ทะลุมิติมาเป็นคุณหนูใหญ่กลับต้องมาเลี้ยงน้องจนได้ดีแถมต้องเลี้ยงลูกอีกต่างหาก - บทที่ 208 นายท่าน รอข้าด้วยขอรับ
- Home
- ทะลุมิติมาเป็นคุณหนูใหญ่กลับต้องมาเลี้ยงน้องจนได้ดีแถมต้องเลี้ยงลูกอีกต่างหาก
- บทที่ 208 นายท่าน รอข้าด้วยขอรับ
บทที่ 208 นายท่าน รอข้าด้วยขอรับ
ทันทีที่ไป๋เย่หานก้าวเท้าออกจากตำหนักหยิงชุน ก็ถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก
เขาไม่ใช่คนเข้ากับคนแปลกหน้าได้ดีนัก ยิ่งเห็นว่าพระสนมกระตือรือร้นเกี่ยวกับตนเองมาก ก็ยิ่งรู้สึกอึดอัดไปหมด
หานเฟยรีบทักทายผู้เป็นนายทันที “นายท่าน กลับแล้วหรือขอรับ”
หานเฟยรออยู่ด้านหน้าเป็นเวลาหลายชั่วยาม ยังดีที่จ้าวหรู่ไห่ยกของว่างมาให้เพื่อประทังความหิวระหว่างรอหานอ๋องจัดการธุระ
ไป๋เย่หานเหลือบมองอย่างนิ่ง ๆ แล้วเอ่ย “ไปเถิด กลับบ้านกัน”
ว่าจบก็รีบก้าวไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว
หานเฟยก้าวตาม แล้วเอ่ยอย่างแปลกใจ “นายท่าน รอข้าด้วยขอรับ”
ในเวลาปกตินายท่านของเขามักจะมั่นคงอยู่เสมอ แต่คราวนี้กลับดูรีบร้อนผิดหูผิดตาไปหมด
ไป๋เย่หานมวดคิ้วเล็กน้อย ไม่สนใจหานเฟยที่อยู่ด้านหลัง รีบสาวเท้าไปด้านหน้าอย่างรวดเร็ว
เป็นเพราะว่า เมื่อครู่มีบทสนทนาถึงซ่งชิงหลัน นั่นทำให้ชายหนุ่มเริ่มคิดถึงภรรยา อยากจะรีบไปหานางประเดี๋ยวนี้
……
ร้านเสื้อชิงเยว่
ซ่งชิงตงเข้าไปที่ร้านเสื้อชิงเยว่ในช่วงเย็น
ที่ร้านมีสตรีสูงศักดิ์สองสามคนดูสินค้าอยู่ และหลี่ซิ่วซิ่วเป็นผู้แนะนำเสื้อผ้าให้พวกนางพอดี เมื่อหันไปทางประตูร้าน ก็พบกับสายตาอ่อนโยนของซ่งชิงตงที่กำลังมองมา
หญิงสาวยิ้มตอบอย่างเขินอาย แล้วเอ่ยทักทายอย่างมีความสุข “พี่ชิงตง”
จากนั้นเหวยหมิ่นจือและเหอไห่หลิงก็เห็นว่าหลานชายคนโตมาหา ป้าสะใภ้จึงเอ่ยถามอย่างติดตลก “เจ้ามาหาหลันหลันหรือซิ่วซิ่ว”
ใบหน้าของหลี่ซิ่วซิ่วแดงก่ำ หญิงสาวมองเหอไห่หลิงและเหวยหมิ่นจือ ก่อนจะตอบอย่างร้อนรน “ท่านป้าทั้งสอง กำลังพูดเรื่องใดกันเจ้าคะ”
สองสามปีที่ผ่านมานี้ ซ่งซิงตงเติบโตเป็นหนุ่มหล่อเหลา และยังมีบุคลิกที่มั่นคงเป็นผู้ใหญ่ยิ่งกว่าเดิมมาก
ทำให้ชายหนุ่มสามารถจัดการกับการหยอกล้อของป้าสะใภ้ทั้งสองอย่างใจเย็น เพียงยิ้ม แล้วเอ่ยตอบ “ท่านป้าสะใภ้ทั้งสอง ซิ่วซิ่วเป็นคนขี้อาย เพราะอย่างนั้นหยุดแกล้งนางเถิดขอรับ ที่ข้ามาเพื่อจะแจ้งว่าวันนี้ที่จวนแม่ทัพ เราจะทำหม้อไฟกินกัน จึงมาเพื่อรับท่านพี่และทุกคน”
ระหว่างที่พูดก็เหลือบมองหญิงสาวอย่างจงใจ
เหวยหมิ่นจือและเหอไห่หลิงสังเกตเห็นทุกอย่าง เข้าใจความหมายของซ่งชิงตงได้เป็นอย่างดี และเข้าใจในคำว่า ‘ทุกคน’ ของเขาว่าหมายถึงผู้ใดเป็นพิเศษ
ผู้ดูแลร้านทั้งสองมองหน้ากันแล้วยิ้ม แต่พวกนางก็ไม่ได้เอ่ยสิ่งใด แต่รีบให้ความร่วมมือกับหลานชาย “ไม่เป็นไรดีกว่า ที่บ้านของป้าเตรียมอาหารไว้รอแล้วน่ะสิ เอาไว้คราวหน้า วันนี้พวกป้าต้องกลับบ้านท่านตาของเจ้าก่อน ไปกินข้าวที่ท่านลุงของเจ้าเตรียมไว้”
