ทะลุมิติมาเป็นคุณหนูใหญ่กลับต้องมาเลี้ยงน้องจนได้ดีแถมต้องเลี้ยงลูกอีกต่างหาก - บทที่ 194 แม่นางซ่งสุดยอดมาก
- Home
- ทะลุมิติมาเป็นคุณหนูใหญ่กลับต้องมาเลี้ยงน้องจนได้ดีแถมต้องเลี้ยงลูกอีกต่างหาก
- บทที่ 194 แม่นางซ่งสุดยอดมาก
บทที่ 194 แม่นางซ่งสุดยอดมาก
แต่หลิงซีเหยียนเอ่ยอย่างไม่คาดคิด “ชิงจู เอาน้ำแกงปลาตะเพียนให้ข้าถ้วยหนึ่งสิ”
“ว่าอย่างไรนะเจ้าคะ?” สาวน้อยคิดว่าตนเองหูฝาดไป
ซ่งชิงหลันเป็นคนลุกขึ้นตักน้ำแกงให้หลิงซีเหยียน
สิ่งที่น่าตกใจกว่านั้นคือ หลิงซีเหยียนกินข้าวหมดชามใหญ่เป็นครั้งแรก และยังกินกับข้าวไปไม่น้อย
ชิงจูเห็นดังนั้นก็ยกนิ้วให้ซ่งชิงหลัน “แม่นางซ่งสุดยอดมาก น่าทึ่งมากเจ้าค่ะ”
หลิงซีเหยียนมีท่าทีเขินอายเล็กน้อย “ไม่รู้ว่าเพราะก่อนจะตั้งครรภ์ข้ากินข้าวที่ภัตตาคารอวิ๋นหลายเป็นประจำหรืออย่างไร อาหารเหล่านี้ถึงได้ถูกปากนัก”
ชิงจูยิ้มแล้วกล่าวเสริม “ท่าทางว่านายน้อยในท้องท่านหญิงจะชอบอาหารของภัตตาคารอวิ๋นหลายนะเจ้าคะ และยังรวมถึงอาหารที่แม่นางซ่งทำด้วย หากท่านหญิงไปทานมื้อเย็นที่ภัตตาคารอวิ๋นหลายได้ทุกวันก็คงจะดีนะเจ้าคะ”
“ได้ที่ใดกันเล่า” หลิงซีเหยียนขมวดคิ้ว “ท้องข้าก็ใหญ่ขึ้นทุกวัน จะออกไปที่นั่นทุกวันได้อย่างไร?”
เมื่อได้ยินเช่นนั้น ก็มีแสงวาบขึ้นในแววตาของซ่งชิงหลัน นางคิดช่องทางหาเงินใหม่ ๆ ได้อีกแล้ว
“ไม่ยากเลยเจ้าค่ะ” ซ่งชิงหลันหัวเราะออกมา “ชิงจู ตั้งแต่พรุ่งนี้เป็นต้นไป เจ้าสามารถสั่งอาหารที่ท่านพี่ซีเหยียนอยากทานล่วงหน้าที่ภัตตาคารอวิ๋นหลายได้เลย แล้วข้าจะให้คนมาส่งอาหารที่นี่เมื่อถึงเวลา”
“โอ้ เป็นความคิดที่ดีมากเจ้าคะ” สาวน้อยปรบมืออย่างยินดี “ด้วยวิธีนี้ ท่านหญิงก็จะได้ทานอาหารจากภัตตาคารอวิ๋นหลายได้ที่คฤหาสน์ ท่านหญิงคิดอย่างไรเจ้าคะ?”
ซ่งชิงหลันและชิงจูต่างมองหลิงซีเหยียนเป็นตาเดียว
ว่าที่คุณแม่ยิ้มอย่างอ่อนโยน “แน่นอนว่ามันดี เพียงแต่…” ระหว่างที่พูดก็เหลือบมองซ่งชิงหลัน “มันจะเป็นการรบกวนเจ้าเกินไป”
ซ่งชิงหลันส่ายหน้า แล้วยิ้มตอบ “ไม่มีปัญหาเลยเจ้าค่ะ ข้าคิดวิธีหาเงินเพิ่มได้เช่นกัน”
ซ่งชิงหลันรีบกลับไปที่ภัตตาคารอวิ๋นหลาย เพื่อจัดการตามแผนการอย่างไม่รีรอ
หลิวกุ้ยเสียแปลกใจเมื่อเห็นซ่งชิงหลันที่นี่ “หลันหลัน เจ้าว่าจะไปส่งผ้าที่จวนท่านผู้ว่าวันนี้ เหตุใดถึงได้กลับมาเร็วนักเล่า?”
