ทะลุมิติมาเป็นคุณหนูใหญ่กลับต้องมาเลี้ยงน้องจนได้ดีแถมต้องเลี้ยงลูกอีกต่างหาก - บทที่ 3 หย่าร้าง (รีไรท์)
- Home
- ทะลุมิติมาเป็นคุณหนูใหญ่กลับต้องมาเลี้ยงน้องจนได้ดีแถมต้องเลี้ยงลูกอีกต่างหาก
- บทที่ 3 หย่าร้าง (รีไรท์)
บทที่ 3 หย่าร้าง (รีไรท์)
ในชีวิตที่แล้ว ซ่งชิงหลันเป็นเด็กกำพร้าซึ่งไม่เคยได้รับความรักจากครอบครัวของนางเลย
ในยามนี้นางจึงรู้สึกตื้นตันขึ้นมาโดยพลัน “ท่านย่าว่าอย่างไรข้าก็ว่าอย่างนั้นเจ้าค่ะ ท่านย่าดูสิเจ้าคะ ข้ามีเหลนแฝดให้ท่านย่าด้วย”
เมื่อพูดถึงเด็ก ๆ ท่านย่าซ่งจึงกวาดสายตามอง ก่อนจะรีบถอยออกมาหนึ่งก้าวเพื่อปิดปากและจมูกด้วยแขนเสื้อ ด้วยเกรงว่าอาการป่วยของตนจะส่งต่อไปยังเหลนของนาง
“แค่ก แค่ก เหลนทั้งสองของข้าช่างน่ารักน่าชัง หลานของข้าคลอดลูกแฝด… คงเจ็บปวดไม่น้อย”
ซ่งชิงหลันยิ้มอย่างขมขื่น ด้วยเพราะเจ้าของร่างนี้จากไปเพราะให้กำเนิดบุตร
ทว่าตอนนี้นางกลายเป็นซ่งชิงหลัน เด็กสองคนนี้เป็นลูกของนาง ท่านย่า รวมถึงท่านพี่น้องล้วนแล้วแต่เป็นญาติสนิทของนาง
นางจะทำให้พวกเขามีชีวิตที่ดีให้จงได้!
เจี่ยงชุ่ยเหลียนมองการแสดงความรักอันลึกซึ้งของยายหลานตรงหน้าแล้วพลันสบถขึ้นมา “สตรีร้ายกาจเช่นซ่งชิงหลันมีค่าพอให้ต้องทำเรื่องหย่าเชียวหรือ? คุณชายหวังช่วยเขียนหนังสือหย่าให้นางแทนบุตรชายข้าทีเถิด แล้วก็ปล่อยให้นางไปเสีย”
หวังต้าสี่นั้นเคยสอบผ่านระดับซิ่วไฉ*[1] มาก่อนย่อมมีความภาคภูมิใจในความเป็นบัณฑิต แต่สิ่งที่น่ารำคาญที่สุดคือคนปากร้ายเช่นเจี่ยงชุ่ยเหลียน
“เจี่ยงชุ่ยเหลียน สะใภ้ใหญ่ของเจ้าไม่ได้ทำผิดทั้งเจ็ดข้อนี้*[2] ตระกูลไป๋ย่อมไม่อาจทอดทิ้งนางได้ สามารถทำได้เพียงหย่ากันตามกฎบ้านเมืองเท่านั้น”
“บุตรชายของเจ้าไม่มีข่าวคราวมานานหลายเดือน ดังนั้นท่านจึงสามารถลงนามในหนังสือหย่าแทนเขาได้ หากท่านไม่คัดค้าน ข้าจะเขียนหนังสือหย่าให้ทันที แต่หากไม่เห็นด้วยก็โปรดดูแลสะใภ้ใหญ่และหลานที่เพิ่งเกิดให้ดี”
แม้ว่าพวกเขาจะอาศัยอยู่ในเมืองหลวง แต่ตรอกหย่งเหอนั้นก็ถือเป็นตรอกที่เล็กที่สุด ทั้งยังยากจนที่สุดในเมือง
เนื่องจากผู้คนในตรอกนี้ย้ายออกไปเมื่อสิบกว่าปีก่อน หวังต้าสี่จึงได้ขึ้นเป็นคุณชายของตรอกหย่งเหอมานานกว่าสิบปี เขาย่อมรู้จักครอบครัวหลายร้อยครอบครัวในตรอกนี้เป็นอย่างดี
วันแล้ววันเล่าที่เจี่ยงชุ่ยเหลียนรังแกซ่งชิงหลัน ลูกสะใภ้ผู้กำพร้าบิดามารดาคนนี้ทุกวัน แม้ว่านัยน์ตาของเขาจะไม่มีความโกรธใด ๆ แต่ในใจนั้นไม่ใช่ แล้วอันที่จริงเขาก็จัดการเรื่องนี้ได้ไม่ดีนัก
อีกทั้งตอนนี้ตระกูลซ่งต้องการหย่า เขาจึงเลือกที่จะอยู่ข้างตระกูลซ่ง
เจี่ยงชุ่ยเหลียนครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนเอ่ยอย่างไร้ความปรานี “หย่าก็หย่า!”
