ทะลุมิติมาเป็นคุณหนูใหญ่กลับต้องมาเลี้ยงน้องจนได้ดีแถมต้องเลี้ยงลูกอีกต่างหาก - บทที่ 215 อดีตสามีของหลันหลัน
- Home
- ทะลุมิติมาเป็นคุณหนูใหญ่กลับต้องมาเลี้ยงน้องจนได้ดีแถมต้องเลี้ยงลูกอีกต่างหาก
- บทที่ 215 อดีตสามีของหลันหลัน
บทที่ 215 อดีตสามีของหลันหลัน
แม้ว่าเหวยหมิ่นจือและเหอไห่หลิง จะเคยได้ยินเรื่องของหานอ๋องที่กลับมาพร้อมชัยชนะอันยิ่งใหญ่ แต่ความจริงเขาคือไป๋เย่หานที่ทุกคนคิดว่าตายไปแล้วในสนามรบ แต่พวกนางก็ยังไม่ชินอยู่ดี
ดังนั้นเมื่อป้าสะใภ้ทั้งสองเห็นว่า คนที่คิดว่าตายแล้วปรากฏตัวต่อหน้า ก็รู้สึกตกใจราวกับเจอผี
อู่เชียนเชียนเองก็เดินเข้ามาเช่นกัน เมื่อเห็นว่าป้าทั้งสองกำลังหน้าซีดด้วยความตกใจ หญิงสาวก็อดไม่ได้ที่จะหัวเราะออกมา “ว่าแล้วเชียว ท่านป้าทั้งสองเห็นว่าท่านหานอ๋องอยู่ที่นี่ จึงได้ตกใจอย่างมากใช่หรือไม่ ว่าไปแล้ว ร้านเสื้อชิงเยว่นี่เรียกได้ว่ากลายเป็นร้านชื่อดังได้แล้วสินะเจ้าคะ”
จากนั้นป้าทั้งสองก็เริ่มรู้สึกตัวว่า ควรกลับมาทำหน้าที่ผู้ดูแลร้านได้แล้ว
เพราะรู้ดีว่าหานอ๋องผู้นี้ไม่ใช่คนธรรมดา และยังเป็นอดีตสามีของหลันหลัน พวกนางจึงยังไม่แน่ใจว่าหลานสาวมีความสัมพันธ์อย่างไรกับเขาในตอนนี้
เหวยหมิ่นจือและเหอไห่หลิง จึงหันไปถามซ่งชิงหลัน
แต่ซ่งชิงหลันเพียงตอบด้วยสีหน้าปกติ “ท่านอ๋องทรงมาที่นี่เพื่อเลือกซื้อเสื้อผ้า ท่านป้าสะใภ้ใหญ่ ท่านป้าสะใภ้รอง โปรดดูแลท่านอ๋องอย่าให้ขาดตกบกพร่องด้วยนะเจ้าคะ เขาทรงเป็นแขกชั้นสูงของร้านเรา”
ว่าจบนางก็หันไปมองคุณหนูที่เข้าร้านมาด้วยกันทันที
หลังจากแนะนำสินค้าต่าง ๆ เรียบร้อย เจ้าของร้านสาวก็ขอตัวเข้าไปในห้องทำงาน
ในตอนนั้นอู่เชียนเชียนหัวเราะเสียงใส “ท่านอ๋อง หวังว่าท่านจะทรงเพลิดเพลินกับการเลือกซื้อเสื้อผ้านะเพคะ”
ดวงตาคู่สวยมองไป๋เย่หานอย่างแฝงความนัย จากนั้นก็เดินตามซ่งชิงหลันเข้าไปในห้องทำงาน
ชายหนุ่มถูกปล่อยทิ้งไว้คนเดียวในร้านเสื้อ ใบหน้าของเขามืดครึ้ม จากที่มีราศีของความน่าเกรงขามอยู่แล้ว ในตอนนี้ยิ่งทำให้ตอนนี้ดูไม่น่าเข้าใกล้มากกว่าเดิม
เหอไห่หลิงพยายามข่มใจ เดินเข้าไปหาไป๋เย่หานด้วยรอยยิ้ม แล้วเอ่ยขึ้น “เชิญท่านอ๋องทางนี้เพคะ”
ส่วนซ่งชิงหลันกลับไปที่ห้องทำงาน และกำลังจะทิ้งตัวลงนั่งระหว่างที่อู่เชียนเชียนเปิดประตูเข้ามา
นางขมวดคิ้วเล็กน้อย “เจ้าเข้ามาทำอันใด เสื้อผ้าแบบใหม่มีให้เลือกอยู่ข้างนอก ไปเลือกดูแบบที่ชอบแล้วบอกท่านป้าสะใภ้รองได้เลย”
ความหมายของประโยคนี้คือ ข้าอยากจะอยู่เงียบ ๆ อย่ามารบกวน
แต่น่าเสียดายที่อู่เชียนเชียนเป็นเด็กสาวซื่อเกินกว่าจะเข้าใจ นางดึงเก้าอี้ตรงข้ามซ่งชิงหลันออกมาแล้วนั่งลง
จากนั้นก็เริ่มถามพี่สาวด้วยความอยากรู้อยากเห็น ดวงตากลมโตกะพริบปริบ ๆ “พี่ชิงหลัน ข้าคิดว่าท่านอ๋องจริงจังกับท่านมากนะเจ้าคะ ท่านจะไม่กลับไปคืนดีกับเขาจริงหรือ?”
