ทะลุมิติมาเป็นคุณหนูใหญ่กลับต้องมาเลี้ยงน้องจนได้ดีแถมต้องเลี้ยงลูกอีกต่างหาก - บทที่ 200 ในที่สุดเจ้าก็กลับมา
- Home
- ทะลุมิติมาเป็นคุณหนูใหญ่กลับต้องมาเลี้ยงน้องจนได้ดีแถมต้องเลี้ยงลูกอีกต่างหาก
- บทที่ 200 ในที่สุดเจ้าก็กลับมา
บทที่ 200 ในที่สุดเจ้าก็กลับมา
ด้านสองสามีภรรยาเฉียนและอู่ต้าหย่ง เมื่อทราบข่าวการกลับมาของซ่งชิงหนานก็รีบเดินทางไปที่บ้านตระกูลซ่ง เพื่อให้การต้อนรับและแสดงความยินดี โดยที่ทั้งหมดกำลังพูดคุยกันอยู่ในห้องโถงของบ้าน
ท่านย่าดูมีความสุขเป็นอย่างมาก หญิงชราเต็มไปด้วยน้ำตาที่เอ่อล้น นางจับมือซ่งชิงหนานเอาไว้อย่างไม่อยากปล่อยมือ “ชิงหนาน ในที่สุดเจ้าก็กลับมา ย่าได้เจอเจ้าแล้ว ช่างดีอันใดเช่นนี้ ตระกูลเรากลับมาพร้อมหน้าพร้อมตากันแล้ว”
เมิ่งเตี๋ยหวู่อุ้มเฉียนชิงอวี่ส่งให้นายท่านเฉียนที่นั่งอยู่ข้างกัน แล้วเอ่ยขึ้น “ท่านย่า ดีแล้วที่ชิงหนานกลับมาอย่างปลอดภัย ท่านอย่าร้องไห้สิเจ้าคะ”
“ย่ามีความสุข มีความสุขมากจริง ๆ”
นายท่านเฉียนหยอกล้อลูกสาวในอ้อมแขน ซึ่งมีสีหน้าบูดบึ้ง จากนั้นก็เริ่มถามขึ้นมา “ว่าไปแล้ว เหตุใดชิงหลันกับคนอื่น ๆ จึงยังไม่กลับกันมาอีก”
ไม่ทันขาดคำ ซ่งชิงหลันและน้อง ๆ ก็เข้ามาทันที
“พี่สาม”
“ท่านพี่ชิงหนาน”
“ท่านพี่ชิงหนาน”
น้องชายทั้งสาม ซ่งชิงเป่ย ซ่งชิงหยวนและซ่งชิงหลิน วิ่งเข้ามาอย่างตื่นเต้นราวลมพัด ตรงเข้ากอดซ่งชิงหนาน
“โอ๊ย พี่สาม ชุดเกราะท่านทำให้ข้าเจ็บ” ซ่งชิงเป่ยบ่นออกมาอย่างเจ็บปวด เพราะกอดพี่ชายแน่นเกินไป ทำเอาซ่งชิงหนานยิ้มขำ
คนเป็นพี่เหลือบมองน้องชาย แล้วเอ่ยขึ้น “ผ่านมาตั้งสามปีแล้ว เจ้าก็ยังคงเป็นเช่นนี้ ดูเป็นลิงทโมนไม่เปลี่ยน”
ซ่งชิงซีที่อยู่ข้างกันหยอกล้ออย่างยิ้ม ๆ “นี่แหละที่เรียกว่าเป็นนิสัยส่วนลึกที่เปลี่ยนแปลงได้ยากขอรับ”
ซ่งชิงตงยืนขึ้นแล้วเอ่ยบ้าง “เจ้าสาม ไหน ๆ ก็กลับมาแล้ว ดังนั้นช่วยดูแลเจ้าลิงตัวนี้ให้ข้าที ถ้าหากทำสิ่งใดไม่ได้ความ ก็ใช้กำลังจัดการเสียเลย”
“พวกท่านเป็นพี่ข้าจริงหรือ? พูดถึงข้าเช่นนี้ได้อย่างไรกันเนี่ย”
“ก็ถ้าไม่ใช่เป็นพี่เจ้ามีหวังลงไม้ลงมือไปเสียนานแล้ว”
ซ่งชิงหนานมองพี่น้องต่อปากต่อคำกันอย่างมีความสุข ในที่สุดเขาก็ได้กลับมาบ้านที่เฝ้าคิดถึงอยู่ทุกเมื่อเชื่อวันสักที
