ทะลุมิติมาเป็นคุณหนูใหญ่กลับต้องมาเลี้ยงน้องจนได้ดีแถมต้องเลี้ยงลูกอีกต่างหาก - บทที่ 203 นี่คือบ้านของท่านพ่อ
- Home
- ทะลุมิติมาเป็นคุณหนูใหญ่กลับต้องมาเลี้ยงน้องจนได้ดีแถมต้องเลี้ยงลูกอีกต่างหาก
- บทที่ 203 นี่คือบ้านของท่านพ่อ
บทที่ 203 นี่คือบ้านของท่านพ่อ
วันต่อมา ทุกคนตื่นตั้งแต่เช้าตรู่
ซ่งชิงหนานมักจะมีกิจวัตรประจำวันเป็นการฝึกร่างกายแต่รุ่งสาง
ซ่งซิงเฉินก็ตื่นแต่เช้าไม่ต่างกัน เมื่อเห็นว่าน้ารองกำลังฝึกฝนศิลปะการต่อสู้ เด็กชายก็อดอุทานขึ้นอย่างตื่นเต้นไม่ได้ “ท่านน้ารอง ท่วงท่าการต่อสู้ของท่านทรงพลังนัก แม้แต่ท่านน้าเชียนเชียนก็คงเทียบไม่ได้ด้วยซ้ำขอรับ”
ซ่งชิงหนานหยุดพัก ซับเหงื่อออกจากใบหน้า แล้วเดินเข้ามาหาซ่งซิงเฉิน เอ่ยกับหลานชายด้วยรอยยิ้ม “ท่านพ่อของเจ้าแข็งแกร่งกว่าน้าเสียอีก”
“อย่างนั้นหรือขอรับ?” ซ่งซิงเฉินมีแววสงสัย
“ต้องจริงอยู่แล้ว”
ซ่งชิงหนานบังเกิดความคิดบางอย่าง เขาหรี่ตาลงเล็กน้อย มองซ่งซิงเฉินแล้วถามต่อ “เฉินเฉิน เจ้าอยากเห็นหรือไม่ว่าท่าพ่อของเจ้าแข็งแกร่งเพียงใด”
แต่เด็กน้อยกลับมองอย่างรู้ทัน ยกแขนเล็ก ๆ ขึ้นกอดอก ท่าทางราวกับผู้ใหญ่ “บอกข้ามาเลยดีกว่าขอรับ ว่าท่านน้ารองอยากให้ข้าทำสิ่งใด”
ซ่งชิงหนานยกยิ้ม เขาเป็นเด็กฉลาดมากจริง ๆ
หลังจากนั้นก็เข้าไปกระซิบที่ข้างหูของซ่งซิงเฉินอยู่ครู่หนึ่ง
ไม่นานเวลาอาหารเช้าก็มาถึง ทำให้คนในตระกูลทั้งหมดมารวมตัวกันที่โต๊ะอาหาร
อาหารเช้าวันนี้ก็หลากหลายไม่ต่างจากเมื่อเย็นวาน มีน้ำเต้าหู้ ปาท่องโก๋ ซาลาเปาหมูสับ บะหมี่เนื้อแกะ เกี๊ยวตัวโต ขนมกุ้ยช่ายทอด และเกี๊ยวซ่าทอด
ซ่งชิงหนานกินซาลาเปาไปสองสามลูก มองไปทางท่านพี่แล้วเอ่ยขึ้น “จริงสิ ข้ายังไม่ได้บอกเรื่องนี้เลย ความจริงแล้วราชสำนักจัดเตรียมจวนท่านแม่ทัพประจำตำแหน่งให้ข้าที่ถนนหัวอัน ได้ยินมาว่าที่นั่นค่อนข้างกว้างขวาง เหตุใดตระกูลเราไม่ลองไปพักผ่อนที่นั่นสักสองสามวันเล่าขอรับ”
“เยี่ยมไปเลยขอรับ” ซ่งซิงเฉินเป็นคนแรกที่ปรบมือเห็นด้วย จากนั้นก็หันไปสะกิดซ่งซิงเยว่ที่อยู่ข้าง ๆ “เยว่เยว่ เจ้าไม่อยากลองไปดูสิ่งใดใหม่ ๆ อย่างนั้นหรือ เรายังไม่เคยเห็นจวนของแม่ทัพกันเลย เจ้าอยากไปหรือไม่?”
ซ่งซิงเยว่เม้มปาก “จวนที่ว่าคือจวนท่านอ๋องหรือไม่ เราเคยไปที่เช่นนั้นมาก่อนแล้วนี่ มันจะแตกต่างกันอย่างไร?”
ซ่งชิงหนานเห็นว่าทุกคนไม่ได้ดูสนใจนัก และคิดกับตัวเองว่าต้องทำภารกิจที่ไป๋เย่หนานมอบหมายให้สำเร็จ
จึงรีบหันหน้าไปทางท่านย่า แล้วถามต่อ “ท่านย่า ท่านไม่อยากไปดูหรือขอรับ?”
