ทะลุมิติมาเป็นคุณหนูใหญ่กลับต้องมาเลี้ยงน้องจนได้ดีแถมต้องเลี้ยงลูกอีกต่างหาก - บทที่ 213 นอนไม่หลับ
- Home
- ทะลุมิติมาเป็นคุณหนูใหญ่กลับต้องมาเลี้ยงน้องจนได้ดีแถมต้องเลี้ยงลูกอีกต่างหาก
- บทที่ 213 นอนไม่หลับ
บทที่ 213 นอนไม่หลับ
“เหตุใดเล่าเจ้าคะ?” ซ่งซิงเยว่ถามอย่างสงสัย
ทันใดนั้นเอง บรรยากาศบนโต๊ะอาหารก็เปลี่ยนเป็นอึดอัดขึ้นมา
ซ่งชิงซีจึงเอ่ยขึ้น “ถ้าไม่รีบกิน ประเดี๋ยวจะเย็นหมด”
แม่เฒ่าซ่งก็รีบสมทบ “ใช่ ๆ กินเร็วเข้าเถิด”
ซ่งซิงเยว่จึงหันไปสนใจอาหารตรงหน้าอย่างเพลิดเพลินในที่สุด
หลังมื้ออาหาร ซ่งซิงเฉินก็มาช่วยเก็บชามและตะเกียบเพื่อนำไปล้าง
ซ่งชิงซีเตรียมจะเข้าไปช่วยล้างจานด้วย หากแต่ซ่งชิงหลันห้ามเอาไว้ก่อน “เจ้าจะต้องไปสอบเร็ว ๆ นี้แล้ว กลับไปอ่านตำราเถิด”
ระหว่างที่ซ่งชิงหลันกำลังเก็บจานมาเตรียมล้าง สาวใช้ที่เห็นเข้าก็ตกใจรีบเข้ามาหา “นายหญิง งานเหล่านี้ให้ข้าทำเองเถิดเจ้าค่ะ”
ซ่งชิงหลันยิ้มแล้วเอ่ยตอบ “ไม่เป็นไร เมื่อก่อนข้าล้างจานเหล่านี้เองมาตลอดให้ข้าทำเถิด”
ในความจริงแล้ว นางตั้งใจมาที่ครัวเพื่อต้มยาดื่ม จึงได้ทำทีมาเป็นล้างจานด้วย
ซ่งชิงหลันเข้าไปในครัว เอาชามกับตะเกียบวางลง ก็เริ่มเอายาที่ต้มไว้ออกมาเท แล้วดื่มจนหมดในคราวเดียว
ทันทีที่วางถ้วยยาลง ก็พบว่าชายหนุ่มมายืนอยู่ตรงหน้าตนเอง
หญิงสาวตบหน้าอกตัวเองด้วยความตกใจ แล้วจ้องหน้าอดีตสามี “ไป๋เย่หาน ท่านเป็นแมวหรืออย่างไรฮะ เข้ามาไม่ให้สุ้มให้เสียง แล้วเข้ามาทำอันใดในนี้ อยากล้างจานอย่างนั้นหรือ?”
ว่าจบนางก็หันหลังไปเก็บล้างจานอย่างเงียบ ๆ
ชายหนุ่มขยับเข้ามาใกล้ขึ้นอีก แล้วเริ่มเอ่ย “ชิงหลัน ข้าจำได้ว่าเจ้าทำอาหารไม่เป็น”
มือเรียวที่กำลังล้างจานชะงักไป จากนั้นก็ตอบเสียงเรียบ “ผู้คนมักเปลี่ยนไปเสมอ”
ระหว่างนั้นนางก็หันหน้ากลับมามองไป๋เย่หานอย่างลึกซึ้ง “ไป๋เย่หาน ข้าไม่ใช่คนเดิมที่เจ้ารู้จักอีกต่อไปแล้ว เข้าใจหรือไม่”
ชายหนุ่มหรี่ตาลงเล็กน้อย รู้สึกว่าสิ่งที่นางพูดมันแฝงความหมายอื่นที่มากกว่านั้น
ซ่งชิงหลันหลบสายตา พูดพลางล้างจานไปด้วย “อีกอย่าง อย่ามาให้ข้าเจอหน้าอีกถ้าไม่จำเป็น ท่านทำได้หรือไม่”
แต่เขากลับยื่นใบหน้าหล่อเหลาเข้ามาในสายตาของนาง “เจ้าเป็นภรรยาข้า ถ้าไม่มาให้เจ้าเห็นหน้า จะให้ข้าไปหาผู้อื่นที่ใดเล่า อีกอย่าง พูดเช่นนี้ก็เหมือนขัดขวางไม่ให้ข้าเจอเฉินเฉิน เยว่เยว่”