ขณะที่กำลังคิดอยู่กับตัวเองคนเดียว เมื่อเงยหน้าขึ้น ก็พบว่าซ่งชิงหลันและอู่เชียนเชียนก็เข้ามาด้วยกัน “ท่านพี่ ศิษย์พี่”
ซ่งชิงหลันใบหน้านิ่งเรียบ ตรงไปหาน้องชายหมายยกมือขึ้นจะเคาะหน้าผากเขา แต่เป็นเพราะซ่งชิงหนานเติบโตสูงใหญ่ นางไม่สามารถทำเช่นนั้นได้อีกแล้ว
คนเป็นพี่จึงเปลี่ยนเป็นใช้กำปั้นทุบหน้าอกแกร่งของท่านแม่ทัพแทน “ซ่งชิงหนาน เจ้ายังมีสำนึกอยู่หรือไม่ จำสิ่งที่สัญญากับข้าก่อนออกจากเมืองหลวงไม่ได้อย่างนั้นหรือ ข้าขอให้เจ้าเขียนจดหมายส่งข่าวถึงตระกูลว่ายังปลอดภัยดีหรือไม่ เหตุใดมีเพียงสามฉบับเล่า หลังจากนั้นหายไปที่ใดหมด”
คำพูดเหล่านั้นทำให้ซ่งชิงหนานเงียบไป
เขาก้มหน้าลงเล็กน้อย ขมวดคิ้วแล้วเอ่ยตอบ “ท่านพี่ ต้องขออภัยจริง ๆ การสู้รบเป็นไปอย่างตึงเครียด เต็มไปด้วยเรื่องเร่งด่วน ทุก ๆ วันเป็นช่วงเวลาแห่งความเป็นความตาย ดังนั้นข้าจึง…”
“เอาเถิด” อยู่ ๆ แม่เฒ่าซ่งก็ขัดขึ้น มองไปทางซ่งชิงหลันแล้วกล่าวแย้ง “หลันหลัน อย่าโทษชิงหนานเลย เพียงเขากลับมาปลอดภัยก็ดีแล้ว ย่ายินดีที่สุด”
ในตอนนี้ เมิ่งเตี๋ยหวู่ก็เดินเข้ามายืนข้างซ่งชิงหลัน แล้วเอ่ยขึ้นบ้าง “ชิงหลัน สิ่งที่ชิงหนานพูดนั้นถูกต้องแล้ว พวกเขาเดินทัพและออกสู้ศึก ชีวิตแต่ละวันไม่แน่นอน ไม่อาจรู้ได้ว่าจะมีคนตายเท่าไร เพียงกลับมาจากสนามรบอย่างปลอดภัยก็เป็นพรจากสวรรค์แล้ว”
“เจ้าซื่อบื้อ” อู่เชียนเชียนเข้ามาขัดจังหวะ เอ่ยต่อซ่งชิงหนาน “พี่ชิงหลันเป็นห่วงเจ้ามาก คิดว่านางจะโกรธเจ้าลงจริง ๆ อย่างนั้นหรือ ศิษย์น้อง แม้เจ้าตัวโตขึ้นมากหลังผ่านไปหลายปี แต่สมองไม่ได้โตขึ้นด้วยอย่างนั้นหรือ?”
วันที่ซ่งชิงหนานเข้าร่วมกองทัพ เขาสูงกว่าอู่เชียนเชียนเพียงคืบหนึ่ง แต่ตอนนี้นางสูงเพียงไหล่เขาเท่านั้น
ยิ่งไปกว่านั้น หลังผ่านสมรภูมิอันโหดร้ายมาหลายปี ซ่งชิงหนานก็ดูสุขุมขึ้นมาก ความเป็นเด็กในแววตาและใบหน้าที่หล่อเหลาจางหายไปหมดสิ้น ท่าทางดูขึงขังมากขึ้นเล็กน้อย นั่นทำให้ศิษย์พี่อย่างอู่เชียนเชียนรู้สึกแปลกตาไปมาก
ซ่งชิงหนานมองอู่เชียนเชียนด้วยแววตาอบอุ่น แล้วเอ่ยถาม “ศิษย์พี่ แล้วท่านอาจารย์ และคนอื่น ๆ สบายดีหรือไม่?”