“ไปลองดูก็น่าสนุกดี” แม่เฒ่าซ่งหัวเราะ “ในที่สุดตระกูลซ่งของเราก็มีแม่ทัพที่ยิ่งใหญ่ ย่าต้องอยากเห็นจวนประจำตำแหน่งอยู่แล้ว แต่ที่นี่ก็คือบ้านของเราด้วย”
ระหว่างที่พูด ก็ขมวดคิ้วอย่างลำบากใจ
ยิ่งอายุมากขึ้น นางก็ยิ่งห่วงบ้านมากเท่านั้น
ส่วนหลิวกุ้ยเสียที่อยู่ข้าง ๆ ก็เริ่มช่วยเกลี้ยกล่อม “ท่านแม่ เราไม่ได้จะไปอยู่นาน เพียงสองสามวันเท่านั้น อีกอย่างข้าไม่เคยเห็นจวนแม่ทัพมาก่อน เราไปเที่ยวเล่นเปิดหูเปิดตาอย่างไรเล่าเจ้าคะ?”
ท่านย่าหันไปทางซ่งชิงหลันบ้าง “หลันหลัน เจ้าคิดว่าอย่างไร”
“อื้ม…ไปกันเถิดเจ้าค่ะ อีกไม่นานชิงซีจะเข้าสอบที่พระราชวังแล้ว ไปที่นั่นจะได้เดินทางไปที่พระราชวังได้สะดวกขึ้น”
เมื่อได้ยินความคิดเห็นของพี่สาว ซ่งชิงหนานก็ถอนหายใจอย่างโล่งอก
เขายิ้มแล้วพูดต่อ “ไปแต่เนิ่น ๆ ไว้จะดีกว่า วันนี้เราเข้าไปทำความสะอาดที่นั่นกันเถิดขอรับ”
ซ่งชิงหลันสังเกตท่าทางน้องชายสาม ก็อดสงสัยในความตื่นเต้นผิดปกติของเขาไม่ได้
จากนั้นไม่นานทุกคนก็เก็บสัมภาระกันคนละนิด คนละหน่อย
และรถม้าของตระกูลซ่งทั้งสองคันก็มุ่งหน้าไปยังถนนหัวอัน
เมื่อรถม้าจอดเทียบที่หน้าจวน ตระกูลซ่งพากันลงจากรถ ซึ่งมีทหารยามสองนายกำลังเฝ้าอยู่ด้านหน้า
ทันทีที่พวกเขาเห็นซ่งชิงหนาน ก็รีบเอ่ยทักทายพร้อมทำความเคารพ “ทำความเคารพท่านแม่ทัพ!”
เสียงทักทายทั้งดังก้องและทรงพลัง ทำเอาคนอื่น ๆ พากันตกใจ
ซ่งชิงหยวนและซ่งชิงหลินจ้องมองจวนขนาดใหญ่ตรงหน้า อดไม่ได้ที่จะอุทานออกมา “ไอ้หยา ที่นี่ช่างงดงงามนัก ท่านพี่ชิงหนาน ตอนนี้ท่านเป็นใหญ่เป็นโตแล้วจริง ๆ ด้วย”
ในตอนนั้นเอง ซ่งชิงซีก็หยอกล้อขึ้นมาอย่างแผ่วเบา “มีคนเป็นใหญ่เป็นโตมากกว่านี้อยู่อีกนะ”
ทุกคนต่างมีสีหน้างงงวยมองไปทางคนพูด ก็พบว่าเขากำลังหันหน้าไปทางบ้านข้าง ๆ
ซ่งชิงซียกยิ้ม พยักพเยิดไปที่แผ่นป้ายชื่อหน้าจวนหลังใหญ่ที่อยู่ถัดไป
ซ่งชิงหลันเงยหน้าขึ้นและเห็นตัวอักษรขนาดใหญ่ทั้งสาม ‘จวนหานอ๋อง’ เมื่อเห็นเช่นนั้น สีหน้าก็พลันมืดมน
นี่คือจวนของไป๋เย่หาน
ซ่งซิงเยว่กระโดดไปมารอบ ๆ ทันที และเอ่ยอย่างมีความสุข “ท่านแม่ ที่นี่เป็นบ้านของท่านพ่อนี่เจ้าคะ”
ซ่งชิงหลันหัวคิ้วกระตุก และตอบโดยไม่เปลี่ยนสีหน้า “รู้แล้ว”
“เย้…” ซ่งซิงเยว่ยิ้มอย่างมีความสุข “อย่างนั้น ข้าจะเข้าไปหาท่านพ่อ”
หลังจากที่พูดจบ นางก็ยกขาเล็ก ๆ ขึ้น ต้องการก้าวขึ้นบันไดจวนของหานอ๋องโดยพลัน
