ทะลุมิติมาเป็นคุณหนูใหญ่กลับต้องมาเลี้ยงน้องจนได้ดีแถมต้องเลี้ยงลูกอีกต่างหาก - บทที่ 5 ท่านอาเล็ก (รีไรท์)
- Home
- ทะลุมิติมาเป็นคุณหนูใหญ่กลับต้องมาเลี้ยงน้องจนได้ดีแถมต้องเลี้ยงลูกอีกต่างหาก
- บทที่ 5 ท่านอาเล็ก (รีไรท์)
บทที่ 5 ท่านอาเล็ก (รีไรท์)
โชคยังดีที่ห้องครัวนั้นใหญ่พอ จึงไม่มีปัญหาในการวางที่นอน
ซ่งชิงตงวางฟางหนาเป็นชั้น ๆ บนพื้น แล้วจึงปูฟูกลงบนกองฟาง
ในขณะที่ท่านย่าซ่งกังวลว่าจะหาผ้านวมได้จากที่ใด ประตูบานพลันถูกผลักเปิดจากด้านนอก ซ่งอวิ๋นเฟิง ลูกชายคนสุดท้องของนางแอบเข้ามาจากด้านนอก
มือข้างหนึ่งถือผ้าห่มนวม ส่วนอีกมือหนึ่งถือบะหมี่ที่เหลือเพียงครึ่งถุง
“ท่านแม่ขอรับ หลานสาวอยู่ที่ใดหรือขอรับ ข้าได้ยินว่าท่านไปรับหลานมาแล้ว”
“แค่ก แค่ก…” ท่านย่าซ่งเดินออกมาจากบ้านก่อนเอ่ยอย่างอ่อนแรง
“เหตุใดเจ้าถึงมาที่นี่ กลับไปเสีย”
แม้ว่านางจะมีช่วงเวลาที่ยากลำบากกับหลานของตน แต่นางก็ไม่ได้คาดหวังอะไรกับซ่งอวิ๋นเฟิงนัก
ซ่งอวิ๋นเฟิง แม้จะทำงานในตระกูลที่ร่ำรวยเพื่อรายได้เดือนละไม่กี่ร้อยเหรียญ แต่เขาก็มีลูกชายสองคนที่ต้องเลี้ยงดู อีกทั้งภรรยาของเขายังร้ายกาจและเอาแต่ใจ
ทุกครั้งที่เขาเอาอะไรมาให้นาง เขาต้องทะเลาะกับภรรยา เมื่อเวลาผ่านไปนางจึงไม่ยอมให้เขามาหามารดาอีก
“ท่านแม่ ใจเย็นก่อนขอรับ นี่หลานสาวกลับมาแล้วไม่ใช่หรือ อากาศหนาวไม่น้อย นางเองก็เพิ่งคลอดลูกมา ข้าแค่เอาของมาให้นางเท่านั้น”
ซ่งชิงหลันได้ยินเสียงนั้นจึงเดินออกมาจากห้องครัว ก่อนจะตะโกนเรียก “ท่านอาเล็ก”
ซ่งอวิ๋นเฟิงหันมองไปตามเสียง ดวงตาของเขาพลันร้อนผ่าว “หลานคนโตของอากลับมาแล้ว กลับมาก็ดีแล้ว! แล้วลูกของเจ้าอยู่ที่ใดกันเล่า?”
