ทะลุมิติมาเป็นคุณหนูใหญ่กลับต้องมาเลี้ยงน้องจนได้ดีแถมต้องเลี้ยงลูกอีกต่างหาก - บทที่ 204 ท่านมานั่งทำอะไรตรงนี้
- Home
- ทะลุมิติมาเป็นคุณหนูใหญ่กลับต้องมาเลี้ยงน้องจนได้ดีแถมต้องเลี้ยงลูกอีกต่างหาก
- บทที่ 204 ท่านมานั่งทำอะไรตรงนี้
บทที่ 204 ท่านมานั่งทำอะไรตรงนี้
แม้ว่าจวนแม่ทัพจะไม่ได้ยิ่งใหญ่เท่ากับจวนท่านอ๋อง แต่เมื่อเทียบกับบ้านตระกูลซ่งแล้ว จวนของซ่งชิงหนานช่างกว้างขวางและหรูหรา
ทันทีที่เข้าไปด้านใน พ่อบ้านหวางพร้อมด้วยสาวใช้อีกสองสามนางก็มารอต้อนรับอยู่แล้ว “ท่านแม่ทัพ ข้าน้อยจัดห้องให้ตามคำสั่งของท่านแล้วขอรับ”
ซ่งชิงหนานพยักหน้า จากนั้นมองไปยังพี่น้องแล้วเอ่ยขึ้น “ไปดูห้องที่พ่อบ้านจัดให้ก่อนเถิด ขาดเหลืออันใดก็บอกเขาได้เลย”
ว่าจบบรรดาสาวใช้ก็มาช่วยเอาสัมภาระเข้าไปในด้านใน
เด็กน้อยซ่งซิงเฉินและซ่งซิงเยว่ดูมีความสุขเป็นอย่างมาก พวกเขาพากันวิ่งไล่จับไปทั่วทั้งบ้านอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย และยังบอกว่าจะวิ่งสำรวจให้ทั่วทั้งหลัง
ช่วงหลังอาหารค่ำ เด็กน้อยทั้งสองจึงหลับสนิทเพราะความเหนื่อยล้า
ซ่งชิงหลันเองก็ผล็อยหลับไปบนเตียงขนาดใหญ่ครู่หนึ่ง
และเป็นอีกครั้งที่นางฝันถึงไป๋เย่หาน
ใบหน้าหล่อเหลาของเขาปรากฏขึ้นมาอีกครั้งราวกับเป็นปีศาจความฝัน
หญิงสาวตื่นขึ้นมาในยามหยิน[1]* พร้อมกับความคิดที่ว่าหากนอนต่อก็ไม่วายจะฝันถึงชายผู้นั้นอีก จึงลุกขึ้นมาจุดเทียนวาดแบบเสื้อผ้า
ก่อนรุ่งสาง ไป๋เย่หานก็ลุกขึ้นจากที่นอน
เขาใช้วิชาตัวเบากระโดดไปบนหลังคา มองไปยังห้องที่มีแสงเทียนส่องสว่างของซ่งชิงหลัน พลางขมวดคิ้วเล็กน้อย
ชายหนุ่มนั่งมองหญิงสาวกำลังทำงานอยู่ที่โต๊ะด้วยท่าทางงดงาม จนกระทั่งยามเหมา[2]* ท้องฟ้าด้านนอกก็เริ่มสว่างขึ้น
ซ่งชิงหนานตื่นขึ้น ออกมาที่ลานบ้านด้วยท่าทางระแวดระวัง เพราะเห็นผู้ใดบางคนบนหลังคาบ้านข้าง ๆ
เมื่อหันหน้าไปมองก็พบว่าเป็นร่างที่คุ้นเคยของพี่เขย ชายหนุ่มเม้มริมฝีปาก ยกยิ้มเล็กน้อยก่อนกระโดดขึ้นไปเคียงข้างอีกฝ่าย
“ท่านพี่เขย ท่านมานั่งทำอันใดตรงนี้แต่เช้าขอรับ ไม่ไปฝึกฝนร่างกายหรือ?” ซ่งชิงหนานเอ่ยพลางนั่งลง
เมื่อมองตามสายตาของไป๋เย่หานไป ก็พบว่าพี่เขยกำลังมองไปที่ห้องของท่านพี่ จึงได้เข้าใจเหตุผลทั้งหมด
ซ่งชิงหนานก้มหน้าลอบยิ้ม
ไม่คาดว่าเทพสงครามผู้เด็ดขาดในสนามรบ เมื่อศัตรูได้พบเจอต่างหวาดกลัวอย่างเขาจะมีด้านที่แสนอ่อนไหวเช่นนี้ด้วยเหมือนกัน เป็นสิ่งที่หาดูได้ยากยิ่ง
นี่เป็นภาพที่ไม่ใช่ผู้ใดจะได้เห็นง่าย ๆ
ไป๋เย่หานหันหน้ามองคนข้างกายที่กำลังกลั้นขำอย่างเห็นได้ชัด ก็ต้องเอ่ยขึ้นเสียงเย็น “ซ่งชิงหนาน…”
เสียงเรียกชื่อนั้นทำเอาแม่ทัพหนุ่มเย็นวาบที่สันหลัง
หากอยู่ในกองทัพ เมื่อใดที่ถูกเรียกชื่อด้วยน้ำเสียงเช่นนั้นจากท่านแม่ทัพใหญ่ แสดงว่าลางร้ายกำลังมาถึง
ซ่งชิงหนานค้อมศีรษะทันทีอย่างยอมรับผิด “ท่านอ๋อง ข้าผิดไปแล้วขอรับ”
ไป๋เย่หานละสายตากลับไปมองซ่งชิงหลันอีกครั้ง เห็นนางยืนขึ้นยืดเส้นยืดสายอย่างช้า ๆ
เขาขมวดคิ้วขึ้น แล้วพึมพำ “นางไม่เคยชินกับการนอนที่นี่อย่างนั้นหรือ?”