ซ่งชิงหลันจ้องหน้าอ่อนเยาว์ของคนตรงข้าม แล้วตอบออกไป “กระจกที่แตกแล้วจะประสานคืนได้อย่างไร ไม่มีทางที่เรื่องเช่นนั้นจะเกิดขึ้น อีกอย่าง ข้าบอกเขาไปแล้วว่า…”
อยู่ ๆ ประตูห้องก็ถูกเปิดอีกครั้ง
เป็นหลี่ซิ่วซิ่วที่เข้ามาในห้องด้วยอาการตื่นตระหนก นางรีบเอ่ยกับซ่งชิงหลัน “พี่ชิงหลัน เกิดเรื่องแล้วเจ้าค่ะ”
อู่เชียนเชียนเลิกคิ้วถามต่อ “เพราะหานอ๋องอย่างนั้นหรือ?”
“เจ้าค่ะ” ช่างเย็บปักตัวน้อยรีบพยักหน้า
ซ่งชิงหลันพูดกับอู่เชียนเชียนอย่างประชดประชัน “ทีอย่างนี้เหตุใดถึงได้เข้าใจง่ายขึ้นมาเล่า”
ว่าจบก็ถอนหายใจ “ว่ามาสิ เกิดเรื่องใดขึ้นอีก”
นางคิดอยู่แล้วว่า การมาที่นี่ของไป๋เย่หานต้องมีเรื่องเกิดขึ้นอย่างแน่นอน
หลี่ซิ่วซิ่วขบกราม ลังเลครู่หนึ่งแล้วเล่าอย่างช้า ๆ “ท่านอ๋องจะทรงซื้อเสื้อผ้า แต่ไม่ยอมให้เราวัดตัวเจ้าค่ะ ทรงยืนยันว่าต้องการให้พี่ชิงหลัน…” ระหว่างที่พูดเด็กสาวก็มองซ่งชิงหลันอย่างลำบากใจ
เจ้าของร้านสาวได้ยินเช่นนั้นก็พยายามอย่างที่สุดที่จะข่มกลั้นอารมณ์โกรธ ซึ่งปะทุในใจให้เย็นลง จากนั้นรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ก็ปรากฏขึ้นที่มุมปากของนาง “เขาต้องการเช่นนั้นใช่หรือไม่?”
หลี่ซิ่วซิ่วพยักหน้าอย่างกังวลใจ “พี่ชิงหลัน ถ้าอย่างนั้น…”
“ข้าไปเอง” หญิงสาวลุกขึ้นจากโต๊ะทำงาน พร้อมกับยิ้มร้าย “มีเหตุผลใดจะปฏิเสธเงินก้อนโตที่มาหาถึงที่เช่นนี้เล่า”
ซ่งชิงหลันเดินออกจากห้องทำงาน ท่ามกลางสายตากังวลของหลี่ซิ่วซิ่ว และท่าทางใคร่รู้ของอู่เชียนเชียน
หลี่ซิ่วซิ่วกะพริบตาปริบ ๆ นางยังไม่ทันได้คืนสติดี “พี่ชิงหลัน ท่าน…”
น่ากลัวอันใดเช่นนี้
“ดุเดือดเหลือเกิน!” อู่เชียนเชียนเอ่ยขึ้น อดไม่ได้ที่จะยกนิ้วชื่นชม “นี่แหละพี่ชิงหลันของข้า ข้าออกไปดูด้วยดีกว่า”
ซ่งชิงหลันเดินเข้าไปในห้องวัดตัวที่ออกแบบเป็นพิเศษสำหรับลูกค้า เพื่อความสะดวก รับสายวัดจากผู้ช่วยที่ยืนอยู่ แล้วตรงเข้าไปหาไป๋เย่หาน
ก่อนที่ชายหนุ่มจะได้เอ่ยสิ่งใด นางก็เริ่มลงมือทันที “ความสูง XX บ่ากว้าง XX รอบอก XX แขนเสื้อยาว XX เอว XX สะโพก XX ความยาวขา XX”
ด้วยการเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วทำให้นางวัดตัวเสร็จในชั่วพริบตา จากนั้นก็ยิ้มเยาะ “ท่านอ๋องทรงรูปร่างดีมากเพคะ”
ไป๋เย่หานตกใจในการกระทำของนางเพียงช่วงแรก แต่เมื่อคิดว่าได้ใกล้ชิดกันเพียงเล็กน้อยก็ทำให้ชายหนุ่มมีความสุขขึ้นมา
เขาจ้องมองซ่งชิงหลันอย่างลึกซึ้ง พร้อมยิ้มอย่างชั่วร้าย แล้วเอ่ยปาก “หากพระชายาชอบข้าก็ดีใจ”
คำพูดของเขาคลุมเครืออย่างมาก
แม้แต่ผู้ช่วยที่ยืนอยู่ข้าง ๆ ยังต้องกลั้นขำจนหน้าแดง จนในที่สุดก็เผลอส่งเสียงหัวเราะออกมา
ซ่งชิงหลันเขินอาย มองไปที่ผู้ช่วยแล้วถามขึ้น “เมื่อครู่ที่วัดไปจำได้หรือไม่?”
