ทะลุมิติมาเป็นคุณหนูใหญ่กลับต้องมาเลี้ยงน้องจนได้ดีแถมต้องเลี้ยงลูกอีกต่างหาก - บทที่ 214 ความห่วงใยนี่เองที่ทำให้ว้าวุ่น
- Home
- ทะลุมิติมาเป็นคุณหนูใหญ่กลับต้องมาเลี้ยงน้องจนได้ดีแถมต้องเลี้ยงลูกอีกต่างหาก
- บทที่ 214 ความห่วงใยนี่เองที่ทำให้ว้าวุ่น
บทที่ 214 ความห่วงใยนี่เองที่ทำให้ว้าวุ่น
หลังจากที่ท่านหมอหลี่กลับไปแล้ว ไป๋เย่หานก็นั่งมองกากยาที่วางอยู่บนโต๊ะอย่างกังวลใจ
หานเฟยเองก็ติดตามไป๋เย่หานเป็นเวลาหลายปี นี่เป็นครั้งแรกที่ได้เห็นท่าทางเช่นนี้ของผู้เป็นนาย
“นายท่านขอรับ…”
“หานเฟย เจ้าคิดว่าซ่งชิงหลันจะกินยาบำรุงร่างกายไปเพราะเหตุใดกัน” ไป๋เย่หานถามขึ้นมาก่อนที่หานเฟยจะเอ่ยจบ
“ข้าคิดว่า บางทีพระชายาอาจเพียงเหนื่อยจากการทำงานมากเกินไป”
เมื่อเห็นท่าทีกังวลของผู้เป็นนาย ก็ทำเอาต้องถอนหายใจออกมา แล้วลอบคิดกับตัวเอง ว่าความห่วงใยนี่เองที่ทำให้เกิดความว้าวุ่น
“ไม่สิ” ไป๋เย่หานหรี่ตาลงเล็กน้อยแล้วพูดเสียงเบา “เยว่เยว่บอกข้าว่านางมักจะฝันร้ายอยู่เสมอ ทำให้หลับไม่สนิท ถ้าอย่างนั้นก็เพียงดื่มยาให้นอนหลับ แต่เหตุใดถึงเลือกดื่มยาที่ช่วยทำให้สดชื่นเล่า”
ในตอนนั้นเอง มีทหารยามนายหนึ่งเข้ามากระซิบข้างหูหานเฟย ก่อนจะขอตัวออกไป
ดวงตาของไป๋เย่หานเปลี่ยนเป็นเคร่งขรึม “เกิดเหตุใดขึ้น”
“นายท่าน ท่านบอกให้ข้าส่งคนไปจับตาดูพระชายา ทหารยามจึงมาแจ้งว่าตอนนี้พระชายาออกไปข้างนอกแล้วขอรับ”
“ถ้าอย่างนั้น ข้าจะออกไปข้างนอกเสียหน่อย” เมื่อได้ยินเช่นนั้น ไป๋เย่หานก็รีบเดินทางออกจากจวน
เขาต้องเข้าใจให้ได้ ว่าเกิดอันใดขึ้นกับซ่งชิงหลัน
อีกด้าน ซ่งชิงหลันและอู่เชียนเชียนเดินไปตามทางอย่างไม่รีบร้อน
ระหว่างทาง หญิงสาวปิดปากหาวไปนับครั้งไม่ถ้วน
เมื่อหาวอีกครั้ง อู่เชียนเชียนก็ทนไม่ไหวต้องถามออกมา “พี่ชิงหลัน ท่านเป็นอันใดไป เมื่อคืนนอนไม่หลับหรือเจ้าคะ?”
“ข้านอนไม่ค่อยหลับ ไม่สิ แทบไม่ได้นอนเลย” ซ่งชิงหลันพูดก่อนจะหาวอีกครั้ง
ตอนนี้ดูเหมือนว่ายาที่ช่วยให้ตื่นจะเริ่มไม่มีผลกับนางอีกต่อไปแล้ว
เมื่ออู่เชียนเชียนได้ยินดังนั้นก็ตกใจ “เหตุใดท่านถึงนอนไม่หลับเล่าเจ้าคะ”
นางไม่สามารถบอกกับน้องสาวได้โดยตรงว่า เป็นเพราะฝันถึงไป๋เย่หานหลังจากหลับไป
อย่าว่าแต่อู่เชียนเชียนเลย แม้แต่ตัวนางเอง หากได้ยินว่ามีเรื่องเช่นนี้ก็คงรู้สึกว่ามันช่างไร้สาระ
ดังนั้นซ่งชิงหลันจึงคิดหาเหตุผลอื่น ๆ มาอธิบายแทน “ข้าทำงานออกแบบเสื้อผ้าทั้งคืนน่ะสิ”
“อย่าหาว่าข้าพูดมากไปเลยนะเจ้าคะ มันก็ดีที่ท่านขยันหาเงิน แต่ท่านต้อง….”