แต่ซ่งชิงหลันเอื้อมมือไปจับหลังคอเสื้อของลูกสาวตัวน้อยอย่างว่องไว อุ้มนางขึ้นมาเหมือนจับลูกแมวซุกซน ตามด้วยการเอ่ยปรามขึ้น “บ้านเราอยู่ทางนี้ต่างหาก”
ว่าจบ ก็พาซ่งซิงเยว่เข้าไปในจวนประจำตำแหน่งของซ่งชิงหนาน
ระหว่างที่เดินผ่านซ่งชิงหนานเข้าไปที่ประตูบ้าน ก็หันไปส่งสายตาคาดโทษให้น้องชายตัวดี
แม้ว่านี่จะเป็นแผนการที่แยบยลเพียงใด ก็สามารถบอกได้ทันทีว่าเป็นเจตนาของน้องชายสามอย่างแน่นอน
ซ่งชิงหนานเป็นทหารมาหลายปี ฝึกทักษะต่าง ๆ มามากจากการรบ และแม้แต่การแสดงสีหน้าเองก็ด้วย
เขามองตรงไปทางซ่งชิงหลันโดยสีหน้าไม่ได้เปลี่ยนแปลง ราวกับไม่ได้รู้เรื่องอันใดด้วย
จนกระทั่งนางเข้าไปในจวน หญิงสาวก็แอบถอนหายใจอย่างโล่งอก แล้วรีบหันไปพูดกับทุกคนที่ยังยืนอยู่ด้านหน้า “ทุกคนรอสิ่งใดอยู่เล่า เข้ามาเสียที”
ซ่งชิงตงและซ่งชิงซีมองหน้ากันไปมา พวกเขาเห็นความผิดปกติบางอย่างแล้ว แต่ไม่ได้พูดสิ่งใด เพียงเดินตามเข้าไปด้านใน
หลิวกุ้ยเสียและลูกชายทั้งสองที่ยังยืนจ้องจวนแม่ทัพ อย่างไม่สามารถหยุดชื่นชมได้ “ไอ้หยา ที่นี่ช่างยิ่งใหญ่แตกต่างจากบ้านคนทั่วไปเสียจริง ไม่เคยคิดมาก่อนว่าเราจะได้เข้ามาอยู่ที่นี่ในชีวิตนี้ ในย่านหย่งเหอไม่มีผู้ใดทำเช่นนี้มาก่อน”
“จริงขอรับ ท่านพี่ชิงหนานช่างน่าทึ่ง” ซ่งชิงหยวนพยักหน้า
หลิวกุ้ยเสียมองไปที่ลูกชายทั้งสอง แล้วเอ่ยกับพวกเขา “เจ้าสองคนเองก็ควรจะตั้งใจให้มากขึ้น ข้าไม่ได้หวังให้เจ้าเป็นถึงแม่ทัพ เพียงเจ้าหน้าที่เล็ก ๆ ก็ยังดี…”
ระหว่างที่พูดเช่นนั้นก็รู้สึกตื้นตัน “ตระกูลเราต้องขอบคุณชิงหลันและทุกคน ที่ช่วยเหลือกันมาตลอด ไม่อย่างนั้นคงจะอยู่อย่างสุขสบายเช่นนี้…”
ซ่งอวิ๋นเฟิงมองไปที่พวกเขาทั้งสามคน และอดไม่ได้ที่จะบ่นออกมา “เอาเถิด หยุดพูดได้แล้ว ตอนนี้ชิงหนานเป็นแม่ทัพแล้ว อย่าทำเขาขายหน้าเลย”
“ใช่ ๆ รีบเข้าไปด้านในกันดีกว่า” หลิวกุ้ยเสียหยุดพูดทันที และทั้งสี่คนก็เดินเข้าไปด้านใน
เมื่อเห็นว่าทุกคนเดินเข้าไปแล้ว ซ่งชิงหนานก็ลอบชำเลืองมองไปทางจวนหานอ๋องเล็กน้อย ก่อนจะเดินตามทุกคนเข้าไปด้านใน
ไป๋เย่หานยืนแอบดูอยู่ที่มุมหนึ่ง เฝ้ามองเหตุการณ์ทั้งหมดอย่างเงียบ ๆ
รองแม่ทัพหานเฟยที่อยู่ข้างกายมองนายท่านอย่างสับสน แล้วเอ่ยถามขึ้น “นายท่าน ถ้าท่านต้องการพานายหญิงกลับมาที่นี่ เหตุใดจึงมัวแต่แอบมองเช่นนี้เล่า?”
หากแต่ไป๋เย่หานหันกลับมามองอย่างเอือมระอา “เจ้าก็อยู่กับข้ามาก็นาน แต่ยังไม่เข้าใจความคิดของข้าอีกอย่างนั้นหรือ เจ้านี่ยังต้องเรียนรู้อีกมากนะหานเฟย”