ตระกูลซ่งของพวกเขามีเพียงซ่งชิงหลันเท่านั้นที่เป็นผู้หญิง เขาในฐานะอาเล็กย่อมรักนางเป็นธรรมดา
“กำลังหลับอยู่เจ้าค่ะ อาเล็กเข้ามาดูก่อนสิเจ้าคะ”
ซ่งอวิ๋นเฟิงมองเข้าไปในห้องครัว ก่อนจะเห็นทารกน้อยสองคนที่เนื้อตัวผิวพรรณย่นกำลังนอนหลับสนิท
“หลานสาวของข้าเก่งมากที่คลอดลูกถึงสองคน ลำบากหลานแล้ว อาเล็กไม่มีสิ่งใดจะให้หลาน มีเพียงผ้านวมและบะหมี่ผสมธัญพืชนี้เพื่อใช้ต่อชีวิต หลานรักรับไว้เถิด ไม่เช่นนั้นอาคงปวดใจแย่”
ซ่งชิงหลันยิ้มพร้อมรับผ้าห่มจากมือของเขา “ข้าจะรับไว้เจ้าค่ะ ท่านอาเล็ก ในภายภาคหน้าชิงหลันจะตอบแทนอาเป็นแน่”
“เด็กโง่ พวกเราเป็นครอบครัวเดียวกัน ไยเจ้าจึงพูดเช่นนี้ พักผ่อนให้สบายเถิด คอยดูแลอาการป่วยของท่านย่าด้วย อย่าปล่อยให้นางทำงาน อาเล็กต้องรีบกลับไปทำงานแล้ว”
เขาขโมยของพวกนี้มาโดยที่ภรรยาของเขาไม่รู้
“ท่านอาไม่ต้องห่วง มีข้าอยู่ทั้งคน ท่านย่าย่อมสบายดีเจ้าค่ะ”
ซ่งอวิ๋นเฟิงมองไปยังมารดาของตนแล้วจึงหันหลังกลับเพื่อจากไป
ตอนนี้ซ่งชิงตงทำงานเป็นเสี่ยวเอ้อร์ในโรงเตี๊ยม เขาจึงต้องไปทำงานทันที ด้วยเพราะทั้งครอบครัวต้องพึ่งพาค่าจ้างเดือนละสองร้อยกว่าเหรียญของเขาในการดำรงชีวิต
เมื่อเห็นว่าเที่ยงแล้ว ซ่งชิงหนานจึงก่อไฟ ส่วนซ่งชิงซีเป็นคนทำอาหาร
เขานำกะหล่ำปลีเน่าและเศษวุ้นเส้นที่ซื้อจากตลาดมาผสมกัน เติมน้ำลงไปราวครึ่งหม้อ แล้วจึงตั้งหม้อ
ไฟกำลังลุกไหม้อย่างรุนแรง แม้ว่าข้างนอกหิมะจะโปรยปราย แต่ในห้องครัวนั้นกลับอบอุ่นยิ่ง
ซ่งชิงหนานมองไปยังหลานชายและหลานสาวของเขาด้วยรอยยิ้ม
“ท่านพี่ ตั้งชื่อให้พวกเขาหรือยัง?”
ครอบครัวซ่งของพวกเขามีเพียงพี่สาว พี่ชาย และซ่งชิงซีเท่านั้นที่ได้รับการศึกษา!
ซ่งชิงหลันครุ่นคิดอยู่ครูหนึ่ง ก่อนจะกล่าวว่า “ผู้ชายชื่อซ่งซิงเฉิน ส่วนผู้หญิงชื่อซ่งซิงเยว่”
“เฉินเฉิน เยว่เยว่ ชื่อเพราะมากเลยขอรับ!”
ทว่าจู่ ๆ ซ่งซิงเฉินกลับร้องไห้งอแงขึ้นมาเสียอย่างนั้น “แง แง แง…”
ซ่งชิงซีจึงเอ่ย “ดูท่าหลานชายของข้าจะหิวแล้ว ท่านพี่ให้นมเขาเถิดขอรับ ประเดี๋ยวข้าจะออกไปหาพี่รอง”
หลังเอ่ยจบ พวกเขาก็เดินออกไปพร้อมกับปิดประตูห้องครัวอย่างระมัดระวัง
ซ่งชิงหลันหมายจะให้นมลูก นางอุ้มซ่งซิงเฉิน ก่อนจะถกเสื้อขึ้น ใครกันคาดคิดว่าเด็กน้อยจะดูดนมเสียเต็มปาก
ซ่งชิงหลันทำสีหน้าเหยเกด้วยความเจ็บปวด แต่ไม่นานซ่งซิงเฉินก็ส่ายหน้าหนี นางไม่มีน้ำนมให้เด็กน้อยสักหยดเดียว
นางอุ้มเขาเข้าเต้าอีกข้างแต่กลับไม่มีน้ำนมออกมาสักหยดเช่นกัน
“แง แง แง แง…”
ทันใดนั้น ซ่งซิงเยว่พลันร้องขึ้นด้วยความหิวโหยเช่นกัน
ซ่งชิงหลันกัดริมฝีปาก นางควรทำอย่างไรดี?
เจ้าของร่างนี้ทำงานหนักมานานเกินไป และสิ่งนี้ก็ส่งผลกับร่างกายของนาง
Pchaya
จะมีอะไรให้เด็กกินกัน น้ำนมก็ไม่มี