ทะลุมิติมาเป็นคุณหนูใหญ่กลับต้องมาเลี้ยงน้องจนได้ดีแถมต้องเลี้ยงลูกอีกต่างหาก - บทที่ 4 ถึงครอบครัวจะขัดสนแต่หัวใจกลับอบอุ่น (รีไรท์)
- Home
- ทะลุมิติมาเป็นคุณหนูใหญ่กลับต้องมาเลี้ยงน้องจนได้ดีแถมต้องเลี้ยงลูกอีกต่างหาก
- บทที่ 4 ถึงครอบครัวจะขัดสนแต่หัวใจกลับอบอุ่น (รีไรท์)
บทที่ 4 ถึงครอบครัวจะขัดสนแต่หัวใจกลับอบอุ่น (รีไรท์)
ท่านย่าซ่งเอ่ย “หลังให้กำเนิดบุตร หลานยังไม่สามารถอุ้มลูกได้นะ ชิงหนาน ชิงซี เจ้าสองคนอุ้มลูกของพี่ใหญ่ไป ส่วนชิงตงมาอุ้มพี่ใหญ่เร็ว”
“ไม่เป็นอันใดเจ้าค่ะท่านย่า ข้าเดินเองได้”
ซ่งชิงตงอายุเพียงสิบสี่ปี ซ้ำแล้วร่างกายยังผอมแห้ง ซ่งชิงหลันไม่อาจทนให้เขามาอุ้มนางได้
“ไม่ได้ หลานเพิ่งคลอดลูกแฝดมา ร่างกายอ่อนแอไม่น้อย ให้ชิงหนานกับชิงซีอุ้มเด็กเถิด”
ซ่งชิงหลันดื้อรั้น เพียงก้าวขาไปเบื้องหน้าเล็กน้อย ร่างกายท่อนล่างของนางพลันปวดร้าวขึ้นมา แต่นางจำต้องแสร้งทำเป็นว่าไม่เจ็บปวดอะไร
“ท่านย่าดูสิเจ้าคะ ข้าไม่เป็นอันใดจริง ๆ ไปกันเถิดเจ้าค่ะ ข้าอยากกลับบ้านแล้ว”
“ได้ ๆ!”
ย่าซ่งเห็นหลานสาวยืนกรานเช่นนั้นจึงจำยอมไป
ซ่งชิงหลันเดินไปยังประตู แล้วก็ต้องพบว่ามีเกล็ดหิมะโปรยลงมาประปราย
ลมหนาวพัดผ่านวูบเดียว นางก็ตัวสั่นเสียแล้ว อีกทั้งเจ้าตัวน้อยในอ้อมกอดของนางก็ดูเหมือนจะหนาวเช่นกันจึงพากันดิ้น ซ้ำยังขมวดคิ้วแน่น
นางจึงกอดพวกเขาให้แน่นขึ้น แต่เด็กทั้งสองถูกห่อด้วยผ้าฝ้ายขาด ๆ บาง ๆ เพียงเท่านั้นจึงไม่ได้ช่วยอะไรมากนัก
หญิงสาวจึงหันไปบอกชิงตง “เข้าไปเอาผ้าห่มของข้ามาที”
“ขอรับ”
หากแต่เจี่ยงชุ่ยเหลียนพลันเชิดหน้า แล้วกล่าวค้าน “ตอนมาก็มาแต่ตัว ตอนไปก็อย่าหวังว่าจะเอาสิ่งใดไปจากตระกูลไป๋แม้เพียงเศษหญ้า!”
“ถุย!” ซ่งชิงหนานถ่มน้ำลายใส่ “ผู้ใดสนกัน ผ้าห่มของเราก็มี!”