ซ่งชิงหนานยิ้มแล้วอธิบาย “ท่านพี่ข้านอนหลับง่าย อาจจะเพียงไม่ชินที่ในช่วงแรกขอรับ อีกอย่าง นางมักชอบตื่นขึ้นมาวาดแบบเสื้อผ้ากลางดึกเช่นนี้เสมอ แม้แต่ที่บ้านก็ทำเช่นกัน เพราะว่าอยู่ ๆ นางก็มักเกิดแรงบันดาลใจ ท่านพี่จะไม่ปล่อยให้มันผ่านไป ต้องทำงานทันที”
ไป๋เย่หานยกยิ้มอย่างช่วยไม่ได้ ขณะที่กำลังฟังน้องชายภรรยาเล่าเรื่องของนาง
ทั้งหมดนี่ช่างแตกต่างจากซ่งชิงหลันที่เขาเคยรู้จัก
หรือเป็นเพราะที่ผ่านมาเขาไม่เคยได้รู้จักนางอย่างลึกซึ้งกันแน่
ไม่นานหลังจากแต่งงานกัน ไป๋เย่หานก็ต้องไปออกรบ
นางยังรับปากว่าจะอยู่ที่บ้าน รอเขากลับมา
กระทั่งเมื่อปลอดภัยกลับมา กลับพบว่าภรรยาไม่ได้รอเขาอีกแล้ว
ความเงียบที่โรยตัวอย่างกะทันหันทำให้ซ่งชิงหนานประหม่าขึ้นมา เขามองหน้าไป๋เย่หานที่มีท่าทีไม่สบอารมณ์ขึ้นมาอย่างไม่ทราบสาเหตุ จึงเอ่ยถามอย่างหวาดหวั่น “ท่านพี่เขย ท่านคิดจะทำอย่างไรต่อไปขอรับ”
เขาพูดทุกอย่างที่ควรพูดแก่ท่านพี่ไปหมดแล้ว ซ่งชิงหลันก็มีท่าทีที่เข้าใจทุกสิ่ง แต่ถึงอย่างไร นางก็ไม่มีวี่แววที่จะกลับไปหาพี่เขยเลยแม้แต่น้อย
หากเป็นเมื่อก่อน เขาคงจะอยู่ข้างท่านพี่อย่างแน่นอน
แต่เมื่อได้พบกับไป๋เย่หานในกองทัพ เดินทัพต่อสู้อยู่เคียงข้างกันมาหลายปี ก็พบว่าพี่เขยผู้นี้ช่างเป็นบุรุษที่แข็งแกร่ง มีความรับผิดชอบ ย่อมต้องดูแลท่านพี่ของตนให้มีความสุขได้อย่างแน่นอน
ไป๋เย่หานเอง ก็ไม่สามารถหาคำตอบให้ซ่งชิงหนานได้ในตอนนี้เช่นกัน
ที่ผ่านมาเขาไม่เคยต้องทำสิ่งใดเลยนอกจากยืนอยู่ตรงหน้านาง ก็ได้รับความรักจากภรรยาอย่างเปี่ยมล้น
แต่ตอนนี้ ราวกับว่านางลืมความชื่นชมที่เคยมีต่อเขาไปหมดสิ้นแล้ว
เมื่อไม่ได้รับคำตอบใด ซ่งชิงหนานจึงถามขึ้น “คนในวังรู้เรื่องท่านพี่หรือไม่ขอรับ?”
