อยจึงเตรียมมาหลาย ๆ อย่าง เผื่อให้ท่านเลือก หรือทานอย่างละนิดละหน่อยจะได้เยอะขึ้นเจ้าค่ะ”
“อย่างนั้นหรือ?”
แน่นอนว่าหลิงซีเหยียนกินได้เพียงบะหมี่น้ำไม่กี่คำ ก็ขมวดคิ้ว ตามด้วยเกี๊ยวอีกสองชิ้น จากนั้นก็โบกมือให้สาวใช้ “พอแล้ว เจ้าเอาไปเก็บเถิด”
ชิงจูถอนหายใจแผ่วเบา มองไปทางซ่งชิงหลันอย่างขอความช่วยเหลือ
ซ่งชิงหลันจึงรีบเอ่ย “ท่านพี่ซีเหยียน ตอนนี้ท่านตั้งครรภ์ ต้องกินอาหารเผื่อลูกด้วย แต่ท่านกินน้อยมาก แล้วร่างกายจะทนไหวได้อย่างไรเจ้าคะ”
ท่าทางอีกฝ่ายดูลำบากใจไม่น้อย ก่อนตอบออกมา “ข้าไม่รู้ เพียงรู้สึกไม่สบายตัวเวลาเห็นอาหารเหล่านี้ ไม่มีความอยากอาหารเอาเสียเลย แม้จะรู้ว่าต้องกิน แต่มันก็กินไม่ได้น่ะสิ”
“ใช่เจ้าค่ะ ท่านหญิงกล่าวเช่นนี้มาหลายวันแล้ว ข้ากังวลไปหมด” สาวน้อยมองทางแม่นางซ่งที่ช่วยเหลือเรื่องต่าง ๆ ได้เสมอ “แม่นางซ่ง ท่านมีทางออกดี ๆ บ้างหรือไม่เจ้าคะ?”
ซ่งชิงหลันยืนขึ้น แล้วเอ่ยกับชิงจู “เข้าไปเตรียมวัตถุดิบ ข้าจะไปทำอาหารให้ท่านพี่ซีเหยียนเอง”
ว่าจบนางก็อธิบายส่วนผสมที่ต้องการทั้งหมดแก่สาวใช้ของท่านพี่
หลังจากที่ชิงจูจดบันทึกแล้ว ก็ขอตัวออกไปที่ครัวทันที
ไม่นานนักซ่งชิงหลันก็ตามไปที่ครัวของคฤหาสน์ และเริ่มแสดงฝีมือการทำอาหาร
นางง่วนอยู่กับเครื่องครัวด้วยความคล่องแคล่ว ไม่ต้องรอนานนัก อาหารทั้งหมดก็พร้อมทาน
จนคนครัวประจำจวนผู้ว่าที่ดูอยู่ข้าง ๆ ยังอดไม่ได้ที่จะชื่นชม “แม่นางซ่ง ท่านมีฝีมือมากจริง ๆ ขอรับ”
ซ่งชิงหลันยิ้ม “ขอบคุณท่านมาก”
หลังจากนั้น นางก็ขยิบตาให้ชิงจู “ชิงจู ยกอาหารเหล่านี้ไปให้ท่านพี่ซีเหยียนกันเถิด”
หลังจากนั้นไม่นาน แกงเต้าหู้ปลาตะเพียน ไข่ตุ๋นหอยตลับ หมูเส้นผัดพริกหยวก แกงต้นอ่อนผักกาดขาว และเนื้อตุ๋นแครอท ก็วางอยู่ที่โต๊ะอาหารของหลิงซีเหยียน
ชิงจูมองไปที่ท่านหญิงของตนอย่างเป็นห่วง แล้วถามขึ้น “ท่านหญิง อาหารเหล่านี้เป็นอย่างไรเจ้าคะ ทานได้หรือไม่?”
ช่วงที่ผ่านมาท่านหญิงไม่ค่อยยอมทานปลานัก และมักจะคลื่นไส้เมื่อได้กลิ่น ชิงจูจึงเตรียมจะเอาแกงปลาตะเพียนออกมาจากโต๊ะ