หลังว่าเช่นนั้น เหอไห่หลิงยังมองไปทางหลี่ซิ่วซิ่ว แล้วเอ่ยขึ้นอีก “ซิ่วซิ่ว ในเมื่อชิงตงมารับถึงที่นี่แล้ว เจ้าก็อย่าให้เขาเสียน้ำใจ ไปร่วมสนุกกับทุกคนเถิด”
ใบหน้าของช่างเย็บปักแดงก่ำ นางกำลังจัดเสื้อผ้าให้หุ่นลองชุด แล้วตอบเสียงเบา “แต่ว่าข้ายังมีงานต้องทำ…”
คำตอนนั้นทำเอาป้าสะใภ้ทั้งสองเริ่มกังวล
เหวยหมิ่นจือก้าวเท้าไปดึงหลี่ซิ่วซิ่วออกมา “ไม่ต้องห่วงน่า พวกเราดูงานที่นี่ต่อเอง”
ซ่งชิงตงยกยิ้ม จับมือหญิงสาวแล้วเอ่ยขึ้นอีก “ไปกันเถิด ไปเรียกท่านพี่กัน”
พูดจบก็ลากหลี่ซิ่วซิ่วให้เข้าไปที่ห้องทำงานของซ่งชิงหลัน
เหวยหมิ่นจือและเหอไห่หลิงมองแผ่นหลังชายหญิงทั้งคู่ แล้วก็ยิ้มอย่างเอ็นดู
เหอไห่หลิงลูบแขนพี่สะใภ้ “พี่สะใภ้ ท่าทางว่าเราจะได้จัดงานแต่งในอีกไม่ช้านี้แล้ว”
“ข้าก็ว่าอย่างนั้น ซิ่วซิ่วของเราก็ทั้งฉลาดหลักแหลม อ่อนโยน มีเหตุผล เข้ากับชิงตงมาเสียจริง”
หลี่ซิ่วซิ่วที่เขินอายมองไปที่ซ่งชิงตง แล้วพูดออกมา “พี่ชิงตง มือข้าเหงื่อออกหมดแล้วเจ้าค่ะ”
ได้ยินเช่นนั้นเขาจึงยิ้มออกมา ปล่อยมือบางของนางให้เป็นอิสระ “ท่านป้าทั้งสองชอบพูดล้อเล่น เพราะอย่างนั้นเจ้าอย่าได้คิดมาก”
“เจ้าค่ะ” หลี่ซิ่วซิ่วหน้าเห่อร้อน จากนั้นก็พยักหน้าอย่างเชื่อฟัง
“ว่าไปแล้ว ซิ่วซิ่ว วันนี้ท่านพี่ดูแปลกไปหรือไม่” ซ่งชิงตงยังคงมีทีท่ากังวลเกี่ยวกับซ่งชิงหลัน
ระหว่างมื้อเช้าวันนี้ เขาเห็นว่าท่านพี่เอาแต่เหม่อลอย จึงกังวลว่านางจะเป็นอันใดไป
“พี่ชิงหลัน…” หลี่ซิ่วซิ่วขมวดคิ้วเล็กน้อย จากนั้นก็มีท่าทางราวกับคิดขึ้นมาได้ “วันนี้นางแปลกไปจริง ๆ ด้วย”
“เป็นอย่างไรอย่างนั้นหรือ?”
“วันนี้พี่ชิงหลันออกแบบเสื้อผ้าจำนวนมาก ซ้ำยังดื่มชาไปแล้วหลายถ้วย เอาแต่บอกว่าจะได้สดชื่นขึ้น แล้วยังพูดอีกว่ากลัวจะเผลอหลับ”
“แล้วดื่มชาช่วยให้ดีขึ้นจริง ๆ หรือ” ซ่งชิงตงขมวดคิ้วอย่างไม่เข้าใจ
ในตอนนั้นประตูห้องทำงานก็เปิดออก พร้อมกับที่ซ่งชิงหลันเดินออกมา
เมื่อเห็นว่าทั้งสองยืนอยู่ที่ประตู จึงเอ่ยถามด้วยความสงสัย “เจ้าสองคนมายืนคุยอันใดกันตรงนี้”
หลี่ซิ่วซิ่วรีบตอบทันที “พอดีว่าพวกเรากำลังคุยเรื่อง…”
“หม้อไฟน่ะขอรับ” ซ่งชิงตงเอ่ยขัด ก่อนที่หญิงสาวจะบอกไปตามตรง
ทำเอาถูกมองอย่างสงสัยถึงเหตุผลที่ต้องปิดบัง
ซ่งชิงตงลอบส่ายหน้าให้นาง ทำให้หลี่ซิ่วซิ่วไม่ได้ขัด
จากนั้นก็หันไปมองท่านพี่อีกครั้ง แล้วพูดต่อ “ท่านพี่ ท่านจะไปตอนนี้เลยหรือไม่ ทุกคนรออยู่ที่บ้าน”
“ได้สิ ไปกันเลย”
ซ่งชิงหลันและหลี่ซิ่วซิ่วเดินขึ้นไปบนรถม้า
ทันทีที่ซ่งชิงหลันนั่งลง ก็พลันรู้สึกง่วงเล็กน้อย
น้องสาวจึงเอ่ยถามเสียงเบา “พี่ชิงหลัน วันนี้ท่านเหนื่อยเกินไปหรือเปล่าเจ้าคะ น่าจะนอนพักเสียหน่อย”
นอน!?
