ทะลุมิติมาเป็นคุณหนูใหญ่กลับต้องมาเลี้ยงน้องจนได้ดีแถมต้องเลี้ยงลูกอีกต่างหาก - บทที่ 207 ฝ่าบาททรงหมายความอย่างไร
- Home
- ทะลุมิติมาเป็นคุณหนูใหญ่กลับต้องมาเลี้ยงน้องจนได้ดีแถมต้องเลี้ยงลูกอีกต่างหาก
- บทที่ 207 ฝ่าบาททรงหมายความอย่างไร
บทที่ 207 ฝ่าบาททรงหมายความอย่างไร
พระสนมเฉินนึกขึ้นได้ทันที พระนางมองไปที่พระสวามี แล้วพูดอย่างกังวล “ฝ่าบาท พระองค์สั่งอาหารให้มาส่งที่นี่อย่างนั้นหรือเพคะ?”
“สั่งอาหาร?” ไป๋เย่หานขมวดคิ้วอย่างสงสัย
ฝ่าบาทคว้ามือพระสนมไปจับ จากนั้นก็อธิบายขึ้น “หานอ๋อง เจ้าไม่ได้กลับเมืองหลวงมาเสียนาน คงไม่ทราบเรื่องนี้ มีสตรีนางหนึ่งที่เรียกกันว่าแม่นางซ่ง นางเปิดภัตตาคารที่ถนนหัวอัน ชื่อภัตตาคารอวิ๋นหลาย อาหารที่นั่นเลิศรสมาก นอกจากนี้ยังมีบริการส่งถึงบ้าน วันใดที่ข้าเบื่อ ๆ ก็มักจะสั่งอาหารร้านนั้นมากินอยู่เสมอ”
เมื่อชายหนุ่มได้ยินชื่อภัตตาคารอวิ๋นหลาย และชื่อแม่นางซ่ง ก็ทำให้พลันนึกถึงซ่งชิงหลันขึ้นมา เมื่อได้ยินว่าภรรยาตนเองเป็นที่ยกย่องเพียงใดก็พึงพอใจทันที
อาหารตรงหน้ายิ่งอร่อยกว่าเดิมหลายเท่าตัว
ไป๋เย่หานคีบปลาอีกชิ้นขึ้นมากินอย่างเอร็ดอร่อย
ผิดกับพระสนมเฉินที่มีท่าทีกังวลใจ จับมือพระสวามีแล้วเอ่ยอย่างไม่แน่ใจ “ฝ่าบาท อาหารจากข้างนอกไม่ทราบที่มา พระองค์จะแน่ใจได้อย่างไรเรื่องความปลอดภัยเพคะ”
“สนมข้า ไม่ต้องกังวล ข้าไม่ได้กินทุกวัน เพียงบางครั้งก็อยากกินอาหารใหม่ ๆ บ้าง” จิ่งกวงเยี่ยอธิบายด้วยรอยยิ้ม “นอกจากนี้ วันนี้ยังเป็นวันที่หานอ๋องเข้าวัง เจ้าดูสิว่าเขาเจริญอาหารมากเพียงใด”
ฝ่าบาทเบี่ยงเบนความสนใจพระสนมได้สำเร็จ
เมื่อเห็นว่าโอรสกำลังเพลิดเพลินกับอาหารตรงหน้า และกินปลาหม้อไฟผักดองแทบจะหมดชาม พระนางจึงเอ่ยขึ้น “โอรสข้า อย่ากินอยู่อย่างเดียว ลองจานอื่นด้วย…”
หลังจากเอ่ยเช่นนั้นพระสนมก็เริ่มพูดเสียงเบา “ไม่รู้เลยว่าแม่นางซ่งผู้นั้นเป็นผู้ใดมาจากที่ใด แต่พวกคนค้าขายมีหลายหน้า ไม่ใช่ผู้ที่จะไว้ใจได้เลย”
ไป๋เย่หานไม่พอใจที่ได้ยินเช่นนั้น ชายหนุ่มรีบวางตะเกียบลงทันที แล้วเอ่ยเพื่อจะปกป้องภรรยา “พระมารดา ท่าน…”
แต่ไม่ทันที่หานอ๋องจะกล่าวจบ ฝ่าบาทก็ชิงตรัสขึ้นก่อน “พระสนม เจ้าคิดมากเกินไปแล้ว แม่นางซ่งเป็นเพียงเด็กสาวผู้หนึ่ง นางยังมีความสัมพันธ์ที่สนิทสนมกับภรรยาของเหวยจือหล่างผู้ว่าการเมืองหลวงนี้ ข้ายังได้ยินมาอีกว่า แม่นางซ่งผู้นี้เป็นคนช่วยรักษาภาวะมีบุตรยากของภรรยาผู้ว่าได้อีกด้วย อีกทั้งยังไปปรุงอาหารให้คนที่จวนผู้ว่ากินด้วยตัวเอง ทักษะการทำอาหารของนางยังไม่เป็นรองผู้ใดเช่นกัน”
“นางมีทักษะทางการแพทย์ด้วยอย่างนั้นหรือขอรับ?” ไป๋เย่หานถามอย่างตกใจ
เขาแต่งงานเป็นสามีของนางมาก่อน ตลอดเวลาที่อยู่ด้วยกัน ไม่เคยรู้เรื่องที่นางมีวิชาแพทย์เลยแม้แต่น้อย