“ข้าไม่ได้ห้ามเจ้าเจอลูก ๆ เพียงแต่…” ระหว่างที่พูด ซ่งชิงหลันพลันรู้สึกว่ามีบางอย่างผิดปกติ นางจ้องหน้าไป๋เย่หานเขม็ง “ผู้ใดคือภรรยาท่าน เราคุยกันแล้ว ข้าบอกท่านไปแล้วอย่างไรว่าเราหย่ากัน”
“ข้ายังไม่ได้ยินยอมนี่” ไป๋เย่หานถอนหายใจเบา ๆ มองซ่งชิงหลันด้วยสายตาอ่อนโยน “ชิงหลัน เมื่อใดเจ้าจะหายโกรธข้า”
โดยนัยแล้ว นี่เป็นการถามว่าเมื่อใดนางจะยอมกลับบ้านกับเขาต่างหาก
หญิงสาวกลอกตาไปมาอย่างหมดคำจะพูด “เหตุใดข้าอธิบายเท่าไรท่านก็ยังไม่เข้าใจเสียที หากอยากได้พระชายาก็ไปหาที่อื่น ข้าไม่เป็น”
ว่าจบซ่งชิงหลันก็เช็ดมือ แล้วเดินออกจากครัวไป
ไป๋เย่หานถูกทิ้งให้ยืนนิ่งเพียงลำพังตรงนั้น เขามองไปที่กากยาในมุมหนึ่งของครัว ดวงตาคู่คมหรี่ลง จากนั้นก็เดินออกไป
วันต่อมา ที่จวนหานอ๋อง
ไป๋เย่หานมองหน้าชายชราเคราขาวที่นั่งอยู่ตรงข้าม แล้วถามอย่างกระวนกระวายใจ “เป็นอย่างไรบ้าง ท่านคิดว่าเกิดสิ่งใดขึ้น”
ท่านหมอหลี่ขยับกายเข้ามาพิจารณาของตรงหน้าแล้วลูบเครา ก่อนจะพึมพำกับตนเอง “นี่มันแปลกเสียจริง ๆ พ่ะย่ะค่ะ”
“หมายความว่าอย่างไร นี่เป็นยารักษาโรคร้ายแรงอย่างนั้นหรือ?” ชายหนุ่มดูร้อนรนขึ้นมาทันที
ท่านหมอหรี่ตายิ้ม แล้วพูดต่อ “ท่านอ๋องอย่าได้ทรงกังวล ที่ข้าเห็นว่าแปลกก็คือเทียบยาเหล่านี้ต่างหาก”
หานเฟยที่อยู่ข้าง ๆ ก็รู้สึกสับสน แล้วถามต่อ “เทียบยา? ท่านหมายความว่าอย่างไร”
จากนั้นท่านหมอหลี่ก็เอาพู่กันออกมาเขียนตัวยาทั้งหมดลงไปในกระดาษ โดยดูจากกากยาเหล่านั้น
เขาถือใบสั่งยาแล้วส่งให้ไป๋เย่หาน “ความจริงแล้ว นี่เป็นเพียงยาบำรุงที่ช่วยให้สดชื่นขึ้นพ่ะย่ะค่ะ แต่ที่แปลกคือผู้สั่งยานี้ค่อนข้างเชี่ยวชาญ สามารถสั่งยาได้ครบตามตำรับทั้งหมด ซ้ำยังไม่ส่งผลเสียต่อร่างกาย ถึงกินมันในปริมาณมาก ก็ยังช่วยเสริมกำลังได้อีกด้วย ช่างเป็นเทียบยาที่น่าทึ่ง”
…
ซ่งชิงหลันออกจากบ้านในช่วงสายกว่าปกติในวันนี้
ไม่นานหลังจากที่นางเดินออกมาจากจวนแม่ทัพ ก็พบว่าหมอหลี่กำลังเดินออกมาจากจวนหานอ๋อง
“ท่านหมอหลี่?”
“อ่าว อรุณสวัสดิ์แม่นางซ่ง”
ซ่งชิงหลันมองชายชรา จากนั้นก็มองตามไปที่จวนหานอ๋องที่อยู่ข้าง ๆ แล้วถามอย่างใคร่รู้ “ท่านหมอ มีธุระที่นี่หรือเจ้าคะ?”
นางลอบคิดขึ้นในใจว่าเมื่อวานไป๋เย่หานก็ยังดูสบายดี ไม่น่าจะป่วยชั่วข้ามคืนได้
ท่านหมอโบกมือแล้วพูดด้วยรอยยิ้ม “ไม่ได้มีผู้ใดป่วยหรอกแม่นาง ท่านหานอ๋องให้ข้ามาช่วยดูกากยาให้เท่านั้น”
“กากยาหรือเจ้าคะ?”