หลังเอ่ยจบ เขาจึงไปเข็นรถเข็นมาตรงหน้าซ่งชิงหลัน “ขึ้นรถเถิด”
บนรถเข็นถูกคลุมด้วยฟางหนาพร้อมผ้านวมมีรอยปะชุน แม้ว่าสภาพจะไม่ได้ดีนัก แต่นางก็รู้ว่าท่านย่าและน้อง ๆ ได้ให้สิ่งที่ดีที่สุดแก่นางแล้ว
หญิงสาวเอ่ยบอกกับซ่งชิงตงให้ช่วยพยุงท่านย่าขึ้นไปก่อน จากนั้นนางจึงตามขึ้นไป แล้วนั่งลงพร้อมกับเด็ก ๆ ในอ้อมแขน
เพราะหิมะตกหนักขึ้น ซ้ำยังมีสายลมพัดผ่าน
ซ่งชิงหลันและลูก ๆ รวมถึงท่านย่าที่นั่งบนรถเข็นต่างห่มผ้าห่มผืนเก่าเอาไว้
แล้วซ่งชิงตงก็เริ่มลากรถ โดยมีซ่งชิงหนานดันรถ ส่วนซ่งชิงซีกับซ่งชิงเป่ยเอาไม้มากันคนละข้าง
ในโลกอันหนาวเย็นและยากจนเช่นนี้ หัวใจของซ่งชิงหลันกลับพลุ่งพล่านด้วยความรู้สึกตื้นตันอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน
บ้านของตระกูลซ่งเป็นเพียงบ้านอิฐ แบ่งออกเป็นสี่ห้องและมีกำแพงกั้นตรงกลาง ครอบครัวของซ่งชิงหลันกับครอบครัวของอาเล็กอยู่กันคนละห้อง
พวกน้องชายสี่คนนอนห้องหนึ่ง แต่ซ่งชิงหลันกับลูกน้อยทั้งสองต้องนอนกับท่านย่าเท่านั้น
ทว่าท่านย่าซ่งไม่เห็นด้วย “แค่ก แค่ก… ชิงหลันเอ๋ย ลูกของหลานยังเล็กเกินไปที่จะอยู่กับย่าซึ่งเป็นคนมีโรคภัยไข้เจ็บได้ หากลูกของหลานป่วยขึ้นมา ย่าต้องเป็นคนบาปแล้ว ประเดี๋ยวย่าจะไปนอนในครัวเอง”
ตอนนี้นางได้หลานสาวกลับมาสู่อ้อมอกแล้ว นางย่อมปรารถนาให้หลานได้ในสิ่งที่ดี
เพราะตัวของนางมีชีวิตอยู่ได้อีกไม่นาน กระทั่งแม้ว่ายามนี้นางจะอยู่ในโลงศพ นางก็ไม่เสียใจเช่นกัน
“จะทำเช่นนั้นได้อย่างไรเจ้าคะ ถ้าหากต้องมีใครไปนอนในครัว คนคนนั้นสมควรเป็นข้าเจ้าค่ะ ท่านย่าป่วยอยู่ต้องพักผ่อนให้เยอะ ๆ” จากนั้นซ่งชิงหลันก็หันไปเอ่ยกับซ่งชิงตง “ชิงตง พาน้อง ๆ ไปจัดที่หลับที่นอนในห้องครัวให้ข้าที”
“ท่านพี่ขอรับ ท่านพี่เพิ่งคลอดลูก จะนอนบนพื้นได้อย่างไร? ประเดี๋ยวข้ากับน้อง ๆ ไปนอนในครัวเอง ส่วนท่านพี่กับหลาน ๆ นอนในห้องของพวกเราเถิด”
“ไม่ได้ หากมีผู้ใดจะต้องนอนพื้นก็ต้องเป็นพี่ อีกอย่างในครัวก็มีไฟ มีความอบอุ่น ถ้าเจ้าไม่ตกลง ตัวพี่กับลูกจะออกไปจากบ้าน”
ทั้งท่านย่าและน้อง ๆ ล้วนรักนาง นางจะทำให้พวกเขาลำบากได้อย่างไร?
ท่านย่าซ่งตาแดงก่ำก่อนจะยอมในที่สุด “เอาเถิด ๆ ชิงตง ไปทำตามที่พี่เจ้าว่า”
หลานสาวของนางเป็นคนใจดีตั้งแต่เด็ก แล้วซ่งชิงหลันจะทนเห็นย่าแก่ ๆ กับน้องชายของตนนอนบนพื้นได้อย่างไร?
นางยินดีที่จะอาศัยอยู่ในครัว แน่นอนว่านางสามารถอยู่ในครัวได้
แม้ว่าวันนี้จะลำบากไปสักหน่อย แต่ครอบครัวก็ยังมีกันและกันเสมอ
Pchaya
ไม่มีมิติวิเศษอะไรมาบ้างเลยหรอ