องค์จักรพรรดิพยักหน้าแย้มสรวล “ใช่แล้ว แม่นางซ่งผู้นั้น เป็นสตรีที่แตกต่างและโดดเด่นมากจริง ๆ”
ความอ่อนโยนพลันแสดงออกทางสายตาของหานอ๋อง “ข้าก็คิดอย่างนั้น”
“อ้อ หานอ๋อง ถ้าเจ้าชอบอาหารจานนี้ อีกหน่อยไปอยู่นอกวังแล้ว ก็ตามไปกินที่ภัตตาคารอวิ๋นหลายสิ ข้าได้ยินมาว่าอาหารที่นั่นเลิศรสและยังมีให้เลือกอีกมากมาย”
ไป๋เย่หานยิ้มขึ้นอย่างเบิกบาน จากนั้นก็รีบตอบ “ข้าจะไปลิ้มลองแน่”
แต่ตอนนี้ สีหน้าของพระสนมเปลี่ยนไปอย่างมาก พระนางรีบขัดจังหวะทั้งสองทันที “ฝ่าบาท หม่อมฉันไม่เห็นด้วยกับเรื่องนี้เลยเพคะ พ่อครัวห้องเครื่องของวังหลวงถูกคัดเลือกมาอย่างดีจากยอดฝีมือทั่วทั้งแผ่นดิน ทักษะการปรุงอาหารก็ไม่ได้ด้อยไปกว่าผู้ใด หากหานอ๋องอยากจะกินของอร่อยก็เพียงมาอยู่ที่นี่…”
จิ่งกวงเยี่ยยิ้มแล้วเชยคางพระสนม “หมายถึงว่าเจ้าอยากให้ลูกชายมาหาเจ้าบ่อย ๆ อย่างนั้นหรือ?”
พระสนมเฉินยิ้มอย่างงดงาม “ฝ่าบาท ในที่สุดเราก็ได้พบตัวลูกชายแล้ว พระองค์ไม่อยากจะทรงใกล้ชิดกับเขาให้มากกว่านี้หรือเพคะ?”
“จริงสิ” ฝ่าบาทพยักหน้า “เอาไว้เป็นเรื่องของวันข้างหน้าเถิด วันนี้เรามากินอาหารดี ๆ กันก่อน”
ในช่วงกลางวัน ทั้งสามพูดคุยกันระหว่างทาน ยาวนานไปจนกระทั่งช่วงบ่าย
หากองค์จักรพรรดิไม่ได้ทรงมีราชกิจต้องไปจัดการ ดูท่าว่าอาหารมื้อนี้จะยังไม่มีทางจบลง
หลังจากที่ฝ่าบาทเสด็จกลับไปแล้ว ไป๋เย่หานเองก็ลุกขึ้นด้วยเช่นกัน “พระมารดา นี่ก็ค่ำแล้ว ถึงเวลาที่ลูกต้องขอทูลลา”
สีหน้าของพระสนมเต็มไปด้วยความเสียดาย
นางจับมือบุตรชายแล้วเอ่ย “เวลาผ่านไปเร็วเหลือเกิน แม่ยังคุยกับเจ้าไม่เพียงพอเลย”
นางข้าหลวงยิ้ม แล้วเอ่ยบ้าง “พระสนม ตอนนี้สงครามสงบลงแล้ว ท่านอ๋องเองก็ยังทรงประทับอยู่ที่เมืองหลวง หากทรงต้องการพบท่านอ๋อง พระสนมก็สามารถรับสั่งให้พระองค์มาเฝ้าได้โดยง่ายแล้วเพคะ หรือจะเสด็จไปหาท่านอ๋องที่จวนก็ยังได้”
“จริงด้วย กุ้ยจือพูดถูก เหตุใดแม่ถึงลืมเรื่องนี้ไปได้” พระสนมเฉินยิ้มให้ไป๋เย่หาน “ถ้าอย่างนั้น กลับดี ๆ เดินทางปลอดภัย”
“ขอรับ พระมารดาก็รักษาตัวด้วย”
ไป๋เย่หานทำความเคารพอีกครั้ง จากนั้นก็เดินทางออกจากตำหนักหยิงชุนไป
คล้อยหลังไป๋เย่หาน พระสนมก็มีสีหน้าไม่พอใจอย่างมาก
เมื่อเห็นเช่นนั้น นางข้าหลวงจึงเอ่ยขึ้น “พระสนม วันนี้พระองค์ไม่ได้ทรงพักผ่อนช่วงบ่ายเลยเพคะ ท่าทางจะทรงเหนื่อยแล้ว ให้หม่อมฉันพาเข้าไปด้านในนะเพคะ”
ว่าจบก็ช่วยพระสนมเฉินให้เข้าไปด้านใน
พระสนมอยู่บนที่นั่งบุนวม นวดขมับของตนเอง “กุ้ยจือ เจ้าคิดว่าฝ่าบาททรงหมายความอย่างไร”
กุ้ยจือช่วยนวดขมับให้เจ้านายเพื่อความผ่อนคลาย แล้วเอ่ยต่อ “หมายถึงที่ฝ่าบาททรงตรัสเกี่ยวกับท่านหานอ๋องหรือเพคะ?”