ซ่งชิงหลันเอะใจขึ้นมาแวบหนึ่ง และนึกไปถึงกากยาในครัวเมื่อวาน เป็นไปได้หรือไม่ว่า…
“ข้าไม่รู้ว่าท่านอ๋องทรงไปได้กากยามาจากที่ใด แต่ท่าทางทรงเป็นห่วงคนที่ดื่มยานั่นมาก เพราะกลัวว่าจะเป็นโรคร้ายแรงหรือไม่ แต่ข้าพบว่ามันเป็นเพียงยาบำรุงช่วยให้สดชื่นขึ้นเท่านั้น อีกทั้งในนั้นมีอู่หลงอยู่จำนวนมาก”
ระหว่างที่เล่าเช่นนั้น ท่านหมอหลี่ก็เอาใบสั่งยาออกมาจากกระเป๋า แล้วส่งให้ซ่งชิงหลันอย่างกระตือรือร้น “แม่นางซ่ง วันนี้ได้พบเจ้าพอดี ข้าคิดว่าเทียบยานี้วิเศษมาก ดูสิ เผื่อเจ้าเองก็อยากจะศึกษามันด้วยเช่นกัน”
“ฮิฮิ…” ซ่งชิงหลันหัวเราะออกมาอย่างเคอะเขิน แล้วโบกมือไปมา “ไม่จำเป็นหรอกเจ้าค่ะ”
เพราะนางเป็นคนสั่งยานั่นด้วยตัวเอง
ท่านหมอหลี่มองซ่งชิงหลันแล้วขมวดคิ้ว “หืม? แม่นางซ่ง สีหน้าเจ้าดูไม่ค่อยดีเลย เป็นอันใดหรือไม่”
“เอ่อ พอดีช่วงนี้ข้านอนไม่ค่อยหลับ”
ชายชราพึมพำอย่างสงสัย “เหตุใดมีแต่คนนอนหลับไม่สนิทกัน เร็ว ๆ นี้ท่านอ๋องก็ทรงถามข้า ว่าต้องกินยาใดจึงจะเลิกฝันร้าย”
ได้ยินเช่นนั้น หัวใจของซ่งชิงหลันพลันเต้นไม่เป็นจังหวะ นางหันมองไปทางจวนหานอ๋องอีกครั้งด้วยความแปลกใจ
ในตอนนั้นเองที่เสียงของอู่เชียนเชียนดังมาแต่ไกล “พี่ชิงหลันเจ้าคะ”
ซ่งชิงหลันเงยหน้าขึ้น เห็นหญิงสาวในชุดชมพูกำลังโบกไม้โบกมือให้
ท่านหมอหลี่พยักหน้าให้ซ่งชิงหลัน “แม่นางซ่ง เจ้าคงกำลังยุ่ง ถ้าอย่างนั้นข้าคงต้องขอตัวก่อน”
“เจ้าค่ะ ท่านหมอเดินทางปลอดภัยนะเจ้าคะ”
จากนั้นหญิงสาวก็หันไปทางอู่เชียนเชียน “เจ้ามาหาข้าอย่างนั้นหรือ?”
“เจ้าค่ะ” อู่เชียนเชียนเข้ามาจับมือพี่สาวอย่างสนิทสนมใกล้ชิด
“เหตุใดเล่า วันนี้อยากกินอาหารใดที่ภัตตาคารหรือ?”
“อย่าพูดเรื่องอาหารเลยเจ้าค่ะ” อู่เชียนเชียนเม้มริมฝีปากอย่ารำคาญใจ “บางทีข้าไปที่ภัตตาคารอวิ๋ยหลาย แล้วก็กินอาหารเกินไป น้ำหนักก็เพิ่มขึ้น เสื้อผ้าของปีก่อนแทบจะสวมไม่ได้อยู่แล้ว ข้ามาหาท่านเพื่อไปที่ร้านเสื้อชิงเยว่ต่างหาก จะได้สั่งเสื้อผ้าชุดใหม่ ๆ ด้วย”
ซ่งชิงหลันยิ้ม แล้วตอบรับ “เอาเถิด ๆ ไม่กี่วันมานี้เพิ่งมีเสื้อผ้าแบบใหม่ ๆ ออกมาเหมือนกัน ไปดูกันว่าถูกใจเจ้าหรือไม่”
“พี่ชิงหลัน ท่านไม่นั่งรถม้าหรือเจ้าคะ”
“ไม่ดีกว่า ข้าชอบง่วงนอนในรถม้า”