ทะลุมิติมาเป็นคุณหนูใหญ่กลับต้องมาเลี้ยงน้องจนได้ดีแถมต้องเลี้ยงลูกอีกต่างหาก - บทที่ 201 เจ้ายังคงเป็นภรรยาข้าอยู่
- Home
- ทะลุมิติมาเป็นคุณหนูใหญ่กลับต้องมาเลี้ยงน้องจนได้ดีแถมต้องเลี้ยงลูกอีกต่างหาก
- บทที่ 201 เจ้ายังคงเป็นภรรยาข้าอยู่
บทที่ 201 เจ้ายังคงเป็นภรรยาข้าอยู่
ใบหน้าของไป๋เย่หานเปลี่ยนเป็นเย็นชา เขาหรี่ตาลงเล็กน้อยพยายามที่จะควบคุมอารมณ์ตัวเองอย่างที่สุด ก่อนจะเอ่ยด้วยเสียงทุ้ม “นี่คือสิ่งที่เจ้าจะพูดกับข้าอย่างนั้นหรือ?”
ซ่งชิงหลันกะพริบตาปริบ ๆ ถามกลับอย่างงุนงง “ต้องมีอันใดอีกเล่า?”
ไป๋เย่หานรู้สึกว่านางดูแปลกกว่าที่คาดเอาไว้มาก
นางควรจะยิ้มแล้วเรียกเขาว่า ‘สามี’ ตามด้วยการต้อนรับเขาอย่างดีไม่ใช่หรือ?
เหตุใดนางถึงได้ดูหมางเมินนัก ซ้ำยังพูดราวกับต้องการจะขับไล่ไสส่งเขาอีก
น่าจะเป็นเพราะเขาทำผิดต่อนางเหลือเกินตลอดหลายปีที่ผ่านมาหรือ?
เมื่อคิดเช่นนั้นชายหนุ่มจึงขมวดคิ้วขึ้น “หลันหลัน สามีรู้ว่าเจ้าพบเจอเรื่องยากลำบากตลอดหลายปีที่ผ่านมา แต่ตอนนี้ข้ากลับมาหาเจ้าแล้ว ข้าพร้อมจะชดเชยให้เจ้าและลูกทั้งสองอย่างเต็มที่ วันนี้ที่ข้ามาที่นี่ก็เพื่อรับเจ้าและลูกกลับไปที่บ้านของเรา”
ระหว่างเอ่ยเช่นนั้นก็ขยับเท้าเข้าไปใกล้ร่างบาง
ซ่งชิงหลันถอยหลังหนึ่งก้าวอย่างไม่รู้ตัว “ประเดี๋ยวสิ เจ้าเป็นอันใด ไป๋เย่หาน เราไม่ใช่สามีภรรยากันอีกต่อไป พวกเราหย่ากันแล้ว”
นั่นทำเอาไป๋เย่หานชะงักไปครู่หนึ่ง
จริงสิ เขาลืมเรื่องนี้ไปได้อย่างไร
ซ่งชิงหนานยังเล่าอีกว่าหลังจากนางคลอดลูกยังถูกบังคับให้ออกจากบ้าน เขายังคิดว่าจะคิดบัญชีกับตระกูลไป๋ในสักวัน
เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายยังนิ่งเงียบ นางจึงเริ่มเอ่ยต่อ “นอกจากนี้ เราสามแม่ลูกยังอยู่อย่างสุขสบาย ไม่ได้ต้องการให้เจ้ามาชดเชยสิ่งใดให้ เพราะอย่างนั้นเจ้าไม่ต้องกังวลเรื่องใดเลย เจ้ายังเป็นบิดาของพวกเขา ถ้าอยากจะมาเยี่ยมก็สามารถทำได้ตามสบาย”
ว่าจบซ่งชิงหลันก็หันหลังเข้าบ้านไป
แต่มือใหญ่หยาบกร้านกลับรั้งนางไว้
ไม่จำเป็นต้องใช้ความพยายามก็สามารถคว้าตัวนางมาได้โดยง่าย
เขาก้มหน้าลงใกล้ใบหน้างดงามของภรรยา
ซ่งชิงหลันสามารถมองเห็นเงาสะท้อนของตนเองภายในดวงตาคู่คม
ลมหายใจอุ่น ๆ ของแม่ทัพหนุ่มเป่ารดลงบนหน้านาง และนั่นทำให้ใบหน้าเนียนละเอียดก็เห่อร้อนขึ้นมา
ซ่งชิงหลันหันหน้าหลบอย่างลำบากใจ แล้วพูดขึ้นอย่างขุ่นเคือง “ไป๋เย่หาน เจ้าทำอันใด ปล่อย!”