“ถูกต้อง พระองค์ทรงรับสั่งให้หานอ๋องมาหาข้าก่อน และยังตรัสว่าเขาจะไปอยู่นอกวังในอนาคต เป็นไปได้หรือไม่ว่าฝ่าบาททรงไม่ต้องการให้เขาเป็นองค์รัชทายาท ทั้ง ๆ ที่ลูกชายข้าก็เป็นโอรสองค์แรก ซ้ำยังเก่งกล้าสามารถเพียงพอจะเป็นองค์รัชทายาทได้อย่างไม่ต้องสงสัย”
กุ้ยจือขมวดคิ้วเล็กน้อย แล้วเอ่ยต่อ “พระสนม ตลอดเวลาที่ผ่านมา ฝ่าบาททรงโปรดปรานพระสนมมาก ดังนั้นจึงเป็นเรื่องธรรมดาที่จะทรงปฏิบัติต่อหานอ๋องแตกต่างออกไป ทั้งหมดอาจจะเป็นเพราะว่าฝ่าบาททรงมีแผนการอื่นในพระทัย”
“ไม่ว่าจะเป็นแผนการใด เห็นที ข้าคงต้องหาทางสนับสนุนหานอ๋องลูกข้าเสียแล้ว”
ขณะที่เอ่ยเช่นนั้นพระสนมก็หรี่ตาลง พร้อมกับเหยียดยิ้มอย่างเย้ยหยันแก่ตนเอง “เป็นที่โปรดปรานแล้วจะมีประโยชน์อย่างไรเล่า ในเมื่อพระมเหสีมีอำนาจมากขึ้นทุกวัน เหล่าขุนนางทั้งหลายก็ล้วนสนับสนุนลี่อ๋อง ในฐานะที่เป็นพระโอรสของพระมเหสี ตัวพระมเหสีเองมองข้าเป็นหอกข้างแคร่มาตลอด หากในอนาคตนางได้ทุกอย่างไปจริง ๆ ต่อไปแม้แต่ฝ่าบาทก็คงเป็นหลักยึดให้ข้าไม่ได้อีก”
นางอาศัยอยู่ในวังหลวงแห่งนี้มานาน และรับรู้เรื่องต่าง ๆ มาไม่น้อย
ที่ผ่านมามีชีวิตรอดปลอดภัย ก็ล้วนเป็นเพราะความโปรดปรานจากองค์จักรพรรดิเพียงเท่านั้น
แต่ทว่ามีสตรีอยู่อีกนับพันในพระราชวังแห่งนี้ ความงดงามของนางก็เริ่มลดน้อยลงไปตามกาลเวลา จะอาศัยเพียงความโปรดปรานจากฝ่าบาทไม่ได้อีกต่อไป
เมื่อเวลานั้นมาถึง นางอาจจะสิ้นวาสนาและไร้ที่ยืนในราชสำนักแห่งนี้
ดังนั้นหลักยึดที่พอจะพึ่งพาได้ก็มีเพียงหานอ๋องเท่านั้น
กุ้ยจือก็เข้าใจเรื่องนี้เป็นอย่างดีเช่นกัน
นางกระซิบกระซาบ “พระสนม ในเมื่อตอนนี้พระมเหสีมีอำนาจมากแล้ว พวกเราก็มาช่วยสั่งสมอำนาจแก่หานอ๋องกันเถิดเพคะ”
พระสนมลืมตาขึ้นทันทีและเริ่มคิดแผนการ
จากนั้นก็ระบายยิ้ม แล้วเอ่ยขึ้น “พระมเหสีมีตระกูลของมารดาหนุนหลัง เพราะอย่างนั้น เราต้องหาชายาที่มีอำนาจเพียงพอให้แก่หานอ๋อง กุ้ยจือ ข้าฝากเจ้าจัดการเรื่องนี้ด้วย”
“หม่อมฉันจะจัดการเองเพคะ เริ่มจากการหาว่ามีคุณหนูตระกูลใดที่เหมาะกับท่านอ๋องบ้าง”
khunnaaypang
ถามลูกชายแล้วหรือยังว่าต้องการหรือเปล่า ที่สำคัญถ้ารู้ว่ามีหลานแฝด จะทำหน้ายังไง