เมื่อได้ยินคำนั้น นางก็ตื่นทันที
รีบส่ายหน้าไปมา ฝืนตัวเองให้ตื่นขึ้น แล้วรีบเอ่ย “ไม่ ข้าไม่ง่วง”
ท่าทางเช่นนั้นของซ่งชิงหลันทำให้หลี่ซิ่วซิ่วแปลกใจมากขึ้น และเริ่มเข้าใจความกังวลของซ่งชิงตงขึ้นมา
รถม้ากลับไปยังจวนแม่ทัพอย่างรวดเร็ว
ซ่งชิงตงประคองมือหญิงสาวทั้งสองลงจากรถม้าทีละคน
ทั้งสามเดินเข้าไปด้านในจวนด้วยกัน
ระหว่างที่เดินเข้าไปที่ประตู หญิงสาวก็รู้สึกถึงร่างสองร่างที่อยู่ไม่ห่างออกไป
เมื่อหันหน้าไปก็พบว่าเป็นไป๋เย่หานและหานเฟย
หญิงสาวอ้าปากค้างด้วยความตกใจ “ท่าน…”
หายเฟยทักทายอย่างกระตือรือร้น “พระชายา คุณชายซ่ง”
เขาไม่รู้จะเรียกหลี่ซิ่วซิ่วว่าอย่างไร จึงพยักหน้าให้แม่นางอีกคนตรงหน้า
ใบหน้าของซ่งชิงหลันเปลี่ยนเป็นเย็นชาทันที นางจ้องไปทางหานเฟยแล้วเอ่ยขึ้น “ผู้ใดคือพระชายา อย่าพูดพล่อย ๆ”
“เอ๊ะ…คือข้า…” หานเฟยมองทางไป๋เย่หานอย่างไม่เข้าใจ
เมื่อเห็นว่าผู้เป็นนายไม่ได้ตอบสนอง จึงพยักหน้าให้ซ่งชิงหลันแล้วพูดต่อ “ต้องขออภัย เป็นความผิดของข้าน้อยเองขอรับ”
“ไม่ต้องแทนตัวเองว่าข้าน้อย ข้าไม่ใช่นายของเจ้า” ซ่งชิงหลันขมวดคิ้ว มองไปทางไป๋เย่หาน “ท่านมาทำอันใดที่นี่”
ซ่งชิงหลันปวดขมับขึ้นมาในตอนนี้ เพียงเห็นเขาในความฝันก็ยุ่งยากมากพออยู่แล้ว ยิ่งได้พบหน้าตัวเป็น ๆ เช่นนี้ ก็ยิ่งสร้างความทรมานใจแก่นางยิ่งกว่า
ชายหนุ่มมองหญิงสาวอย่างลึกซึ้งด้วยดวงตาคู่คมดุจพญาเหยี่ยว แล้วยิ้มอย่างอ่อนโยน “ชิงหนานเชิญข้ามากินหม้อไฟคืนนี้”
“ให้ตาย…” ซ่งชิงหลันพึมพำเสียงเบา แล้วเดินหนีเข้าบ้าน
ในฐานะคนตระกูลซ่ง ซ่งชิงตงก็ไม่ได้ละเลยมารยาทในการต้อนรับแขกที่ควรมี
จึงได้ยิ้มให้ไป๋เย่หาน แล้วผายมือออกไป “ท่านอ๋อง เชิญทางนี้ขอรับ”
ไป๋เย่หานพยักหน้า แล้วเขาไปในจวนแม่ทัพ
หลี่ซิ่วซิ่วมองอย่างไม่เข้าใจ จับมือซ่งชิงตงแล้วถามออกมา “พี่ชิงตง เกิดอันใดขึ้นเจ้าคะ ข้าไม่เข้าใจ”
ชายหนุ่มเคาะหน้าผากมนของนางเสียงเบา แล้วเอ่ยหยอกเย้า “เจ้านี่ช้ากว่าผู้อื่นอยู่เสมอเลย”