“หลันหลัน เจ้าเปลี่ยนไปมาก”
คำพูดนั้นทำให้หัวใจของหญิงสาวเจ็บปวด ความทุกข์ใจทิ่มแทงอย่างไม่ทราบสาเหตุ
ระหว่างที่นางยังอยู่ในอาการสับสน ไป๋เย่หานก็ปล่อยมือ แล้วเอ่ยเสียงเบา “เรื่องการหย่าร้างไม่ได้เกิดจากความยินยอมของข้า ดังนั้นข้าจะไม่ยอมรับมัน เจ้ายังคงเป็นภรรยาข้าอยู่ แต่เจ้าก็รู้ ว่าข้าไม่อยากทำให้เจ้าลำบากใจ หากเจ้าไม่อยากกลับบ้าน ข้าก็จะรอให้เจ้ายินยอมกลับไปด้วยความเต็มใจ”
ซ่งชิงหลันมองเขาอย่างประหลาดใจอยู่ครู่หนึ่ง “นี่เจ้า…”
ตอนนี้ไป๋เย่หานมองเห็นอู่ต้าหย่งยืนอยู่ไม่ไกลจากหางตา ฝ่ายนั้นกำลังมองมาจากหน้าประตูบ้านด้วยความเป็นห่วง
สัญชาตญาณบ่งบอกทันที ว่าบุรุษผู้นี้เองที่มาชอบภรรยาของตนตามที่ลูกสาวเอ่ยถึง
ไป๋เย่หานชำเลืองมองไปทางนั้นอย่างเย็นชา จากนั้นก็หันกลับมาทางซ่งชิงหลัน “อย่าลืมว่าอย่างไรเจ้าก็เป็นภรรยาข้า ผู้ใดที่มายุ่งกับเจ้าก็ถือว่าไม่ถูกต้องทั้งนั้น วันนี้ข้าต้องขอตัวก่อน”
หลังว่าจบชายหนุ่มก็หันหลังจากไปด้วยท่าทางมั่นอกมั่นใจ
“ท่านพ่อ…” ซ่งซิงเยว่อยู่ที่ประตู มองบิดาอย่างอาลัยอาวรณ์ ดวงตากลมโตรื้นด้วยน้ำตา “ท่านพ่อจะทิ้งพวกเราไปอย่างนั้นหรือเจ้าคะ?”
ไป๋เย่หานใจอ่อนยวบ แล้วเอ่ยด้วยรอยยิ้ม “ไม่ต้องห่วง พ่อจะมาหาลูกอีก อย่าทำให้ท่านแม่ปวดหัว รู้หรือไม่?”
“เจ้าค่ะ เข้าใจแล้ว” ซ่งซิงเยว่พยักหน้าอย่างเชื่อฟัง
หลังจากที่เห็นว่าไป๋เย่หานจากไปแล้ว ซ่งชิงหลันก็หันหลังกลับเข้าบ้านทันที
เมื่อถึงตัวซ่งซิงเยว่ คนเป็นมารดาก็เอ่ยอย่างขบขัน “หยุดเล่นละครประเดี๋ยวนี้ เช็ดน้ำตาซะ”
บางครั้งนางก็ไม่รู้ว่า ลูกสาวผู้นี้ไปเอาความสามารถในการเล่นละครมาจากผู้ใดกัน
ทันทีที่ซ่งชิงหลันกลับเข้ามา ทุกคนก็ต่างเข้ามาห้อมล้อมด้วยสายตาใคร่รู้
โดยเฉพาะอู่เชียนเชียนที่คว้ามือพี่สาวเอาไว้อย่างตื่นเต้น “พี่ชิงหลัน นั่นคือสามีที่คิดว่าตายไปแล้วของท่านจริง ๆ หรือเจ้าคะ ข้าได้ยินจากศิษย์น้องว่าตอนนี้เขาเป็นถึงแม่ทัพใหญ่ ซ้ำยังเป็นท่านอ๋องเสียอีก เช่นนี้ท่านจะกลายเป็นพระชายาหรือไม่เจ้าคะ?”