“ข้ามีเรื่องสำคัญต้องทำเจ้าค่ะ” ซ่งชิงหลันพูดอย่างตื่นเต้น ดวงตาเป็นประกาย แล้วรีบขึ้นไปที่ชั้นบน
หลังจากเดินไปได้สองก้าวอยู่ ๆ ก็คิดบางอย่างออก จึงหันกลับมาพูดอีกครั้ง “อ้อ ท่านอาสะใภ้ ช่วยติดประกาศรับลูกจ้างผู้ชายเพิ่มสักสิบสองคนด้วยนะเจ้าคะ หรือจะมากกว่านั้นก็ได้”
“หะ นี่มันไม่มากเกินไปหรือ เจ้าอยากได้คนถึงเพียงนั้นไปทำสิ่งใดกัน”
“ทำตามนี้ไปก่อนเจ้าค่ะ ประเดี๋ยวข้าจะมาอธิบายทีหลัง”
หลิวกุ้ยเสียเห็นท่าทางรีบร้อนของนาง จึงไม่ได้ถามออกไปอีก
ด้านซ่งอวิ๋นเฟิงเดินเข้ามาอย่างสงสัย “แม่ มีอันใดกันหรือ?”
“หลันหลันบอกข้าให้ช่วยหาลูกจ้างเพิ่มอีกเป็นสิบคน แต่ข้าไม่แน่ใจว่าเกิดเหตุใดขึ้นน่ะสิ”
“ถ้าเป็นหลันหลันสั่งก็ทำตามไปก่อนเถิด นางเป็นคนหัวไว เรายังคาดเดาแผนการของนางไม่ได้หรอก”
ซ่งชิงหลันเข้าไปในห้องทำงานที่ชั้นสอง เอาพู่กันกับกระดาษขึ้นมาและเขียนแผนการ ‘ส่งถึงบ้าน’ ในหัวทันที
นางเอาแผนที่ของเมืองหลวงทั้งหมดออกมากาง เพื่อคิดราคาค่าส่งตามระยะทางไปยังเขตต่าง ๆ ของเมืองตามเส้นทางเหล่านั้น
กว่าทุกอย่างจะเรียบร้อย เวลาก็ผ่านไปหนึ่งชั่วยาม
นางมองดูแผนที่ที่ตนเองเขียนขึ้น พยักหน้าอย่างพึงพอใจ แล้วพึมพำอยู่กับตัวเอง “เหตุใดถึงไม่ได้คิดเรื่องเดลิเวอร์รี่ตั้งแต่แรกกันนะ แต่ตอนนี้ก็ไม่สายเกินไปแล้ว”
ในช่วงค่ำหลังภัตตาคารปิดทำการ ทุกคนรวมตัวกันเพื่อกินมื้อเย็น
ซ่งชิงหลันก็ใช้โอกาสนี้นำเสนอแผนการใหม่กับทุกคน
เมื่อได้ยินนางอธิบาย พวกเขาก็มีทีท่าตกตะลึง
“ส่งถึงบ้านอย่างนั้นหรือ?” หลิวกุ้ยเสียกะพริบตาปริบ ๆ มองซ่งชิงหลัน แล้วถามต่อ “หลันหลัน หมายความว่าอย่างไรกัน?”
ซ่งอวิ๋นเฟิงมองแล้วพูดขึ้น “ข้าอธิบายเอง เหตุใดเจ้าถึงได้เข้าใจยากนัก หลันหลันอยากจะส่งอาหารจากร้านให้ลูกค้าสั่งซื้อไปกินที่บ้านอย่างไรเล่า?”
“แม่นางชิงหลัน เป็นความคิดที่ยอดเยี่ยมมากขอรับ” หวงเสี่ยวโต้วคิดตามแล้วเอ่ยอย่างชื่นชม “ไม่กี่วันก่อนข้าได้ยินลูกค้าประจำท่านหนึ่งเล่าว่า ช่วงที่ผ่านมาเขาขาหักจนไม่สามารถขยับตัวไปไหนได้ แม้จะคิดถึงอาหารของที่นี่มากก็ไม่สามารถมาทานได้จนต้องรอให้ดีขึ้น จึงรีบเดินทางมาที่นี่”
ฟางจื่ออี้พยักหน้าตาม “เป็นวิธีที่น่าสนใจมาก แต่ตอนนี้เรายังมีคนไม่มากพอ”
“อ้อ” หลิวกุ้ยเสียตบโต๊ะทันที “ถึงว่าเล่า หลันหลันจึงได้ให้ข้าหาคนเพิ่มอีกเป็นสิบคน ทั้งหมดก็เพื่อแผนการนี้”
“ใช่แล้ว” หลังจากรับคำ นางก็มองไปทางฟางโย่วลี่ “อาจารย์ฟาง งานนี้จะต้องจัดการเรื่องในครัวด้วย ท่านคิดเห็นอย่างไรเจ้าคะ”
