ทะลุมิติมาเป็นคุณหนูใหญ่กลับต้องมาเลี้ยงน้องจนได้ดีแถมต้องเลี้ยงลูกอีกต่างหาก - บทที่ 2 น้องชายทั้งสี่มาแล้ว (รีไรท์)
- Home
- ทะลุมิติมาเป็นคุณหนูใหญ่กลับต้องมาเลี้ยงน้องจนได้ดีแถมต้องเลี้ยงลูกอีกต่างหาก
- บทที่ 2 น้องชายทั้งสี่มาแล้ว (รีไรท์)
บทที่ 2 น้องชายทั้งสี่มาแล้ว (รีไรท์)
แต่ซ่งชิงหลันคิดไม่ถึงว่า ไม่ใช่แค่น้องคนโตของนางเท่านั้นที่มา กระทั่งน้องชายอีกสามคนของนางก็มาด้วย!
ลูกชายทั้งสี่คนของตระกูลซ่งล้วนแล้วแต่เป็นคนฉลาด เพียงแค่เห็นภาพตรงหน้าก็รู้แล้วว่า ตระกูลไป๋กำลังรังแกพี่สาวของพวกเขาอีกแล้ว
ซ่งชิงตงชี้ไปยังหญิงสาวทั้งสี่ ก่อนจะพูดขึ้นว่า “พวกผู้หญิงน่ารังเกียจ ออกไปให้พ้นจากท่านพี่ของข้าเสีย หากมีสิ่งใดเกิดขึ้นกับท่านพี่ของข้าแม้แต่เพียงนิด ข้าจะจัดการพวกเจ้าแน่!”
ซ่งชิงหนานหยิบพลั่วขึ้นมาพลางกวาดสายตามอง “พี่รอง จะไปพูดไร้สาระกับคนพวกนี้อยู่ไย พวกนางรังแกพี่ใหญ่ของเราครั้งแล้วครั้งเล่า คิดว่าตระกูลซ่งของเราไม่มีผู้ใดแล้วหรือไร? วันนี้ข้าจะทำให้พวกนางเห็นว่าถึงบ้านเราจะจน แต่ก็มิยอมให้ผู้ใดมารังแกได้ง่าย ๆ!”
ซ่งชิงซีเงยหน้าขึ้นเอ่ยต่อ “ข้าจะเขียนป้ายผ้าใหญ่ ๆ แล้วเอาไปติดตามถนนตรอกซอกซอย เพื่อบอกให้ผู้คนในละแวกใกล้เคียงรับรู้ถึงการกระทำอันชั่วร้ายของตระกูลไป๋!”
ซ่งชิงเป่ย น้องชายคนสุดท้องหาได้เอ่ยคำใด แต่เขาพุ่งเข้าไปกัดแขนของเจี่ยงชุ่ยเหลียนแทน
“โอ๊ย!”
เจี่ยงชุ่ยเหลียนร้องออกมาด้วยความเจ็บปวด ก่อนจะสบถก่นด่า “ไอ้เด็กนี่กล้ากัดข้าหรือ ข้าจะตีเจ้าให้ตาย!”
ตระกูลไป๋นั้นเป็นพ่อค้าขายหมู ซึ่งในตรอกหย่งเหอนี้พวกเขานับว่าร่ำรวยอยู่ไม่น้อย
เจี่ยงชุ่ยเหลียนผู้ก่นด่าทุกอย่างบนโลกใบนี้
ยามนี้กลับมีเด็กปากไม่สิ้นกลิ่นน้ำนมสองสามคนมาฉี่รดบนหัวนางอยู่เช่นนี้ แล้วจะให้นางทนได้อย่างไร?
สตรีวัยกลางคนจึงยกมือฟาดไปบนใบหน้าซ่งชิงเป่ยทันที
เมื่อเห็นว่าฝ่ามือนั้นกำลังจะกระทบใบหน้า ซ่งชิงหนานก็กระโดดขึ้นพร้อมพลั่วในมือ ก่อนจะถีบเจี่ยงชุ่ยเหลียนจนล้มลงไปกับพื้น
“โอ๊ย! โอย…เจ็บเป็นบ้า!”
“ท่านแม่!”
“ท่านแม่!”