อย่างไรเสีย ลูกชายบุญธรรมของนางก็อาจไม่มีชีวิตอยู่แล้ว การที่ซ่งชิงหลันมีลูกแล้วถึงสองคนจะแต่งงานใหม่จึงไม่เหมาะสมนัก
ไม่ว่าจะเป็นการแยกจากหรือการหย่าร้าง ตระกูลไป๋ย่อมไม่ได้รับผลกระทบใด ๆ แต่การให้นางเก็บทั้งสามแม่ลูกซึ่งไร้ประโยชน์ไว้นั้นย่อมเป็นไปไม่ได้!
“ดี!”
หวังต้าสี่เขียนหนังสือหย่าทั้งหมดสามฉบับ ให้เจี่ยงชุ่ยเหลียนกับซ่งชิงหลันลงนามและให้คำมั่น จากนั้นจึงรอให้เขาไปยังศาลาว่าการเพื่อประทับตราให้มีผลบังคับใช้
“ขอบคุณ คุณชายหวัง!”
ซ่งชิงหลันรู้ดีว่าหากหวังต้าสี่ไม่มีท่าทีแข็งกร้าว คงเป็นการยากที่ยายแก่ตระกูลไป๋จะยอมประนีประนอมเช่นนี้
หวังต้าสี่หันมายิ้มให้นาง “แม่นางซ่งไม่ต้องเกรงใจ กลับบ้านไปพร้อมท่านย่าแล้วดูแลสุขภาพให้ดี วันนี้ข้าต้องขอตัวลาก่อน”
“เข้าใจแล้ว กลับดี ๆ นะเจ้าคะ”
หลังจากที่หวังต้าสี่จากไป ซ่งชิงตงจึงเอ่ยพร้อมดวงตาที่แดงก่ำ “ท่านพี่ขอรับ นี่เยี่ยมไปเลย ในที่สุดก็หลุดพ้นจากถ้ำหมาป่าแล้ว พวกเรากลับบ้านกันเถิด!”
เมื่อได้ยินคำพูดของเขา ความโกรธที่กักเก็บไว้ของเจี่ยงชุ่ยเหลียนพลันปะทุขึ้นอีกครั้ง “ไอ้เด็กเวรนี่ ถ้ำหมาป่าอย่างนั้นหรือ?”
ซ่งชิงหนานจ้องพร้อมยกพลั่วขึ้น “ข้าบอกว่าพวกเจ้าเป็นเป็นฝูงหมาป่า แล้วอย่างไรเล่า? อยากโดนหรือ?”
แม้ชีวิตของเขาจะไม่ได้สูงส่งนัก แต่หากผู้ใดกล้ามาระรานครอบครัวของพวกเขา พวกเขาจะจัดการให้สิ้น
ท่านย่าซ่งรีบหยุดหลานทันที “ชิงหนานอย่าลดตัวไปให้ค่าคนพวกนั้น สิ่งสำคัญตอนนี้คือการพักฟื้นของพี่ใหญ่เจ้า รีบกลับบ้านกันเถิด”
“หึ!” ซ่งชิงหนานทิ้งพลั่วลงกับพื้นเสียงดัง ก่อนจะหันมาเอ่ยกับซ่งชิงหลันอย่างอ่อนโยน “ท่านพี่ขอรับ เราเอารถเข็นมาด้วย ท่านพี่นั่งไปบนนี้เถิด”
[1] ซิ่วไฉ เป็นการสอบคัดเลือกระดับท้องถิ่น โดยมีการจัดสอบทุกปี ปีละครั้ง
[2] ชีชู หรือ ประการเจ็ดข้อ ที่บุรุษในสมัยก่อนใช้หย่าสตรี ประกอบด้วย อกตัญญู ไร้ทายาท มีชู้ ริษยา เป็นโรคร้าย ปากมาก และลักขโมย ดังนั้นสามีจะหย่าได้ หากภรรยามีความผิดประการหนึ่งในทั้งเจ็ดประการนี้