ผู้ช่วยยิ้มแล้วรับคำ “จำได้ขอรับ”
“อย่างนั้นก็ไปเอาแบบมาให้ท่านอ๋องทรงเลือก”
“ขอรับ”
ทันทีที่ผู้ช่วยหนุ่มเดินออกมา ก็พบว่าหลี่ซิ่วซิ่วกับอู่เชียนเชียนยืนอยู่ด้านหน้า
เมื่อเห็นรอยยิ้มประหลาดบนใบหน้าของผู้ช่วย ก็เกิดความสงสัยทันที พวกนางรีบคว้าตัวชายหนุ่มเอาไว้แล้วซักถาม “พี่ชิงหลันกับท่านอ๋องเป็นอย่างไรบ้าง เหตุใดเจ้าทำหน้าเช่นนั้น?”
ชายหนุ่มอดไม่ได้ที่จะหัวเราะออกมา “เจ้าของร้านกับท่านอ๋องเกี้ยวพาราสีกันขอรับ น่าเอ็นดูอย่างมาก”
ว่าจบก็ยิ้มหวานเดินจากไป
หลังจากที่ผู้ช่วยออกไปแล้ว ซ่งชิงหลันก็เก็บสายวัดด้วยตัวเอง
หากแต่อยู่ ๆ เสียงทุ้มของไป๋เย่หานก็ดังขึ้น “ปกติเจ้าวัดตัวลูกค้าใกล้ชิดเช่นนี้หรือ?”
เพียงคิดว่านางจะวัดตัวให้ชายอื่นอย่างใกล้ชิดเช่นนี้ เขาก็พลันรู้สึกไม่พอใจขึ้นมา
ซ่งชิงหลันเย้ยหยัน “ท่านล้อเล่นอันใดกัน ข้าเป็นเจ้าของร้าน งานวัดตัวลูกค้าเป็นของผู้ช่วย คงต้องขอบคุณท่านอ๋องที่ทำให้ข้าได้ลองเป็นผู้ช่วยดูบ้าง”
นางเอาสายวัดเก็บเข้าตู้
ทันทีที่หันกลับมาก็พบว่าใบหน้าของไป๋เย่หานอยู่ห่างไปเพียงคืบ
เขาโอบนางเอาไว้ แล้วค่อย ๆ ขยับเข้าใกล้ขึ้นอีก กระทั่งร่างบางของหญิงสาวถอยจนติดผนัง ไม่สามารถหลบหนีได้
ท่านอ๋องหนุ่มยกยิ้มที่มุมปาก เผยให้เห็นเสน่ห์อันยากจะต้านทาน จากนั้นก็เอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มชวนหลงใหลอย่างแผ่วเบา “อ๋องผู้นี้รู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่ง ที่พระชายาดูแลข้าเป็นการส่วนตัวอย่างใกล้ชิด”
ตอนนั้นเอง ผู้ช่วยกำลังถือแบบเสื้อผ้ามาที่หน้าห้อง
หากแต่หลี่ซิ่วซิ่วรับมันมาถือ แล้วเอ่ยพร้อมยิ้ม “ข้าจัดการเอง”
“แต่…จะไม่เป็นไรหรือขอรับ?”
“ไม่เป็นไร ข้ากับพี่ชิงหลันสนิทกัน ไม่มีปัญหา เจ้าวางใจเถิด”
จากนั้นอู่เชียนเชียนก็เป็นฝ่ายเปิดประตูห้องวัดตัวให้นาง
ด้วยเพราะนางเองก็อยากรู้ว่าทั้งคู่กำลังทำอันใดกันอยู่