เมื่อพวกไป๋ชุนเฟินเห็นว่าแม่ของตนถูกทำร้าย พวกนางแต่ละคนจึงเริ่มปรี่เข้าหาคนจากตระกูลซ่ง
ซ่งชิงตงและซ่งชิงซีรีบมาขวางให้ซ่งชิงหลันอยู่ด้านหลัง
ซ่งชิงเป่ยเริ่มใช้วิธีการเฉพาะตัวของเขาอีกครั้ง คือจับใครได้ก็กัดคนนั้น ไม่ว่าจะเป็นที่แขนหรือขาก็ตาม
ส่วนซ่งชิงหนานซึ่งถือพลั่วอยู่ในมือย่อมได้เปรียบกว่า บุตรสาวทั้งสี่ของตระกูลไป๋เมื่อเงยหน้าขึ้นมองล้วนไม่กล้าที่จะก้าวเข้าไป
การประมือกันครั้งนี้ ตระกูลซ่งเป็นผู้ชนะ!
เจี่ยงชุ่ยเหลียนตบหน้าอกของนางด้วยความโกรธ “เหอะ! น่าอัปยศอดสูจริงแท้ ซ่งชิงหลันให้คนตระกูลซ่งมาทำร้ายทุบตีแม่สามีและพี่สาวสามีของตัวเอง ร้ายกาจปานอสรพิษ ตระกูลไป๋ของพวกเราไม่อาจทนกับสะใภ้อย่างนางได้ ข้าจะไปหานายท่านเพื่อให้ท่านเขียนหนังสือหย่าแทนลูกชายของข้า ส่วนนางก็พาลูกแฝดไร้ประโยชน์ทั้งสองของนางออกไปจากตระกูลไป๋เสีย!”
หากไม่เห็นแก่หน้าสามีและบุตรชายที่ไปขายหมูที่ตลาด นางคงเอามีดฆ่าหมูแทงเด็กพวกนี้ไปแล้ว!
แต่การที่พวกเขามาก่อเรื่องแบบนี้ก็ถือเป็นเรื่องดี นางจะได้มีเหตุผลในการขับไล่ซ่งชิงหลันกับทายาทไร้ประโยชน์ออกไปจากบ้านนี้
“ไม่ต้องไปหาหรอก ข้าพามาแล้ว… แค่ก แค่ก แค่ก…”
ในขณะนั้นเอง สตรีเฒ่าใบหน้าซีดเซียวพร้อมกับบุรุษผู้หนึ่งท่าทีดูอ่อนโยนพลันเดินเข้ามา
“ท่านย่า ท่านไม่สบายอยู่มิใช่หรือเจ้าคะ เหตุใดจึงมาที่นี่?”
ตามความทรงจำในร่างนี้ของซ่งชิงหลันนั้น เสียงเรียก ‘ท่านย่า’ นี้มักถูกเอ่ยอย่างนุ่มนวลเป็นพิเศษเสมอ
ย่าซ่งปรี่เข้าไปหาหลานสาวพร้อมจับมือของนางเอาไว้ แล้วสตรีเฒ่าก็กล่าววาจาออกมา “ย่าได้ยินมาว่าหลานกำลังจะคลอด จึงพาน้อง ๆ ของหลานมาเยี่ยม แต่พอมาถึงหน้าประตูบ้านตระกูลไป๋ก็เห็นหมอตำแยวิ่งออกมาอย่างตื่นตระหนก จึงรู้ว่าหลานโดนรังแกอีกแล้ว ย่าเลยไปหาคุณชาย ไม่ว่าไป๋เย่หานจะอยู่หรือตาย แต่วันนี้พวกหลานต้องหย่ากัน ย่ามารับกลับบ้านแล้ว”
“ถึงเจ้าจะต้องกินแกลบกินดิน*[1] ย่าจะไม่ให้หลานมาพบกันอีก”
นางเสียใจจริง ๆ!
สามีของนาง รวมถึงลูกชายคนโตและภรรยาของเขาต่างก็จากไปก่อนเวลาอันควร นางหาสะใภ้ให้ลูกชายคนสุดท้องแล้วเลี้ยงดูหลานทั้งห้าคนเพียงลำพัง บ่อยครั้งที่ต้องอดมื้อกินมื้อ
นางคิดว่าหากหลานสาวได้แต่งเข้าตระกูลไป๋อาจต้องเหนื่อยไปบ้าง แต่อย่างน้อยก็มีข้าวให้กินทุกมื้อ มีเสื้อผ้าอย่างดีให้สวมใส่
ผู้ใดจะไปคิดว่าตระกูลไป๋จะรังแก ทุบตี และด่าทอหลานสาวของนางถึงเพียงนี้
คราวนี้นางต้องพาหลานของนางออกมาแม้ว่าจะเสี่ยงชีวิตก็ตาม!
[1] กินแกลบกินดิน พรรณนาถึงความยากไร้และความยากลำบากของชีวิต
Pchaya
ชีวิตรันทดจังเลยจะพากันรอดไหมเนี่ย