ไป๋เย่หานตาเป็นประกายขึ้นมาทันใด ชายหนุ่มลุกขึ้นยืนในทันที “ข้าว่าจะเข้าวังเสียหน่อย”
จากนั้นก็มองทางซ่งชิงหลันอีกครั้ง “แล้วก็…อย่าให้พี่เจ้ารู้เรื่องแผนของเรา”
ว่าจบเขาก็กระโดดลงไปจากหลังคาในชั่วพริบตา
ซ่งชิงหนานถูกทิ้งให้อยู่ที่เดินตามลำพังท่ามกลางสายลมที่พัดผ่าน
มุมปากของเขากระตุกยิ้ม แล้วเอ่ยกับตนเอง “ท่านพี่เขย ท่านพี่ข้าฉลาดมาก นางรู้หมดแล้วว่าข้ากับท่านสมรู้ร่วมคิดกัน”
จากนั้นก็ส่ายหน้า แล้วกลับเข้าไปในจวนตนเอง
ทันทีที่ลงมา ซ่งชิงหลันก็เปิดประตูห้อง
หญิงสาวกระวนกระวายใจอยู่ทั้งคืน เอาแต่อยู่ในภวังค์ของความคิด และหัวใจก็เต้นแรงแทบจะทะลุอกด้วยความกังวล
นางจ้องไปทางซ่งชิงหนาน “เหตุใดเจ้าถึงบินไปมารอบบ้านอย่างกับนกนางแอ่นเช่นนี้เล่า ข้ากลัวแทบแย่”
ซ่งชิงหนานก็สบตานางเช่นกัน และพบว่าท่านพี่ของเขาขอบตาดำคล้ำ นั่นทำให้เขาตกใจมาก “ท่านพี่ เกิดอันใดขึ้นขอรับ ท่านไม่ได้นอนทั้งคืนเลยหรือ?”
ซ่งชิงหลันขมวดคิ้วอย่างหงุดหงิด “ข้านอนไม่ค่อยหลับ เมื่อคืนฝันร้ายน่ะ”
“ฝันร้าย? ท่านฝันเรื่องใดขอรับ?”
ซ่งชิงหลันนึกหน้าไป๋เย่หานขึ้นมา แต่นางไม่ต้องการพูดถึงเขาอีก จึงเพียงโบกมือแล้วบอกปัด “ไม่มีอันใด เพียงเรื่องโชคร้ายน่ะ”
หลังจากพูดจบก็หันหลังเดินไปที่ห้องโถงด้านใน
ซ่งชิงหนานตัวแข็งทื่อ ลอบคิดอยู่กับตัวเองอย่างลับ ๆ
โชคร้ายที่ท่านพี่หมายถึงจะเป็นอย่างเดียวกับที่เขาคิดหรือไม่
เมื่อคิดเช่นนั้น ก็หันไปมองจวนหานอ๋องที่อยู่ถัดไป
ดูเหมือนว่าเรื่องราวทั้งหมดจะไม่ใช่เรื่องง่าย ๆ เสียแล้ว
บนโต๊ะอาหาร ตระกูลซ่งรวมตัวกันกินมื้อเช้าอย่างพร้อมเพรียง คนครัวของจวนนี้ฝีมือค่อนข้างดี และเด็กน้อยทั้งสองก็กินข้าวอย่างเอร็ดอร่อย
แต่ซ่งชิงหลันเป็นคนเดียวที่ดูไม่ได้เพลิดเพลินนัก และยังขอให้สาวใช้จัดชาแบบเข้มพิเศษสำหรับตนเอง
เมื่อเห็นว่านางเป็นเช่นนี้ แม่เฒ่าซ่งก็กังวลเล็กน้อย “หลันหลัน เหตุใดถึงได้ดื่มชาเข้มแต่เช้าเล่า?”
หลิวกุ้ยเสียเองก็สงสัยเช่นกัน “หลันหลัน สีหน้าเจ้าไม่ค่อยดีเลย นอนหลับไม่สบายหรือ?”
“เจ้าค่ะ” ซ่งชิงหลันพยักหน้า จิบชาแล้วตอบ “ดื่มชานี่แล้วคงจะสดชื่นขึ้น”
ซ่งชิงตงขมวดคิ้ว แล้วถามต่อ “ท่านพี่ ข้าว่า วันนี้ท่านน่าจะพักผ่อนอยู่บ้าน นอนหลับให้ร่างกายแจ่มใสจะดีกว่า ไม่ต้องไปร้านหรอกขอรับ”
เมื่อซ่งชิงหลันคิดว่าจะต้องนอน ก็กลัวว่าจะต้องเห็นใบหน้าคนผู้นั้นอีก ในใจพลันรู้สึกต่อต้านทันที
นางโบกมืออย่างรวดเร็ว “ไม่เป็นไร เมื่อคืนข้าออกแบบเสื้อผ้าไว้มาก คิดว่าจะไปที่ร้านเสื้อชิงเยว่ก่อน”
ว่าจบนางก็ลุกขึ้นยืน ก่อนจะออกจากบ้านไป ยังกำชับกับเฉินเฉิน เยว่เยว่ เป็นพิเศษว่า “เจ้าทั้งสอง อยู่บ้านอย่างสร้างปัญหา เข้าใจหรือไม่”
“ขอรับท่านแม่”
“เจ้าค่ะท่านแม่”
ทั้งสองตอบพร้อมกัน หากแต่ท่าทางพร้อมเพรียงแข็งขันเช่นนั้นยิ่งทำให้นางรู้สึกเป็นห่วงมากกว่าเดิม
*[1] ยามหยิน ช่วงเวลา 3.00 น. – 4.59 น.
*[2] ยามเหมา ช่วงเวลา 5.00 น. – 6.59 น.