ฟางโย่วลี่ขมวดคิ้วอย่างครุ่นคิด “ตอนนี้ทักษะการทำอาหารของจื่ออี้ก็ดี พอจะดูแลหลาย ๆ อย่างได้เองแล้ว ผู้ช่วยสองสามคนที่ควบคุมอยู่ก็ทำงานหนักพอสมควร แต่ถ้าเจ้าอยากจะส่งถึงบ้านเพิ่มมา เราก็ควรจะมีคนครัวเพิ่มอีกสามสี่คน”
“ได้เจ้าค่ะ ข้าจะจัดการเรื่องนี้เอง”
ว่าจบซ่งชิงหลันก็ยืนขึ้น ยกถ้วยขึ้นพูดอย่างมีความสุข “มาดื่มอวยพรกันเถิด ขอให้ภัตตาคารอวิ๋นหลายจงเจริญ”
เมื่อกลับมาที่คฤหาสน์ตระกูลเฉียนในตอนกลางคืน ซ่งชิงหลันไม่ได้เข้านอนทันที นางยังจุดเทียนวาดแบบเช่นเคย
แต่ครั้งนี้ไม่ใช่แบบเสื้อผ้า แต่เป็นการออกแบบรถเก็บความร้อน
เพื่อให้เด็กส่งอาหารใช้ส่งอาหารถึงลูกค้าได้โดยที่ยังไม่เย็นชืด และช่วยประหยัดแรงในการเดินทาง
นางวาดโครงร่างของรถขึ้นมา แต่ถึงอย่างนั้นก็ไม่ได้เป็นช่างฝีมือที่มีความชำนาญ
งานเหล่านี้จำเป็นต้องให้ช่างมืออาชีพมาเป็นคนจัดการ จึงวางแผนที่จะไปหาท่านลุงใหญ่ เพื่อขอความช่วยเหลือเรื่องนี้
รุ่งเช้าวันต่อมา ซ่งชิงหลันเอาแบบที่วาดคร่าว ๆ ออกจากบ้านไปอย่างตื่นเต้น
เมื่อมาถึงบ้านตระกูลหลี่ ก็พบว่าหลี่เหวินไฉกำลังทำงานช่างอยู่ที่ลานเช่นเคย
“ท่านลุงใหญ่เจ้าคะ” ซ่งชิงหลันเอ่ยเรียก
หลี่เหวินไฉเงยหน้าจากงาน หันมาทางประตูบ้าน “หลันหลัน เจ้ามาหาป้าสะใภ้อย่างนั้นหรือ ทั้งสองไปที่ร้านเสื้อกันหมดแล้ว”
“ไม่ใช่เจ้าค่ะ ข้ามาพบท่านลุงใหญ่ต่างหาก”
“ลุงหรือ?” ว่าเช่นนั้นเขาก็ลุกขึ้นยืน เอาผ้ามาปัดฝุ่นไม้บนตัวออกไป แล้วถามต่อ “มีอันใดหรือไม่?”
ซ่งชิงหลันยิ้มอย่างเขินอาย “ท่านลุงใหญ่ ข้ามาที่นี่เพื่อขอความช่วยเหลือจากท่านเจ้าค่ะ”
ว่าจบนางก็เอาแบบที่วาดไว้ ส่งให้ชายวัยกลางคนตรงหน้า
หลี่เหวินไฉมองมันอย่างพิจารณา แต่ก็ยังคงขมวดคิ้วอย่างสงสัย นางจึงถามขึ้น “มันพอจะเป็นไปได้หรือไม่เจ้าคะ”
“อืม…เรื่องความร้อนไม่ได้ลำบาก แต่ทำช่องสำหรับเติมน้ำร้อนลงไปก็จะทำให้อาหารอุ่นได้นานขึ้น และถ้าจะต้องเดินทางส่งอาหาร เราต้องออกแบบรถที่ติดตั้งชั้นวางอาหารอย่างมั่นคง และยังต้องคิดเรื่องประหยัดแรงคนส่งด้วย ลุงว่าเราน่าจะเปลี่ยนตรงนี้…เอาเป็นเช่นนี้…”
ท่านลุงใหญ่อธิบาย พลางวาดเส้นเพิ่มเติมลงไปในแบบของซ่งชิงหลัน “น่าจะต้องออกมาเป็นเช่นนี้”
“ท่านลุงใหญ่ ข้าปรึกษาคนไม่ผิด ท่านเป็นสุดยอดช่างฝีมือจริง ๆ เจ้าค่ะ”
หลี่เหวินไฉยิ้มอย่างเขินอาย “หลานสาว เจ้าเป็นคนแปลกเสียจริง คิดค้นสิ่งใหม่ ๆ มาให้ลุงประหลาดใจได้เสมอ แล้วนี่วางแผนจะสร้างสักกี่คันเล่า?”
“สิบคันก่อนเจ้าค่ะ” ซ่งชิงหลันตอบ “แต่หากท่านทำคันแรกเสร็จเมื่อใด ช่วยบอกข้าด้วยนะเจ้าคะ ข้าจะนำไปลองใช้ก่อน”