อู่ต้าหย่งมองซ่งชิงหลันอย่างเงียบ ๆ เขาเพียงแต่เศร้าใจกับตัวเอง หลังจากได้พบไป๋เย่หาน และในที่สุดก็เข้าใจว่าเหตุใดซ่งชิงหลันจึงไม่ตอบรับความรู้สึกของตน เพราะชายที่นางรักเป็นคนที่ไม่ธรรมดา
หากแต่แม่เฒ่าซ่งยังถามอีก “หลันหลัน เขาว่าอย่างไรบ้าง เหตุใดถึงไม่ส่งข่าวมาบ้าง เพราะว่าตอนนี้เขาเป็นท่านอ๋องแล้วหรือ จึงไม่ได้กลับมาหาพวกเจ้าสามคน”
ระหว่างที่เอ่ยเช่นนั้น หญิงชราก็มองหลานสาวด้วยความเป็นห่วง
ซ่งชิงตงขมวดคิ้วเอ่ย “คงไม่ใช่อย่างนั้น ถ้าเป็นเช่นนั้นจริง เขาคงไม่พาเด็ก ๆ มาส่งถึงบ้านด้วยตัวเองหรอกขอรับ”
“พวกท่านลืมไปแล้วหรือขอรับ?” ซ่งชิงซีเอ่ยขึ้น “ท่านพี่กับเขาหย่ากันแล้ว”
ในที่สุดก็เป็นซ่งชิงหลันที่ทนความวุ่นวายนี้ไม่ไหว แล้วเอ่ยขึ้น “เอาเถิด พอเสียที ทุกคนหยุดพูด ข้าขออยู่คนเดียว”
ว่าจบนางก็เดินหนีเข้าห้องตัวเองไป
ทั้งหมดมองหน้ากันอย่างตกตะลึง ก่อนค่อย ๆ ยอมรับความจริงที่ว่าไป๋เย่หานยังมีชีวิตอยู่
จากนั้นซ่งชิงหนานก็เป็นคนออกไปส่งไป๋เย่หาน แม่ทัพใหญ่ยังยืนพิงประตูหน้าบ้าน ราวกับว่ายังรอให้เขาออกมาพบ
“ท่านพี่เขย คือว่าท่านพี่ข้า…”
ไม่ทันที่จะเอ่ยจนจบ ก็ถูกคนอายุมากกว่าขัดจังหวะขึ้นก่อน “ข้ารู้ดี ข้าเองก็กลับมาอย่างกะทันหัน คงต้องให้เวลานางเสียที”
ระหว่างที่พูดก็ขมวดคิ้วขึ้นมา “ชิงหนาน พี่สาวเจ้า…ช่างแตกต่างจากเคย”
“แน่นอนขอรับ” ซ่งชิงหนานยิ้ม “นางเป็นสตรีที่เป็นเสาหลักของบ้าน ย่อมต้องต่างจากคนอื่นและต่างจากที่ผ่านมา”
“ข้าไม่ได้หมายถึงอย่างนั้น…ช่างมันเถิด ถือเสียว่าข้าไม่ได้พูดเรื่องนี้”
ไป๋เย่หานยังรู้สึกอีกว่าแววตาของนาง หรือการแสดงอารมณ์ ท่าทางก็เปลี่ยนไปด้วย อีกทั้งการแสดงออกก็ไม่เหมือนเดิม
ซ่งชิงหลันในความทรงจำของสามี นางเป็นสตรีที่แสนอ่อนโยนมีเหตุผล และมองเขาอย่างเทิดทูนเพียงผู้เดียวในสายตา
หากแต่ซ่งชิงหลันในตอนนี้กลับกลายเป็นผู้หญิงที่ดูซุกซน มีแววตาขี้เล่น เขายังเห็นชีวิตชีวาและความสดใสที่ไม่เคยพบมาก่อน จากแววตาของนางช่างน่าสนใจ แต่ก็แตกต่างออกไป
ชายหนุ่มครุ่นคิดกับตัวเอง ว่าโลกนี้จะมีสิ่งใดสร้างความเปลี่ยนแปลงให้คนคนหนึ่งได้ถึงเพียงนี้
ขณะที่คิดอยู่นั้น ก็ยังถามซ่งชิงหนานต่อไปอีก “แล้วอู่ต้าหย่งผู้นั้นเล่า เขาคือผู้ใด?”
“โอ้ ข้าลืมเรื่องนี้ไปเสียสนิท ตลอดหลายปีที่ผ่านมา ท่านพี่อู่ช่วยเหลือดูแลตระกูลเราอย่างดีขอรับ และเขายัง…ยัง…”
ไป๋เย่หานยิ้มเย็น “มีใจให้พี่สาวเจ้า”
ซ่งชิงหนานพยักหน้าตาม “ใช่ ท่านย่าต้องการจับคู่เขากับท่านพี่ตลอดมา แต่ท่านพี่ไม่เคยเห็นด้วย ข้าคิดว่าเพราะนางมีท่านอยู่ในใจเสมอ”
“อย่าพูดอย่างนั้น…ว่าไปแล้ว ชิงหนาน ข้ามีเรื่องต้องรบกวนเจ้า”
“ท่านบอกมาได้เลยขอรับ”
ไป๋เย่หานหัวเราะอย่างติดตลก “หาวิธีให้พี่สาวเจ้ายอมไปที่บ้านประจำตำแหน่งข้าทีสิ”
ซ่งชิงหนานร่วมรบอยู่ข้างกายพี่เขยมาเป็นเวลาหลายปี เวลานี้จึงสามารถเข้าใจได้ว่าเขาคิดสิ่งใดอยู่
น้องชายพยักหน้าด้วยรอยยิ้ม “ขอรับ ไว้ใจข้าได้เลย”