ระหว่างพูดอยู่นั้น อู่เชียนเชียนก็หยุดอย่างกะทันหัน
ซ่งชิงหลันมองอย่างสงสัย ขณะที่อีกฝ่ายขมวดคิ้ว ท่าทางประหม่า
จึงได้รีบถาม “เชียนเชียน เกิดอันใดขึ้น”
“เงียบก่อนเจ้าค่ะ” อู่เชียนเชียนขยิบตา ก่อนจะพูดเสียงเบา “มีคนตามเรามา”
คำพูดนั้น ทำเอาซ่งชิงหลันประหลาดใจ
น้องสาวพยักหน้าเบา ๆ ลากซ่งชิงหลันให้เดินตามเข้าไปในตรอกหนึ่งที่ถัดไปจากร้านเสื้อชิงเยว่
นางผลักซ่งชิงหลันไปด้านหลังตนเอง แล้วเอ่ยเสียงจริงจัง “พี่ชิงหลัน ระวังตัวด้วยเจ้าค่ะ”
ว่าจบก็หันหน้ากลับไปอย่างรวดเร็ว ดึงกระบี่ออกมาจากเอว จู่โจมร่างสูงที่อยู่ตรงหน้าด้วยความเร็ว
หากแต่ทักษะการต่อสู้ของชายผู้นั้นอยู่ในระดับสูงมาก เขาสามารถหลบเลี่ยงการโจมตีของอู่เชียนเชียนได้อย่างง่ายดายด้วยการขยับเพียงสองสามครั้ง
แม้จะไม่มีอาวุธในมือ แต่กระบี่ของหญิงสาวไม่อาจทำอันใดได้
ในที่สุดกระบี่ที่อู่เชียนเชียนใช้ ก็ถูกหยุดเอาไว้ด้วยสองนิ้วมือของอีกฝ่าย จนไม่อาจขยับไปที่ใดได้
พอดีกับที่หญิงสาวทั้งสองเห็นได้อย่างชัดเจนว่า คนที่แอบตามมาคือผู้ใด
ซ่งชิงหลันจึงเอ่ยอย่างประหลาดใจ “ไป๋เย่หาน?”
ไป๋เย่หานวางมืออย่างใจเย็น
อู่เชียนเชียนดึงกระบี่กลับมาอย่างใคร่รู้ “ท่านอ๋อง เหตุใดท่านถึงทรงสะกดรอยตามข้ากับพี่ชิงหลันมาเล่าเพคะ ข้านึกว่าเป็นพวกอันธพาลเสียอีก”
“อะแฮ่ม”
ไป๋เย่หานอับอายไม่น้อยที่ถูกเข้าใจผิดว่าเป็นพวกนักเลง จึงพูดเสียงเรียบขึ้นมา “ข้าไม่ได้ตามมาเสียหน่อย เพียงบังเอิญมาทางเดียวกันกับพวกเจ้าเพียงเท่านั้น”
“หมายความว่าอย่างไร?” ซ่งชิงหลันเอ่ยหยั่งเชิง “ท่านอ๋องจะมาที่ร้านเสื้อชิงเยว่อย่างนั้นหรือ?”
“อ้อ ข้าเข้าใจแล้ว” ในที่สุดอู่เชียนเชียนก็เสียงออกมา “ท่านอ๋องมาที่นี่เพื่อซื้อเสื้อผ้าหรือเพคะ”
แวบหนึ่งที่ไป๋เย่หานดูตกใจ จากนั้นก็รีบเก็บสีหน้าอย่างรวดเร็ว “ใช่แล้ว”
“ฮิฮิ…” ซ่งชิงหลันอดไม่ได้ที่จะหัวเราะ “เช่นนั้นจริงหรือ?”