“อย่ากังวล พวกเขาทั้งหมดสบายดี” อู่เชียนเชียนยิ้มหวานและตบแขนแกร่งของเขา “หากท่านพ่อทราบว่าเจ้าประสบความสำเร็จ เป็นใหญ่เป็นโตทกลายเป็นแม่ทัพผู้พิชิตแดนไกลเพียงนี้ มีหวังคงหน้าบานแน่นอน”
“ข้าต้องกลับไปที่โรงฝึกจิงอู่ เพื่อทำคารวะท่านอาจารย์และศิษย์พี่สักวันหนึ่ง เป็นการขอบคุณที่พร่ำฝึกสอนข้าอย่างดีเสมอมาขอรับ”
หลังจากนั้นซ่งชิงหนานก็คว้าสองมือของท่านพี่มากุมไว้ แล้วเอ่ยขึ้น “อย่างไรก็ตาม ท่านพี่ ข้ามีเรื่องสำคัญต้องบอกท่าน”
ก่อนที่ซ่งชิงหนานจะพูดจบ เสียงใสของเด็กชายก็ดังฟังชัดมาแต่ไกลเสียก่อน “ท่านแม่ขอรับ”
ทุกคนหันไปตามเสียงนั้นทันที พบว่ามีคนสามคนอยู่ที่หน้าบ้าน
ไป๋เย่หานอุ้มซ่งซิงเยว่เอาไว้ โดยมีซ่งซิงเฉินยืนอยู่ข้างกาย
ซ่งซิงเฉินวิ่งเข้าบ้าน เอ่ยเรียกมารดาของเขา
“ท่านพ่อเจ้าคะ ปล่อยข้าลงเถิด” ซ่งซิงเยว่เอ่ยกับชายหนุ่ม เตะขาไปมาจะลงจากอ้อมแขนอย่างใจร้อน
ไป๋เย่หานวางนางลง ซ่งซิงเยว่จึงรีบวิ่งตามพี่ชายเข้าไปในบ้านอย่างร่าเริง “ท่านแม่…”
เด็กน้อยทั้งสองวิ่งเข้าไปกอดต้นขาของซ่งชิงหลันกันคนละข้าง มารดายกมือทั้งสองลูบหัวพวกเขาทั้งสองอย่างยิ้ม ๆ “พวกเจ้าสองคนกลับมาแล้วหรือ?”
ซ่งซิงเยว่จับมือมารดาอย่างมีความสุข แล้วเริ่มเล่า “ท่านแม่ เราพาท่านพ่อกลับมาด้วยเจ้าค่ะ”
พ่อ?
เมื่อได้ยินเช่นนั้น ทุกคนก็ตาตื่น หันมองทางชายร่างสูงโดดเด่นที่ด้านหน้าอย่างพร้อมเพรียง
แม่เฒ่าซ่งยิ้ม “พวกเจ้าหมายถึงเรื่องใดกัน…”
ระหว่างที่ว่าอย่างนั้น นางก็หันไปเห็นไป๋เย่หานที่ด้านหน้า ก็พลันตกใจจนใบหน้าซีดเซียว “สวรรค์ ผีหรือ ให้ตาย…เหตุใดเขาถึงได้…”
เขายังมีชีวิตอยู่…
แม่เฒ่าซ่งพูดไม่ออก
ส่วนซ่งชิงหนานที่อยู่ข้างกัน รีบพยุงร่างท่านย่าที่ขาแข้งอ่อนแรงไปในทันที
ซ่งชิงตงเห็นบุรุษตรงหน้าเช่นกัน เขาขมวดคิ้วเล็กน้อยแล้วกระซิบขึ้น “เป็นไปได้อย่างไรกัน…”
“ชิง…ชิงหนาน…” ท่านย่าเสียงสั่น จับมือซ่งชิงหนานแน่น
“ย่า…ย่าตาฝ้าฟางเกินไปหรือไม่ เหตุใดคนตายแล้วจึงมาปรากฏตัวให้เห็น”
ซ่งชิงหนานดูลำบากใจ กัดริมฝีปากและกำลังจะเริ่มอธิบาย
ซ่งชิงหลันเหลือบมองไปทางเขา แล้วพูดขึ้น “ชิงหนาน เข้าพาท่านย่าไปนั่งพักที ชิงตง ชิงเป่ย พวกเจ้าพาเฉินเฉินกับเยว่เยว่ไปด้วย”
น้องชายทั้งสามทำตามคำสั่งท่านพี่
ซ่งชิงหลันขมวดคิ้วเล็กน้อย แล้วเดินออกไป
นางและไป่เย่หานกำลังยืนสบตากันที่ลานบ้าน
ซ่งชิงหลันเป็นฝ่ายเอ่ยขึ้นก่อน “เจ้า…”
“ข้ายังไม่ตาย”
ซ่งชิงหลันกัดริมฝีปาก “ข้า…”
“ขอบคุณเจ้ามากที่พยายามอย่างหนัก”
ซ่งชิงหลันขมวดคิ้วมองไป๋เย่หานอย่างขุ่นเคือง “ให้ข้าพูดให้จบก่อนได้หรือไม่”
ชายหนุ่มยืนเอามือไพล่หลัง มองนางเงียบ ๆ แล้วเอ่ยตอบรับ “เอาสิ”
ท่าทางอ่อนโยนของอดีตสามีทำให้ซ่งชิงหลันรู้สึกอึดอัดขึ้นมา นางหลุบตาลงต่ำแล้วเริ่มเอ่ย “ขอบคุณที่พาเฉินเฉิน เยว่เยว่กลับมาส่ง ไม่มีอันใดก็กลับไปได้แล้ว”