จากนั้นนางก็ยกนิ้วให้อู่เชียนเชียน “โกหกเก่งใช้ได้เลย”
ว่าจบซ่งชิงหลันก็เดินออกจากตรอกนั้น
อู่เชียนเชียนมีท่าทางงงงวย มองไปทางไป๋เย่หาน “ท่านอ๋อง พี่ชิงหลันหมายความว่าอย่างไรกันแน่เพคะ”
ไป๋เย่หานไม่ได้ตอบ เพียงเดินตามซ่งชิงหลันออกไป
ซ่งชิงหลันลอบก่นด่าไป๋เย่หานอยู่ในใจ เมื่อนางเดินออกจากตรอกก็มีคนเดินตัดมาพอดี
“ระวัง!” ไม่ว่าเปล่าชายหนุ่มกระโดดเข้ามาขวางหน้าซ่งชิงหลัน ดึงร่างบางเข้าไปในอ้อมแขน
หญิงสาวรู้สึกว่าร่างกายเสียหลักอย่างแรงจนงุนงงไปหมด หลังรู้ตัวอีกทีก็เข้าไปอยู่ในอ้อมแขนแกร่งที่แสนอบอุ่นนั้นอย่างไม่ทันตั้งตัว
นางเงยหน้ามองสันกรามเด่นชัด และดวงตาสีดำสนิทฉายแววเป็นห่วงคู่นั้น
ซ่งชิงหลันชะงักไปครู่หนึ่ง จากนั้นหัวใจไม่รักดีก็เต้นโครมครามอยู่ภายในอก
เหตุการณ์ทั้งหมดเกิดขึ้นเพียงเสี้ยววินาที จากนั้นก็มีเสียงอุทานดังขึ้น “คุณหนู!”
ซ่งชิงหลันกลับมามีสติอีกครั้ง รีบหลบสายตาร้อนแรงของชายหนุ่ม ผลักร่างสูงของเขาออกไป
ทั้งสองเพิ่งรู้ตัวว่าได้ชนเข้ากับหญิงสาวผู้หนึ่งเข้าอย่างไม่ตั้งใจ
หญิงสาวผู้นั้นท่าทางสดใสและสง่างาม นางกำลังกุมมือด้วยความเจ็บปวด ท่าทางว่าจะถูกกระแทกจนบาดเจ็บ
ซ่งชิงหลันเข้าไปช่วยอีกฝ่ายให้ลุกขึ้น “คุณหนู เป็นอันใดหรือไม่เจ้าคะ ต้องขออภัยที่ข้าบังเอิญชนท่าน”
เด็กสาวยิ้มอย่างอ่อนโยน แล้วส่ายหน้าตอบ “ไม่เป็นไร ๆ แม่นางอย่าคิดมากไปเลย”
จากนั้นซ่งชิงหลันจึงได้ถามต่อ “คุณหนูกำลังจะไปที่ร้านเสื้อชิงเยว่หรือเจ้าคะ?”
สาวใช้ที่อยู่ข้าง ๆ รีบมองซ่งชิงหลันแล้วเอ็ดขึ้นมา “ใช่แล้ว แต่ไม่คาดว่าจะเกิดเรื่องตั้งแต่ยังไม่ถึงร้านเช่นนี้ โชคดีที่คุณหนูไม่ได้เป็นอันใด ไม่อย่างนั้น…”
“ชิงเถา หยุดพูดได้แล้ว”
สาวน้อยหันไปปรามคนของตน แล้วหันไปพูดกับซ่งชิงหลัน “สาวใช้ของข้าพูดมากเกินไป หวังว่าแม่นางจะไม่ถือสา”
ซ่งชิงหลันยิ้ม “อันที่จริงข้าเป็นเจ้าของร้านเสื้อชิงเยว่ วันนี้คงเป็นโชคชะตาที่พามาให้พบคุณหนู ข้าจะให้ส่วนลดพิเศษแก่ท่านในวันนี้เจ้าค่ะ”
“ถ้าอย่างนั้น ท่านก็คือแม่นางซ่งใช่หรือไม่?”
“เจ้าค่ะ เชิญคุณหนูทางนี้ ข้าจะพาเข้าไปในร้านเอง” ซ่งชิงหลันจูงมือลูกค้าเข้าไปในร้านด้วยกัน
ไป๋เย่หานที่ถูกเมินไปเสียแล้วก็มีสีหน้าซีดเซียว
อู่เชียนเชียนเดินผ่านเขา แล้วหันมองอย่างสงสัย “ท่านอ๋อง ทรงมาซื้อเสื้อผ้าไม่ใช่หรือเพคะ ถ้าอย่างนั้นไปกันเถิด”
ส่วนเหวยหมิ่นจือและเหอไห่หลิงกำลังรับแขกในร้าน เมื่อเห็นว่าซ่งชิงหลันมาถึง ก็ยิ้มกำลังจะเอ่ยทักทาย
หากแต่พวกนางเห็นไป๋เย่หานเข้า ทั้งสองจึงตกใจสุดขีด
“ท่าน…ท่าน…”